Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะทายาทของเจ้ามรดกเพื่อให้จำเลยไถ่ถอนการจำนอง แม้สิทธิของโจทก์จะขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรค 3 แล้วก็ตามแต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 189 ยังยอมให้โจทก์ผู้รับจำนองใช้สิทธิบังคับจากทรัพย์สินที่จำนองได้ ดังนี้ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยในฐานะทายาทของเจ้ามรดกเป็นจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ให้โจทก์จากทรัพย์สินที่จำนองได้หนี้จำนองที่เป็นหนี้ร่วม โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้แต่คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิง หรือแต่โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือก ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291 จำเลยจะอ้างว่าหนี้จำนองรายนี้ซึ่งเป็นหนี้ร่วม โจทก์จะต้องฟ้องบังคับจำนองร่วมกันไปคราวเดียวกันดังนี้ย่อมไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2502 นายทองดีนางทองเยื้อน บิดามารดาจำเลยได้จำนองที่ดินโฉนดที่ 8647 ให้โจทก์ไว้เพื่อประกันหนี้จำนวน 20,000 บาท ดอกเบี้ยชั่งละ 1 บาทต่อเดือนต่อมา 3 วัน นางทองเยื้อนได้ตาย นายทองดีกับจำเลยทั้ง 5 ได้รับมรดกที่ดินดังกล่าว โจทก์ขอให้นายทองดี และจำเลยไถ่ถอน นายทองดีได้ขายที่ดินเฉพาะส่วนของตนทั้งหมดให้แก่นางสาวสำลีบุตรโจทก์หลังจากจำนองได้ประมาณ 1 ปี โจทก์ได้รับปืนลูกซองราคา 2,000 บาท ของนายทองดีและนางทองเยื้อน โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยและนางสาวสำลีไถ่จำนอง นางสาวสำลียินดีทำการไถ่แต่จำเลยไม่ยอมไถ่ถอนหนี้จำนองรายนี้เมื่อแบ่งเอาส่วนของนางสาวสำลีออกแล้ว จำเลยทั้ง 5 คง เป็นหนี้จำนอง 8,333.35 บาท กับดอกเบี้ย 5 ปี เป็นเงิน 6,250 บาท

เมื่อหักเงินค่าปืนที่เป็นส่วนของจำเลย 833.34 บาทออกแล้ว จะเหลือดอกเบี้ยส่วนของจำเลย 5,416.66 บาท โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยไถ่ถอนจำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยร่วมกันนำเงิน 8,333.35 บาท ดอกเบี้ย 5,416.66 บาท รวมเป็นเงิน 13,750 บาท ชำระให้แก่โจทก์ ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราชั่งละ 1 บาทต่อเดือน ในต้นเงิน 8,333.35 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะทำการไถ่ กับค่าธรรมเนียมค่าทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า นายทองดีขายที่ดินเฉพาะส่วนให้นางสาวสำลีบุตรโจทก์นั้น นายทองดีได้เอาเงินจำนวนนี้ชำระหนี้จำนองแทนจำเลยไปหมดสิ้นแล้ว ต่อมานายทองดี นางแล่มไม่ถูกกัน จำเลยอยู่กับนางแล่ม นายทองดีก็พลอยเกลียดจำเลยไปด้วยหนี้รายนี้นายทองดีกับโจทก์ร่วมกันทำอุบายมาฟ้องเพื่อจะเอาเงินจากจำเลยไปให้นายทองดีนั่นเองโจทก์ทราบว่านางทองเยื้อนตายมาหลายปีแล้ว

ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้การว่า คำฟ้องของโจทก์เป็นความจริงไม่ขอต่อสู้แต่ประการใด จำเลยไม่มีเงินจะไถ่ถอน ขอให้ที่ดินส่วนของจำเลยที่ 4 และที่ 5 หลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ในวันชี้สองสถาน จำเลยแถลงรับว่าเป็นบุตรของนายทองดี และนางทองเยื้อน นายทองดี นางทองเยื้อนเป็นลูกหนี้จำนองของโจทก์นางทองเยื้อนตายเมื่อ พ.ศ. 2502 จำเลยเป็นทายาทของนางทองเยื้อนได้รับมรดกของนางทองเยื้อนแล้ว รวมทั้งนาจำนองคดีนี้ด้วย จำเลยรับมรดกมา 3 ปีเศษแล้ว และได้ชำระหนี้แก่โจทก์แล้วแต่ไม่มีหนังสือแสดงการชำระหนี้ และมิได้สลักหลังหนังสือหลักฐานการเป็นหนี้ โจทก์ปฏิเสธว่าจำเลยยังไม่ชำระหนี้ ศาลชั้นต้นสั่งให้งดสืบพยานศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้จำนองและดอกเบี้ยค้างชำระรวม 13,750 บาทแก่โจทก์

พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 8,333.35 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยในข้อที่ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่าแม้สิทธิเรียกร้องของโจทก์จะขาดอายุความตามมาตรา 1754 วรรคสาม แล้วก็ตาม แต่มาตรา 189 ยังยอมให้โจทก์ผู้รับจำนองใช้สิทธิบังคับจากทรัพย์สินที่จำนองได้ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยทั้ง 5 ในฐานะทายาทของนางทองเยื้อนเจ้ามรดกเป็นจำเลย เพื่อบังคับชำระหนี้ให้โจทก์จากทรัพย์สินที่จำนองได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าหนี้จำนองรายนี้เป็นหนี้ร่วม โจทก์จะต้องฟ้องบังคับจำนองร่วมกันไปคราวเดียวกัน การจำนองส่วนของนายทองดียังไม่ไถ่จำนอง นายทองดีจะขายที่ดินของตนให้แก่นางสาวสำลีบุตรโจทก์ได้อย่างไร โจทก์จะละเว้นไม่ฟ้องนายทองดีหาได้ไม่และโจทก์ควรฟ้องนายทองดีผู้เดียวศาลฎีกาเห็นว่าหนี้รายนี้เป็นหนี้ร่วม เจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้แต่คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิงหรือแต่โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือกดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291 โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จึงฟ้องเรียกชำระหนี้โดยส่วนจากจำเลยในฐานะเป็นทายาทของนางทองเยื้อนลูกหนี้ได้โดยไม่ต้องฟ้องนายทองดีเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยและโจทก์ยังไม่ได้ฟ้องนายทองดีก็ได้และจะกล่าวหาว่าโจทก์มีเจตนาไม่สุจริต สมยอมกับนายทองดีไม่ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วงษ์ วีระพงศ์ · โพยม เลขยานนท์ · มณี ชุติวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้