Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1422/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยอื่นสูบถ่ายน้ำมันเบนซินชนิดพิเศษจากรถยนต์บรรทุกน้ำมันของห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. ที่จำเลยที่ 1เป็นคนขับ อันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์นายจ้าง และเมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ควบคุมยานพาหนะบรรทุกน้ำมันของห้างหุ้นส่วนจำกัดก. การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานสูบถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยไม่มีเหตุอันสมควรตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 มาตรา3,4,8 ประกอบคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 1/2522 ข้อ 15(1)อีกบทหนึ่งด้วย พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ทำการสูบถ่ายน้ำมันดังกล่าวชี้ชัดว่าเป็นความต้องการเดียวกันกับเอาน้ำมันของห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. ไป และโดยลักษณะของการกระทำ คือ การสูบถ่ายน้ำมันไปดังกล่าวนั้น ย่อมเป็นการเอาน้ำมันไปด้วยในตัวจึงเป็นการกระทำโดยมีเจตนาเดียวกัน หาได้มีเจตนาให้มีผลแยกต่างหากจากกันไม่ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท เมื่อศาลฎีกาเห็นว่า ศาลล่างทั้งสองกำหนดโทษจำเลยไว้หนักไปศาลฎีกามีอำนาจกำหนดโทษให้เบาลงได้ และเป็นเหตุในลักษณะคดีให้มีผลตลอดถึงจำเลยอื่นซึ่งมิได้ฎีกาด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,83, 91 พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ. 2516 มาตรา 3, 8 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดแก้ไขไปและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2520 มาตรา 2, 3 คำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ 1/2522 เรื่องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงลงวันที่ 30 มีนาคม 2522 ข้อ 3, 15(1)(3)พระราชบัญญัติ น้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 ฯลฯจำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณาจำเลยที่ 5ถึงแก่ความตาย ศาลสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 5ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชกำหนดแก้ไขป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

พ.ศ. 2516มาตรา 3, 8 จำคุก 3 ปี ฐานลักทรัพย์นายจ้างตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 จำคุก 3 ปี ฐานปลอมปนน้ำมันตามพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 มาตรา 25 ตรี จำคุก 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 2ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 83จำคุกคนละ 3 ปี และฐานปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติดังกล่าวจำคุกคนละ 3 ปี รวมเป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 ปีจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 คนละ 6 ปี ฯลฯ คำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 อุทธรณ์ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จำเลยที่ 6 ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์อนุญาตและมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 6ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) วรรคแรก และพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 มาตรา 25 ตรี วรรคสอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นฎีกาคดีนี้มีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1ฐานสูบถ่ายน้ำมันโดยไม่มีเหตุอันสมควรกับฐานลักทรัพย์ เป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานทรัพย์ในสำนวนตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกับจำเลยอื่นสูบถ่ายน้ำมันเบนซินชนิดพิเศษจำนวน 35 ลิตร ราคา 401.27 บาท จากรถยนต์บรรทุกน้ำมันคันหมายเลขทะเบียน 70-2704 กรุงเทพมหานคร ของห้างหุ้นส่วนจำกัดกิจมงคลที่จำเลยที่ 1 เป็นคนขับ แล้ววินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานลักทรัพย์นายจ้าง และเมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ควบคุมยานพาหนะบรรทุกน้ำมันของห้างหุ้นส่วนจำกัดกิจมงคลการกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานสูบถ่ายน้ำมันโดยไม่มีเหตุอันสมควรอีกกระทงหนึ่งด้วย ดังนี้

ศาลฎีกาเห็นว่า ในการพิจารณาว่าการกระทำความผิดในเป็นความผิดกรรมเดียวกันหรือไม่ จะต้องพิจารณาถึงเจตนาในการกระทำผิดอันเป็นองค์ประกอบภายในจิตใจของผู้กระทำความผิดนั้นด้วย พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ที่กระทำการสูบถ่ายน้ำมันเบนซินดังกล่าวชี้ชัดว่า เป็นความต้องการเดียวกันกับเอาน้ำมันเบนซินของห้างหุ้นส่วนจำกัดกิจมงคลไป และโดยลักษณะของการกระทำคือการสูบถ่ายน้ำมันเบนซินไปดังกล่าวนั้น ย่อมเป็นการเอาน้ำมันเบนซินไปด้วยในตัวจึงเป็นการกระทำโดยมีเจตนาเดียวกันหาได้มีเจตนาให้มีผลแยกต่างหากจากกันไม่ ดังนั้นการกระทำของจำเลยที่ 1ในส่วนนี้จึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทซึ่งต้องใช้กฎหมายหลายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาเรียงกระทงลงโทษในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในส่วนนี้

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์ปรับบทความผิดโดยไม่ระบุวรรคใดนั้นไม่ถูกต้อง จึงสมควรแก้ไขให้ถูกต้องนอกจากนี้ศาลฎีกาเห็นว่าทรัพย์ในการกระทำผิดมีจำนวน 35 ลิตร ซึ่งมีราคาเล็กน้อยเพียง401.27 บาทเท่านั้น ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดโทษจำเลยที่ 1 ไว้นั้นหนักไปสมควรกำหนดโทษให้เบาลง และเป็นเหตุในลักษณะคดีจึงให้มีผลตลอดถึงจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 ซึ่งมิได้ฎีกาด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานสูบถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยไม่มีเหตุอันสมควรตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 มาตรา 3, 8ประกอบคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 1/2522 ข้อ 15(1) ซึ่งออกตามพระราชกำหนด

ดังกล่าว และฐานลักทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป และลักทรัพย์นายจ้างตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(7) วรรคสาม เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 มาตรา 3, 8 ประกอบกับคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 1/2522 ข้อ 15(1) ซึ่งออกตามพระราชกำหนดดังกล่าว อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 1 ปี ฐานปลอมปนน้ำมันตามพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 มาตรา 25 ตรี วรรคแรก จำคุก 6 เดือนรวมเป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 มีความผิดฐานลักทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7)

จำคุกคนละ 1 ปี เฉพาะจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานปลอมปนน้ำมันตามพระราชบัญญัติ น้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 มาตรา 25 ตรี วรรคสองจำคุก 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ดังกล่าว มาตรา 25 ตรี วรรคแรก จำคุกคนละ 6 เดือนรวมเป็นจำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 มีกำหนดคนละ 1 ปี3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้