Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1415/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยมีปากเสียงกับผู้เสียหาย แล้วจำเลยถือมีดปลายแหลมตัวมีดยาว 6 นิ้ว วิ่งไล่แทงผู้เสียหายเป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร เมื่อทันกันและผู้เสียหายล้ม จำเลยจึงแทงผู้เสียหายโดยแรงด้วยมีดที่หน้าอก 2-3 ครั้ง แต่ไม่ถูกเนื่องจากผู้เสียหายใช้กระดานไม้อัดปิดป้องและดันจำเลยออกไป การที่จำเลยใช้มีดปลายแหลมตัวมีดยาวถึง 6 นิ้ว เลือกแทงหน้าอกผู้เสียหายและแทงอย่างซ้ำซ้อนเช่นนี้ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย เมื่อจำเลยแทงไม่ถูกเพราะผู้เสียหายปิดป้องได้ จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดปลายแหลม ๑ เล่มเป็นอาวุธไล่แทงทำร้ายนายวิชัย แซ่ลิ้ม ผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายล้มลงได้รับอันตรายแก่กายถึงบาดเจ็บ แล้วจำเลยใช้มีดจ้วงแทงที่บริเวณหน้าอกของผู้เสียหายหลายครั้งโดยเจตนาฆ่าแต่ผู้เสียหายเอาไม้กระดานรับกันมีดปลายแหลมที่จำเลยจ้วงแทงได้ทัน ผู้เสียหายจึงไม่ถูกแทงทำร้ายถึงตายสมเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๒๙๕ และริบมีดของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๘ ลงโทษจำคุก ๘ เดือน ริบมีดของกลาง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ ให้จำคุกมีกำหนด ๑๐ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบและจำเลยรับในฎีกาว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยใช้มีดปลายแหลมตัวมีดยาว ๖ นิ้ว ไล่แทงผู้เสียหาย ปัญหามีว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายหรือจะฆ่าผู้เสียหาย โจทก์มีนายวิชัย แซ่ลิ้ม ผู้เสียหาย ยืนยันว่าหลังจากพบและพูดต่อปากต่อคำกับจำเลยเกี่ยวกับนายบุญศิริแล้ว จำเลยเข้าไปในบังกาโลว์ถือมีดของกลางออกมาไล่แทงผู้เสียหายเป็นระยะทางประมาณ ๑๐๐ เมตร จึงหันและใช้มีดนั้นจ้วงแทงแรงพอประมาณที่อกผู้เสียหาย ๒-๓ ครั้ง แต่ไม่ถูกเพราะผู้เสียหายมีกระดานไม้อัดปิดป้องและผลักจำเลยออกไปแล้วลุกหนีพร้อมกับพูดเตือนสติจำเลย

จำเลยจึงกลับ โจทก์มีคำให้การชั้นสอบสวนของนายบุญศิริ ดุริยะเสถียร กับนายวิเชียร ขวัญกาง ซึ่งเป็นประจักษ์พยานแต่ไม่ได้ตัวมาเบิกความในชั้นศาล มาประกอบตามเอกสารหมาย จ.๑ และ จ.๒ ตามลำดับ โดยร้อยตำรวจโทณรงค์ ไตรพรหม รับรองความถูกต้องแท้จริงแล้ว ปรากฏว่าพยานทั้งสองต่างยืนยันตรงกันกับผู้เสียหาย จึงทำให้คำเบิกความของผู้เสียหามีน้ำหนักน่าเชื่อ ส่วนจำเลยนำสืบตนเองปากเดียวปฏิเสธลอยและมิได้ซักค้านให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่อ้างในฎีกาว่าจำเลยแทงไม่แรงบ้าง ผู้เสียหายหยุดพูดปรับความเข้าใจกับจำเลยในระยะที่ใกล้พอจะแทงถึงแต่จำเลยไม่แทงบ้าง จึงฟังไม่ขึ้น ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่าหลังจากต่อปากต่อคำกับผู้เสียหายเกี่ยวกับนายบุญศิริแล้ว

จำเลยกลับเข้าไปเอามีดปลายแหลมของกลาง ตัวมีดยาวประมาณ ๖ นิ้วมาไล่แทงผู้เสียหายเป็นระยะทางประมาณ ๑๐๐ เมตร และจ้วงแทงโดยแรงพอประมาณที่หน้าอกผู้เสียหาย ๒-๓ ครั้งขณะผู้เสียหายล้ม แต่ไม่ถูกเพราะผู้เสียหายใช้กระดานไม้อัดปิดป้องและดันจำเลยออกไป จึงหนีเอาตัวรอดได้ ดังนี้ เห็นว่าการที่จำเลยหวนกลับเข้าไปเอามีดในบังกาโลว์ ครั้นผู้เสียหายกับพวกหนี จำเลยก็ยังวิ่งไล่แทงผู้เสียหายอย่างไม่ลดละเป็นระยะทางถึง ๑๐๐ เมตร เมื่อทันกันและผู้เสียหายล้ม จำเลยยังจ้วงแทงผู้เสียหายโดยแรงด้วยมีดของกลางที่หน้าอกอีก ๒-๓ ครั้งนั้นเป็นการแสดงเจตนาร้ายหมายชีวิตผู้เสียหายของจำเลยเป็นสำคัญ ประกอบกับการที่จำเลยใช้มีดปลายแหลมมีตัวมีดยาวถึง ๒ นิ้ว ซึ่งเป็นอาวุธที่สามารถใช้ทำลายชีวิตคนได้ และการที่จำเลยเลือกแทงหน้าอกผู้เสียหายซึ่งภายในมีแต่อวัยวะสำคัญอันจะทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ และแทงอย่างซ้ำซ้อนเช่นนั้น

ย่อมเป็นเหตุผลบ่งชี้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย มิใช่เพียงเจตนาทำร้าย เมื่อจำเลยแทงผู้เสียหายไม่ถูกเพราะผู้เสียหายไม่ถูกเพราะผู้เสียหายปิดป้องได้ ผู้เสียหายจึงไม่ตายจำเลยก็มีความผิดเพียงฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · เสียง ตรีวิมล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชลบุรี - นายเฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์
ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ผลฉาย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2554

จำเลยใช้มีดขนาดยาวประมาณ 1 ช่วงแขนฟันผู้เสียหายที่ไหล่ขวาขณะหันหลังวิ่งหนี และฟันอย่างแรงจนเกิดบาดแผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะการฟันลงเช่นนี้ส่อว่าจำเลยเลือกจะฟันศีรษะแต่พลาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2554

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องที่ผู้เสียหายนอนอยู่ กระสุนปืนถูกที่แขนของผู้เสียหาย กระดูกต้นแขนซ้ายหัก จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธร้ายแรงสามารถใช้ยิงคนถึงแก่ความตายได้ แม้จะยิงผ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2553

จำเลยขับรถจักรยานยนต์มาที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุและใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียหายที่ 2 ที่อยู่บริเวณหน้าร้าน กระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ซึ่งลักษณะบาดแผลของผู้เสียหายที่ 2 ที่ถูกยิงบริเวณหัวไห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2553

จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันมาในที่เกิดเหตุ โดยจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธมีดทำจากใบเลื่อยยาวถึง 1 เมตร ฟันบริเวณแสกหน้าของผู้เสียหายที่ 1 แต่ผู้เสียหายที่ 1 ใช้มือรับไว้ จึงทำให้เอ็นนิ้วนางและนิ้วก้อยของผู้เสีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2553

ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บมีบาดแผล คือ 1) บาดแผลฉีกขาดที่บริเวณด้านบนศีรษะข้างซ้ายค่อนมาทางกึ่งกลางศีรษะยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลกศีรษะ 2) บาดแผลที่ศีรษะด้านขวาเหนือใบหูยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลดศีรษ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้