Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1411/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กิจการโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังมิใช่ราชการส่วนกลางอันต้องด้วยข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 1(1) โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของโรงงานยาสูบ เมื่อผู้บังคับบัญชาของโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยได้มีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสองไปปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนและเป็นการปฏิบัติงานให้แก่จำเลยตามสิทธิของนายจ้างที่จะมีคำสั่งได้ระหว่างนั้นทรัพย์สินของจำเลยได้รับความเสียหาย จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโจทก์มีอำนาจฟ้องต่อศาลแรงงานได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างประจำของโรงงานยาสูบ 5ซึ่งเป็นหน่วยงานของจำเลย ต่อมาผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสองไปปฏิบัติงานซึ่งมิใช่งานในหน้าที่ประจำของโจทก์ทั้งสอง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินคิดเป็นเงิน60,847 บาท 42 สตางค์ จำเลยได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นทำการสอบสวนและมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสองร่วมกันรับผิดในความเสียหายนี้ ความจริงโจทก์ทั้งสองมิได้มีส่วนร่วมในเหตุดังกล่าวขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ท 200/2528 ซึ่งให้โจทก์ทั้งสองร่วมกันรับผิดในความเสียหายจำนวน 60,847 บาท 42 สตางค์จำเลยให้การว่า ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยได้มีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสองปฏิบัติงานซึ่งเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

ระเบียบแบบแผนสัญญาจ้างและตามสภาพการจ้างของจำเลยแล้ว เมื่อโจทก์ทั้งสองได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของจำเลยเสียหาย โจทก์ทั้งสองจึงต้องรับผิดและคดีนี้ไม่ใช่คดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องต่อศาลแรงงาน และกระทรวงการคลังเป็นราชการส่วนกลางไม่อยู่ในบังคับที่จะถูกฟ้องต่อศาลแรงงานได้ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่ากระทรวงการคลังต้องรับผิดต่อกิจการของโรงงานยาสูบ โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของจำเลยเมื่อดจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสองปฏิบัติจึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานได้และข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้กระทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ท. 200/2528ในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยทั้งสองจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ปัญหาแรกมีว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องกระทรวงการคลังเป็นจำเลยหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ว่ากระทรวงการคลังเป็นราชการส่วนกลางอันต้องด้วยประกาศของคณะปฎิวัติฉบับที่ 103 และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 1(1) โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า กระทรวงการคลังรวมทั้งกรมหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นกรมซึ่งสังกัดกระทรวงการคลังเป็นราชการส่วนกลางตามความหมายของประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29กันยายน 2515 ข้อ 3 และ ข้อ 5(2) (4) และกระทรวงการคลังมีส่วนราชการที่เป็นกรมและที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นกรมตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 ลงวันที่ 29 กันยายน 2515ข้อ 10 รวม 8 ส่วนราชการ ซึ่งหาได้มีโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังรวมอยู่ด้วยไม่

ทั้งไม่ปรากฎว่าโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังเป็นส่วนราชการของกรมหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นกรมในสังกัดกระทรวงการคลังแต่อย่างใด ดังนั้นกิจการโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังจึงมิใช่ราชการส่วนกลางอันต้องด้วยข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 1(1) โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยให้รับผิดในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการของโรงงานยาสูบได้ อุทธรณ์ของจำเลยในปัยหาข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาต่อไปมีว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางหรือไม่

จำเลยอุทธรณ์ว่า คดีนี้มิใช่คดีพิพาทอันเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่โจทก์ทั้งสองจะฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลางได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของโรงงานยาสูบซึ่งเป็นกิจการของจำเลยดังได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้น เมื่อผู้บังคับบัญชาของโจทก์ทั้งสองได้มีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสองมาปฏิบัติหน้าที่แม้เป้นวันหยุดประจำสัปดาห์ก็เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการให้มาปฏิบัติงานให้แก่จำเลยตามสิทธิของนายจ้างที่จะมีคำสั่งได้ กรณีจึงเป็นเรื่องของการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างแรงงานโดยชอบ และจำเลยก็ยังได้ให้การรับว่า ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยได้มีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสองไปฏิบัติหน้าที่ทำความสะอาดเครื่องบีบก้านใบยาในวันที่ 18 สิงหาคม 2527 โดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนและตามสัญญาจ้างตามสภาพการจ้างของจำเลยแล้วเมื่อโจทก์ทั้งสองปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของจำเลยเสียหาย

โจทก์ทั้งสองจึงต้องร่วมกันรับผิดต่อจำเลย เช่นนี้ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 8(1) ซึ่งโจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2567

กฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานและผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2549 เป็นบทบัญญัติที่ให้การคุ้มครองการทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยกำหนดให้สิทธิแก่ผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12353/2558

ในกรณีที่นายจ้างไม่พอใจคำสั่งเป็นหนังสือของเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมที่ให้ยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายจ้างซึ่งไม่นำส่งเงินสมทบหรือเงินเพิ่ม หรือนำส่งจำนวนไม่ครบ อันเป็นการสั่งตาม พ.ร.บ.ปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13522/2557

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง และขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยโดยอ้างว่าจำเลยไม่จ่ายค่าจ้างและเบี้ยเลี้ยงในระหว่างพักงานแก่โจทก์ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยจ่ายเงินโดย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13577/2557

แม้ตามสัญญาจ้างตกลงเรื่องการใช้สิทธิทางศาลว่า หากเกิดข้อพิพาทขึ้นจะต้องฟ้องต่อศาลในประเทศกาตาร์ แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวนต่าง ๆ อันเนื่องมาจากการที่จำเลยถูกเลิกจ้างโดยไม่ชอบ เป็นค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้