Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14297/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยซึ่งเคยเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลตามกฎหมายเดิม ซึ่งต่อมาเมื่อมีการแก้ไขโดย พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 อันเป็นเวลาที่จำเลยได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวแล้ว ได้เทียบตำแหน่งกรรมการบริหารเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตามกฎหมายใหม่ ดังนั้น การที่จำเลยปิดประกาศโฆษณาว่าเคยดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอันเป็นความเชื่อของจำเลยโดยสุจริตว่าตำแหน่งเทียบเท่ากันได้ และจำเลยมีสิทธิจะใช้ชื่อตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลได้ และการที่จำเลยได้รับการเลือกตั้งโดยมีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ 1 น่าจะเกิดจากผลงาน ชื่อเสียงในการทำงานทางการเมืองในครั้งก่อน ๆ เชื่อว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำการอันเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในเรื่องประสบการณ์การทำงานของจำเลยแต่อย่างใด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 4, 57, 118 และสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนดสิบปี

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57 (5), 118 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ขณะที่จำเลยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเหมืองหม้อในปี 2543 จำเลยเคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลเหมืองหม้อ จำเลยได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวโดยมีผลในวันที่ 21 มิถุนายน 2545 ในปี 2546 พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล ได้มีการแก้ไขรวม 2 ครั้ง ครั้งแรก แก้ไขโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 โดยมาตรา 17 ให้ยกเลิกความในมาตรา 58 เดิม และให้ใช้ข้อความใหม่ว่า "มาตรา 58 คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลประกอบด้วยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคนหนึ่ง และรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจำนวนสองคน ซึ่งสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเลือกจากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลแล้วเสนอให้นายอำเภอแต่งตั้ง"

นายชวลิต นายอำเภอเมืองแพร่ขณะนั้น ได้จัดทำสรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 และร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวส่งให้แก่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่ง และประธานสภาตำบลทุกแห่ง ซึ่งสรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติที่แก้ไขดังกล่าว ข้อ 1.3 ให้เปลี่ยนชื่อกรรมการบริหารเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ครั้งที่สอง แก้ไขโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2546 โดยเพิ่มเติมความในมาตรา 58/3 ขึ้นใหม่ว่า "นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอาจแต่งตั้งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งไม่ใช่สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นผู้ช่วยเหลือในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลตามที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมอบหมายได้ไม่เกินสองคน....."

จะเห็นได้ว่าตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตามกฎหมายที่แก้ไขโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2546 ซึ่งเป็นฉบับครั้งหลังสุด ได้ลดบทบาทและสถานะหน้าที่ของรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจากเดิมลงโดยสิ้นเชิงกล่าวคือผู้ที่จะได้รับเลือกให้เป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจะต้องมิใช่สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล และการเข้ามาทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ช่วยเหลือในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลตามที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจะมอบหมายเท่านั้น ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า การที่จำเลยซึ่งเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารส่วนตำบลตามกฎหมายเดิม ซึ่งต่อมาเมื่อมีการแก้ไขโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 4)

พ.ศ.2546 อันเป็นเวลาที่จำเลยได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวแล้วตามเอกสารสรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้เทียบตำแหน่งกรรมการบริหารซึ่งจำเลยเคยดำรงตำแหน่งนี้อยู่เป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2546 ยังคงบัญญัติตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนี้อยู่ เพียงแต่ว่ามีสถานะและอำนาจหน้าที่น้อยกว่าเดิมดังได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว จำเลยอาจเชื่อโดยสุจริตว่าเมื่อมีกฎหมายแก้ไขและยกเลิกตำแหน่งกรรมการบริหาร อีกทั้งตามสรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 ได้เทียบตำแหน่งกรรมการบริหารเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแล้ว

จำเลยจึงมีสิทธิที่จะใช้ชื่อตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลได้ และการที่จำเลยปิดประกาศโฆษณาว่า เคยดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลก็ไม่มีเหตุที่จะจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในเรื่องประสบการณ์การทำงานของจำเลยแต่อย่างใด เพราะตำแหน่งกรรมการบริหารสภาตำบลเป็นตำแหน่งที่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอีกทั้งเป็นตำแหน่งผู้บริหารส่วนตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นเพียงบุคคลที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแต่งตั้งให้เข้ามาช่วยเหลือในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลตามที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมอบหมายเท่านั้น อีกทั้งมิใช่สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดยประชาชน

การที่จำเลยได้รับการเลือกตั้ง โดยมีคะแนนรวมเป็นลำดับที่ 1 จึงน่าจะเกิดจากผลงานชื่อเสียงในการทำงานทางการเมืองในครั้งก่อน ๆ มาของจำเลยมากกว่า ลำพังเพียงแต่ใช้ชื่อโฆษณาว่าเคยดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเหมืองหม้อ แม้ไม่ตรงกับความเป็นจริง เชื่อว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำการอันเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในเรื่องประสบการณ์การทำงานของจำเลยแต่อย่างใด ส่วนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 หยิบยกประเด็นเรื่องข้อความที่จำเลยอ้างว่าเคยดำรงตำแหน่ง "เลขาธิการสภาฯ " แต่ความจริงจำเลยเคยดำรงตำแหน่ง "เลขานุการสภา" ขึ้นมาวินิจฉัยและจำเลยได้ยกขึ้นฎีกาด้วยนั้น เห็นว่า เป็นเรื่องนอกฟ้องของโจทก์เพราะตามคำฟ้องบรรยายแต่เพียงเรื่องที่จำเลยอ้างความเท็จว่าดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารตำบลเหมืองหม้อเท่านั้น ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาลงโทษจำเลย ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิทักษ์ คงจันทร์ · สิงห์พล ละอองมณี · นพวรรณ อินทรัมพรรย์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นางมะลิวรรณ วิภาดาพรพงษ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายธีรวัฒน์ ไตรวารี
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.3709/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ787/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ131/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้