Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1418/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บริเวณที่เกิดเหตุการจราจรคับคั่ง ประชาชนสัญจรไปมาจำนวนมาก จำเลยควรใช้ความระมัดระวังในการขับรถ ต้องหยุดรถให้กลุ่มคน เดินข้ามถนนผ่านพ้นไปก่อน การที่จำเลยกลับขับแซงรถยนต์โดยสาร ประจำทางที่จอดอยู่ขึ้นไป โดยไม่ดูทางข้างหน้าให้ปลอดภัยเสียก่อน เป็นเหตุให้รถที่จำเลยขับชนและทับขาโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ดังนี้เหตุเกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 1 การที่จำเลยขับรถยนต์ทับขาโจทก์ เป็นเหตุให้แพทย์ต้อง ทำการผ่าตัดขาข้างซ้ายตั้งแต่ใต้เข่าออกและใส่ขาเทียมให้โจทก์ แม้โจทก์จะไม่มีใบเสร็จรับเงินมาแสดงว่าได้เสียค่ารักษาพยาบาล ไปจำนวนเท่าใด ศาลก็กำหนดให้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรง แห่งละเมิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 438 วรรคแรก และแม้โจทก์จะไม่ได้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็ไม่ทำให้สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกร้องจากผู้ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดต้องระงับไป ค่าเสียหายที่โจทก์ต้องสูญเสียขาและใส่ขาเทียมเพื่อสามารถ เดินและประกอบอาชีพได้เป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหาย อย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446 วรรคแรก โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาจากผู้ต้องรับผิด ในผลแห่งการละเมิดได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถในทางการที่จ้างและเพื่อการค้าของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทชนและทับโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสขอบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1ไม่ได้เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 ไม่มีหน้าที่ขับรถยนต์ จำเลยที่ 2ไม่ได้ใช้จ้างวานให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ด้วยความระมัดระวังไม่ได้ประมาท แต่โจทก์เองเป็นฝ่ายประมาทโดยวิ่งตัดหน้ารถยนต์ที่จำเลยขับโดยกะทันหันในระยะกระชั้นชิดค่าเสียหายไม่เกิน 23,000 บาท และโจทก์มิได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลส่วนราชการออกเงินค่ารักษาพยาบาลให้

โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่ารักษาพยาบาลศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 105,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า"ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-5740 อุดรธานี เฉี่ยวชนโจทก์ล้มลง ทับขาข้างซ้ายของโจทก์ โจทก์ต้องตัดขาข้างซ้ายตั้งแต่ใต้เข่าออก ปรากฏตามใบรับรองแพทย์ เอกสารหมาย จ.3 คดีมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 2 ในข้อแรกว่า เหตุเกิดเพราะความประมาทของจำเลยที่ 1 หรือไม่ บริเวณที่เกิดเหตุมีการจราจรคับคั่งประชาชนสัญจรไปมาจำนวนมาก ในภาวะเช่นนั้นจำเลยที่ 1 ควรใช้ความระมัดระวังในการขับรถ

ต้องหยุดรถให้กลุ่มคนเดินข้ามถนนผ่านพ้นไปเสียก่อนแต่จำเลยที่ 1 กลับขับแซงรถยนต์โดยสารประจำทางที่จอดอยู่ขึ้นไป โดยไม่ดูทางด้านหน้าให้ปลอดภัยเสียก่อน เป็นเหตุให้รถที่จำเลยที่ 1 ขับชนและทับขาโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้เหตุที่เกิดขึ้นจึงเป็นความประมาทของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 ฎีกาในข้อสุดท้ายว่า ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายสูงเกินกว่าความเป็นจริง เห็นว่า จำเลยที่ 1ขับรถยนต์คันเกิดเหตุทับขาโจทก์ โจทก์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า แพทย์ทำการผ่าตัดขาข้างซ้ายตั้งแต่ใต้เข่าออกและใส่ขาเทียมให้โจทก์ ปรากฏตามใบรับรองแพทย์เอกสารหมาย จ.3 แม้โจทก์จะไม่มีใบเสร็จรับเงินมาแสดงว่าได้เสียค่ารักษาพยาบาลไปจำนวนเท่าใดศาลก็กำหนดให้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 438 วรรคแรก ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่ารักษาพยาบาลให้10,000 บาท

นั้น นับว่าเหมาะสมแล้ว และแม้โจทก์จะไม่ได้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ก็ไม่ทำให้สิทธิของโจทก์ผู้ถูกละเมิดที่จะเรียกร้องจากจำเลยที่ 2 ผู้ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดต้องระงับไปแต่อย่างใด ส่วนค่าใส่ขาเทียมปรากฏว่าโจทก์จะต้องใส่ไปจนตลอดชีวิต และจะต้องเปลี่ยนจนกว่าโจทก์จะโตเป็นผู้ใหญ่รวมทั้งหมด 7 ครั้ง ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายในส่วนนี้เป็นเงิน 35,000 บาท นั้นพอสมควรแล้ว และในกรณีทำให้เขาเสียหายแก่ร่างกาย ผู้ต้องเสียหายมีสิทธิเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินด้วยอีกก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446 วรรคแรกค่าเสียหายที่โจทก์ต้องสูญเสียขาให้แพทย์ใส่ขาเทียมเพื่อสามารถเดินและประกอบอาชีพได้ย่อมเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินตามบทมาตราดังกล่าวซึ่งโจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยที่ 2 ผู้ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดได้ ส่วนจำนวนค่าเสียหายโจทก์ควรจะได้รับเท่าใดนั้น ศาลวินิจฉัยให้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ ฉิมพาลี · ชุม สุกแสงเปล่ง · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้