Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1408/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยทั้งสองเข้าไปบ้านผู้เสียหายในเวลากลางคืนโดยจำเลยที่ 1 ถือพร้ายืนคุมเชิงอยู่ที่บันไดบ้าน และจำเลยที่ 2ใช้มีดกดคอและใช้ปืนจี้ศีรษะผู้เสียหายแล้วขู่ว่าจะยิงหากขัดขืนจะถือเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายยังไม่ได้ จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362แต่การกระทำดังกล่าวเป็นการเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันควร ตามมาตรา 364 แม้โจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษตามมาตราดังกล่าวมาด้วย แต่ฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยทั้งสองเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร ดังนี้ ศาลจึงมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามมาตรา 365 ประกอบมาตรา 364 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคห้าได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้พกพาอาวุธ และบุกรุกเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของผู้เสียหาย โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควรอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข แล้วชิงเงินสด 500 บาท ของผู้เสียหาย โดยจำเลยที่ 2 ใช้มือกดคอผู้เสียหายและใช้อาวุธปืนจี้ที่ศีรษะผู้เสียหายขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะยิงประทุษร้ายหากขัดขืน เพื่อให้ผู้เสียหายยื่นให้ซึ่งทรัพย์ ส่วนจำเลยที่ 1 ถือพร้ายืนคุมเชิงอยู่ที่บันได ผู้เสียหายสะบัดตัวหลุดหนีไปได้ จำเลยทั้งสองไม่ได้ทรัพย์ไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 83, 91,339, 340 ตรี, 362, 365 ริบของกลางจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 365 ประกอบมาตรา 362 ให้จำคุกคนละ 3 ปี ของกลางริบ ข้อหาอื่นให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง, 340 ตรี ประกอบด้วยมาตรา 80 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 อายุกว่า 17 ปีแต่ยังไม่เกิน20 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76ลงโทษจำคุก 7 ปี ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 ประกอบมาตรา 362 และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365ประกอบมาตรา 362 เสียด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา

ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 364, 365 อีกกระทงหนึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 ถือพร้ายืนคุมเชิงอยู่ที่บันไดบ้าน จำเลยที่ 2 ใช้มือกดคอผู้เสียหายและใช้อาวุธปืนจี้ศีรษะผู้เสียหาย ขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะยิงประทุษร้ายหากขัดขืนนั้น ไม่ถือเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 แต่การที่จำเลยทั้งสองเข้าไปในเวลากลางคืน และใช้อาวุธปืนจี้ศีรษะผู้เสียหาย เป็นการเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายโดยไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 แม้โจทก์จะไม่ได้ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 แต่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหาย โดยไม่มีเหตุอันสมควร จึงเป็นการบรรยายฟ้องเกี่ยวด้วยการกระทำของจำเลยมีข้อความอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 แล้ว

ศาลมีอำนาจลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ประกอบด้วยมาตรา 365 อันเป็นบทฉกรรจ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคห้าพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365 ประกอบด้วยมาตรา 364 ให้จำคุก 6 เดือน จำเลยที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง, 340 ตรีประกอบด้วย มาตรา 80, 365 ประกอบด้วยมาตรา 364, 90 ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง, 340 ตรีประกอบด้วย มาตรา 80 ซึ่งเป็นบทมีโทษหนักที่สุดลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 แล้ว จำคุก 7 ปีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล รางชางกูร · วิทวัส อยู่วัฒนา · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้