คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินที่กู้ไป รวมทั้งดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 9,940 บาท พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงิน 8,600 บาท นับแต่วันฟ้องจำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยยื่นคำร้องขอยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสอบจำเลยแล้วสั่งว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยโต้แย้งคำสั่งไว้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นควรไต่สวนว่าจำเลยมีเจตนาขาดนัดยื่นคำให้การหรือไม่นั้น เห็นว่าศาลชั้นต้นได้นัดไต่สวนแล้ว ครั้นถึงวันเวลานัดศาลชั้นต้นได้สอบจำเลยแล้วจึงมีคำสั่งว่า จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ ถือได้ว่าศาลชั้นต้นได้ไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้ว ส่วนปัญหาที่ว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 บัญญัติไว้ว่า ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองหมื่นบาท ห้ามไม่ให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์เพียง 9,940 บาทจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาดังกล่าวพิพากษายืน