Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1425/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การจ่ายค่าเลี้ยงชีพลูกหนี้และครอบครัวตามสมควรแก่ฐานานุรูปตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 121 นั้น เจ้าพนักงานพิทักษืทรัพย์จะต้องพิจารณาถึงฐานะความเป็นอยู่ของลูกหนี้และครอบครัวในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร สมควรจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้ได้มากน้อยแค่ไหนเพียงใด ซึ่งธรรมดาย่อมทราบได้จากการสอบสวนหรือไต่สวนลูกหนี้เจ้าหนี้โดยตรง ดังนั้นการที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งจ่ายค่าเลี้ยงชีพไปโดยสั่งในคำร้องของลูกหนี้ที่ขอให้จ่ายค่าเลี้ยงชีพนั้นเอง ไม่ได้พิจารณาถึงฐานะความเป็นอยู่ของลูกหนี้และครอบครัวในปัจจุบันแต่อย่างใด จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ศาลย่อมให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาสั่งจ่ายค่างเลี้ยงชีพลูกหนี้ และครอบครัวเสียใหม่

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนื่องมาจากภายหลังที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยชั่วคราว โจทก์ส่งเงินบำนาญของจำเลยมาให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

จำเลยยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้จ่ายเงินบำนาญ เพื่อการเลี้ยงชีพตามควรแก่ฐานานุรูป เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งในคำร้องของลูกหนี้ในวันนั้นเองว่า เห็นควรจ่ายให้เดือนละ ๘๐๐ บาท เงินที่ยึดมาเป็นจำนวน ๕ ปี ๘ เดือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๕๔,๐๐๐ บาท เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาล ขอให้ยกคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และเรียกเงินคืนเข้ารวมในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คัดค้านว่า มีอำนาจการจ่ายเงินค่าเลี้ยงชีพตามมาตรา ๖๗ (๑) และ ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และให้เรียกเงินจำนวน ๕๔,๐๐๐ บาท คืนจากจำเลยลูกหนี้แล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาสั่งจ่ายเงินเพื่อใช้จ่ายเลี้ยงชีพแก่จำเลยลูกหนี้ใหม่ ลูกหนี้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ลูกหนี้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๒๑ บัญญัติว่า " ถ้าลูกหนี้เป็นข้าราชการ เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีสิทธิรับเงินเดือนบำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือเงินในทำนองเดียวกันนี้ของลูกหนี้จากเจ้าหน้าที่เพื่อรวบรวมแบ่งให้แก่เจ้าหนี้ได้ แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพลูกหนี้ และครอบครัวตามสมควรแก่ฐานานุรูป บทบัญญัติในวรรคก่อน ให้ใช้บังคับในกรณีที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับเงินจากบุคคลหรือองค์การอื่นที่มิใช่รัฐบาลด้วย "

ศาลฎีกาเห็นว่า ในการจ่ายค่าเลี้ยงชีพลูกหนี้และครอบครัวตามสมควรแก่ฐานานุรูปตามที่บัญญัติไว้มาตรา ๑๒๑ ดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องพิจารณาถึงฐานะความเป็นอยู่ของลูกหนี้และครอบครัวในปัจจุบันว่ามีฐานะความเป็นอยู่อย่างไร เพื่อที่จะพิจารณาต่อไปว่า ตามฐานะความเป็นอยู่ของลูกหนี้และครอบครัวในปัจจุบันนั้นสมควรจะจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้ได้มากน้อยแค่ไหนเพียงใด ในการที่จะทราบว่าลูกหนี้และครอบครัวมีฐานะความเป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างไรนี้น ตามธรรมดาย่อมทราบได้จากการสอบสวนหรือไต่สวนจากลูกหนี้ และเจ้าหนี้ได้โดยตรง แต่ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ คงปรากฏแต่เพียงว่าเมื่อลูกหนี้ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จ่ายค่าเลี้ยงชีพจากเงินบำนาญที่โจทก์ส่งมา

จำนวน ๒๙๙,๙๑๕.๔๗ บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ด่วนสั่งในคำร้องของลูกหนี้นั้นเองว่า เห็นควรจ่ายให้เดือนละ ๘๐๐ บาท เงินที่ยึดมาเป็นจำนวน ๕ ปี ๘ เดือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๕๔,๐๐๐ บาท ดังนี้ ย่อมเห็นได้ชัดว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้สั่งจ่ายค่าเลี้ยงชีพไปโดยไม่ได้พิจารณาถึงฐานะความเป็นอยู่ลูกหนี้ และครอบครัวในปัจจุบันว่ามีฐานะความเป็นอยู่อย่างไรในอันสมควรที่จะจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้เป็นจำนวนถึง ๕๔,๐๐๐ บาท นั้นแต่อย่างใด ศาลฎีกาจึงเห็นว่าที่ศาลล่างทั้งสองให้ยกคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ พิจารณาสั่งจ่ายค่าเลี้ยงชีพลูกหนี้และครอบครัวใหม่นั้นเป็นการชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชุมพร - ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง แจ่มสุธี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้