Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1405/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ช. ผู้สั่งจ่ายเช็คทำเอกสารหมาย จ.3 รับรองว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้กู้เป็นผู้ทรงเช็คจริง แต่ขณะนี้ยังขัดข้อง ช. ยอมเป็นผู้รับเรือนยอมรับผิดที่จะต้องใช้เงินแทนจำเลยที่ 1 เพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งโดยขอผัดชำระหนี้ไปภายในเดือนกรกฎาคม 2505 เมื่อผู้รับเรือนใช้หนี้รายนี้เสร็จแล้ว หนี้สินเดิมจึงจะเสร็จสิ้นกัน ไม่มีข้อความตอนใดว่า การที่ ช. ยอมเข้ามาเป็นผู้รับเรือนและยอมใช้หนี้เงินกู้รายนี้เพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งแล้วจะให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 หลุดพ้นดังนี้ สัญญาตามเอกสารหมาย จ.3 จึงมิใช่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยเปลี่ยนตัวลูกหนี้จากจำเลยที่ 1 มาเป็น ช. หนี้เงินกู้จึงไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349แม้ ช. จะได้ออกเช็คให้โจทก์ผู้ให้กู้ แต่ปรากฏว่าโจทก์ไม่ได้รับเงินตามเช็ค หนี้จึงไม่ระงับสิ้นไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321หลังจากที่จำเลยที่ 1 นำ ช. เข้ามาผูกพันกับหนี้เงินกู้ที่จำเลยที่ 1 ที่ 2กู้ไปจากโจทก์แล้ว การติดต่อทวงถามหนี้ได้เป็นไปเพียงระหว่างโจทก์กับ ช.เท่านั้น โจทก์กับ ช. ตกลงผ่อนการชำระหนี้แก่กัน ช. ชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์4 ครั้ง ดังนี้ พฤติการณ์ของ ช. หาใช่เป็นการเปลี่ยนตัวลูกหนี้แต่ประการใดไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ใช้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยจำนวน 63,500 บาท และถ้าไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 3 ชำระแทนในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่า ได้ชำระแล้ว จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ชำระแล้ว และก่อนชำระโจทก์ผ่อนเวลาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ช.ใช้เงินกู้ 40,000 บาทและดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 40,000 บาท นับแต่วันกู้ถึงวันฟ้อง ให้โจทก์ กับให้ใช้ดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี (ตามโจทก์ขอท้ายฟ้อง) ในต้นเงิน40,000 บาท ต่อจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ หากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ไม่ใช้ก็ให้จำเลยที่ 3 ใช้แทนจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ชำระต้นเงิน 40,000 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 40,000 บาท

นับแต่เดือนพฤศจิกายน 2505 จนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 63,500 บาทให้โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสามฎีกาข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ไป 40,000 บาท จำเลยที่ 1 มอบเช็คของจำเลยที่ 1 เป็นประกันจำเลยที่ 3เป็นผู้ค้ำประกัน ถึงกำหนดชำระต้นเงินกู้ จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ไม่ชำระและขอผัดไป จำเลยที่ 1 เปลี่ยนเช็คจำนวนเงิน 40,000 บาทให้โจทก์ใหม่ ต่อมาวันที่ 5 มิถุนายน 2505 จำเลยที่ 1 นำนายชัยลักษณ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับหนี้เงินกู้รายนี้โดยโจทก์จำเลยที่ 1 นายชัยลักษณ์ได้ทำบันทึกข้อตกลงไว้ และได้มอบเช็คของนายชัยลักษณ์ให้โจทก์ไว้ จำนวนเงิน 50,000 บาท ต่อมานายชัยลักษณ์ไม่มีเงินให้โจทก์ตามเช็ค นายชัยลักษณ์ จึงเปลี่ยนเช็คให้โจทก์ใหม่เป็น 5 ฉบับ ฉบับละหนึ่งหมื่นบาท ต่อมาโจทก์รับเงินตามเช็คที่นายชัยลักษณ์ออกให้ไม่ได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าได้มีการเปลี่ยนตัวนายชัยลักษณ์เป็นลูกหนี้แทนจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 โจทก์มีเอกสารศาลหมาย จ.3 ซึ่งจำเลยที่ 1 และนายชัยลักษณ์ว่า เมื่อมีการตกลงนำนายชัยลักษณ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับหนี้เงินกู้ ได้ทำเอกสารกันไว้ดังกล่าว มีความว่า วันนี้นายสุพรรณ (จำเลย) นำนายชัยลักษณ์ เจ้าของเช็คเลขที่ ข.2484029 ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2505 จำนวนเงินห้าหมื่นบาทซึ่งนายสุพรรณเป็นผู้ทรงเช็คฉบับนี้ เอามาใช้หนี้ให้พระนนทประชานายชัยลักษณ์ผู้สั่งจ่ายรับรองว่านายสุพรรณเป็นผู้ทรงเช็คนี้จริง แต่ขณะนี้ยังขัดข้องเรื่องหนังเข้าฉายตามโรงที่บุ๊กไว้ไม่ได้ นายชัยลักษณ์ยอมเป็นผู้รับเรือน ยอมรับผิดชอบที่จะต้องใช้เงินจำนวนห้าหมื่นบาทแทนนายสุพรรณเพิ่มขึ้นคนหนึ่งโดยขอผัดจะชำระหนี้ 50,000 บาทนี้ไปภายในเดือนกรกฎาคม 2505 ไม่ให้ผิดนัดได้

เมื่อผู้รับเรือนใช้หนี้รายนี้ให้เสร็จสิ้นแล้ว หนี้สินเดิมจึงจะเสร็จสิ้นกัน ข้อความในเอกสารนี้มีข้อความชัดว่าการที่นายชัยลักษณ์เข้ามาผูกพันกับหนี้เงินกู้รายนี้ก็โดยจำเลยที่ 1 นำเข้ามาเป็นผู้รับเรือนเข้าประกันจำเลยที่ 3 อีกชั้นหนึ่ง และยอมรับผิดชอบใช้เงินแทนจำเลยที่ 1 เพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งไม่มีข้อความตอนใดว่า การที่นายชัยลักษณ์ยอมเข้ามาเป็นผู้รับเรือนและยอมรับใช้หนี้เงินกู้รายนี้เพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งแล้วจะให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 หลุดพ้นไปจากความรับผิดหนี้เงินกู้รายนี้ ข้อความในเอกสารต่อไปมีว่า เมื่อนายชัยลักษณ์ใช้หนี้รายนี้เสร็จสิ้นแล้วหนี้สินเดิมจึงจะเสร็จสิ้นกัน เป็นการยืนยันว่าหนี้เงินกู้เดิมที่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 กู้ไปนั้น

คงผูกพันจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 อยู่ตลอดไปจนกว่านายชัยลักษณ์จะใช้หนี้รายนี้เสร็จสิ้น ดังนั้น สัญญาตามเอกสารหมาย จ.3 จึงมิใช่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยเปลี่ยนตัวลูกหนี้จากจำเลยที่ 1 มาเป็นนายชัยลักษณ์ดังที่จำเลยฎีกา หนี้เงินกู้รายนี้จึงไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อนายชัยลักษณ์ออกเช็คเลขที่ดังกล่าวให้โจทก์แล้วต่อมานายชัยลักษณ์ไม่มีเงินชำระหนี้ให้โจทก์ นายชัยลักษณ์จึงขอเปลี่ยนเช็คใหม่เป็นเช็คฉบับละหนึ่งหมื่นบาทรวม 5 ฉบับ ให้โจทก์ ในที่สุดนายชัยลักษณ์ก็ไม่มีเงินชำระ จึงฟังได้ว่าโจทก์ยังไม่ได้รับชำระต้นเงินกู้รายนี้เลย แม้นายชัยลักษณ์จะได้ออกเช็คให้โจทก์ แต่ปรากฏว่าโจทก์ไม่ได้รับเงินตามเช็คนั้นหนี้รายนี้จึงไม่ระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321ที่จำเลยฎีกาว่า

หลังจากที่จำเลยที่ 1 นำนายชัยลักษณ์เข้ามาผูกพันกับหนี้รายนี้แล้ว ปรากฏว่าการติดต่อทวงถามหนี้รายนี้ได้เป็นไปเพียงระหว่างโจทก์กับนายชัยลักษณ์เท่านั้น โจทก์กับนายชัยลักษณ์ตกลงผ่อนการชำระหนี้แก่กันโดยตรง นายชัยลักษณ์ชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์รวม 4 ครั้ง เป็นพฤติการณ์เปลี่ยนตัวลูกหนี้มาเป็นนายชัยลักษณ์นั้น เห็นว่า พฤติการณ์ของนายชัยลักษณ์ดังที่จำเลยฎีกามานั้น หาใช่เป็นการเปลี่ยนตัวลูกหนี้แต่ประการใดไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธรรม วรรณแสง · ไฉน บุญยก · อาจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้