Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งตามที่กล่าวไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 นั้น ศาลสูงจะหยิบยกขึ้นอ้างตามมาตรานี้ได้ จะต้องมีเหตุอันสมควร เช่นว่า ทำให้คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเสียหายในการต่อสู้คดีเป็นต้นคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้รับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ (มีคำฟ้องแย้งติดมาด้วย) โดยมิได้ให้โอกาสแก่โจทก์เป็นระยะเวลาตามที่มาตรา 181 กำหนดไว้นั้น ถ้าโจทก์ไม่พอใจก็ชอบที่จะคัดค้านไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 แต่กลับปรากฏว่าโจทก์ยื่นคำแก้คำให้การเพิ่มเติมและฟ้องแย้ง แสดงว่าโจทก์ไม่ติดใจแม้ในอุทธรณ์ของโจทก์ก็มิได้กล่าวถึงเรื่องนี้ รูปคดีไม่น่าจะเห็นว่าทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงเป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ไม่ควรหยิบยกเหตุนี้ขึ้นสั่งยกเลิกกระบวนพิจารณาบางส่วนของศาลชั้นต้นคำฟ้องแย้งที่ติดมากับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การนั้นไม่ใช่คำร้องที่อยู่ในบังคับที่จะต้องส่งสำเนาให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าก่อนสั่งรับคำร้องนั้นคำสั่งศาลที่ให้รับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา

คำฟ้องและคำให้การ

ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับปัญหากฎหมายนี้มีว่า

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดระยองกล่าวความว่า จำเลยตกลงซื้อที่ดินพร้อมอาคารจากโจทก์ ในราคา 20,000 บาท ชำระในวันทำสัญญา 4,000 บาท อีก 16,000 บาทจะชำระในวันครบประกาศขาย 30 วัน จำเลยได้รับมอบทรัพย์ให้ครอบครองครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ชำระส่วนที่ค้าง โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและขอให้ขับไล่จำเลยจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้ว่า โจทก์มาขึ้นราคาเป็น 25,000 บาทในตอนหลังจำเลยจึงยังไม่ชำระ แต่ก่อนวันชี้สองสถาน จำเลยขอแก้คำให้การเป็นว่า โจทก์ได้ตกลงขายกับจำเลยใหม่ในราคา 16,000 บาทเท่านั้น ยังค้างอยู่อีก 12,000 บาท จึงฟ้องแย้งขอให้โจทก์รับเงินที่เหลือนั้น ศาลสั่งรับคำร้องและสำเนาให้โจทก์แก้ โดยมิได้สั่งให้โจทก์คัดค้าน 3 วัน และมิได้นัดพิจารณาคำร้องนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 181(1) ซึ่งเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 แต่โจทก์ก็มิได้ว่ากระไร

กลับยื่นคำแก้คำร้องเพิ่มเติมคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยศาลชั้นต้นฟังตามที่จำเลยอ้าง พิพากษาให้โจทก์แพ้โจทก์อุทธรณ์ว่าเป็นดังที่ตนกล่าวอ้างโดยมิได้เท้าความถึงเรื่องคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้รับคำร้องขอแก้คำให้การศาลอุทธรณ์เห็นว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยอมรับคำร้องแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การโดยมิได้นัดพิจารณาคำร้องและส่งสำเนาให้โจทก์ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ซึ่งคำร้องอย่างนี้ไม่ใช่คำร้องฝ่ายเดียว เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 181 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243

ศาลอุทธรณ์จึงให้ยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาส่วนนี้เสีย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาส่วนนี้เสียใหม่ จำเลยจึงได้ฎีกาขึ้นมาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งรับการขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา หากศาลชั้นต้นสั่งโดยมิชอบ โจทก์ก็ชอบที่จะคัดค้านคำสั่งนั้นติดสำนวนไว้ หาไม่ก็ย่อมจะยกปัญหานี้ขึ้นในชั้นอุทธรณ์ในภายหลังไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226 วรรค 2 และศาลฎีกากล่าวด้วยว่า คำฟ้องแย้งที่ติดมากับคำให้การนั้น ไม่ใช่คำร้องที่อยู่ในบังคับที่จะต้องส่งสำเนาให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าก่อนสั่งรับ แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า ในคดีนี้ไม่ปรากฏว่าโจทก์ติดใจคัดค้านในเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมนี้

กลับแสดงให้เห็นว่าโจทก์ต้องการให้ศาลชี้ขาดในประเด็นที่ตนกล่าวอ้างและต่อสู้ไว้ เมื่อรูปคดีไม่น่าจะทำให้โจทก์เสียเปรียบในการต่อสู้คดี ก็ไม่มีเหตุอันสมควรที่ศาลอุทธรณ์จะพึงใช้มาตรา 243 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเพื่อหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาเป็นเหตุยกเลิกกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม ทัตภิรมย์ · จินตา บุณยอาคม · สวัสดิ์ ภู่งาม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้