Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเคยยื่นคำร้องในคดีก่อนอ้างว่าที่พิพาทเป็นที่ดินในโฉนดของโจทก์ ซึ่งจำเลยได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปกปักษ์ขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่าจำเลยมิได้ครอบครองรุกล้ำเข้ามาในที่ดินโฉนดของโจทก์ ความจริงจำเลยเข้าไปอาศัยและทำนาโดยอาศัยสิทธิการเช่าของบุคคลอื่นที่เช่าที่ดินไปจากโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยมิได้ครอบครองรุกล้ำเข้าไปในเขตโฉนดของโจทก์ โดยต่างคนต่างครอบครองตามแนวเขตที่ดินของตนไม่ปรปักษ์กัน ดังนี้ คำพิพากษาคดีก่อนจะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์จึงต้องผูกพันในคำพิพากษานั้นว่า ที่พิพาทไม่ได้อยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 การที่โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยเป็นคดีหลังและนำสืบว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ขอให้ขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหายจึงรับฟังไม่ได้ แม้ศาลจะพิพากษายกฟ้อง แต่เมื่อคำพิพากษาวินิจฉัยมีผลกระทบกระเทือนถึงสิทธิของจำเลย จำเลยย่อมอุทธรณ์ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาท จำเลยขออาศัยปลูกกระท่อมและทำนาในที่ดินโจทก์ดังกล่าวทางด้านทิศเหนือ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลอ้างว่าที่ดินเป็นของจำเลยโดยครอบครองมาเกิน ๑๐ ปีแล้ว ตามสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ ๑๘๐/๒๕๑๐ ของศาลชั้นต้น

โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้าน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุด โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกไป จำเลยเพิกถอน ขอให้บังคับจำเลยรื้อกระท่อมออกไปและห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว กับให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยมีที่ดินอยู่ด้านทิศเหนือ และปลูกบ้านในที่ดินจำเลยซึ่งมีคันนาและต้นไม้เป็นแนวเขตโดยเปิดเผยเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่โจทก์อ้างนั้นได้วินิจฉัยว่า ที่ดินของโจทก์และจำเลยต่างมีแนวเขตไม่รุกล้ำกัน ดังนั้น ที่ดินที่โจทก์ฟ้องจึงไม่ได้อยู่ในเขตโฉนดของโจทก์

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ฟ้องโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำ คำพิพากษายกคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยและพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่แล้วฟังว่า จำเลยเข้ามาทำนาและปลูกกระท่อมในที่ดินของโจทก์ พิพากษาให้จำเลยรื้อกระท่อมออกจากที่ดินโจทก์ ห้ามเข้าเกี่ยวข้องและให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยต่างโต้เถียงกรรมสิทธิ์กันในที่ดินพิพาท ข้อเท็จจริงได้ความว่าที่ดินแปลงนี้โจทก์และจำเลยเคยเป็นความกันมาแล้ว โดยจำเลยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท อ้างว่าได้ครอบครองรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๖๒ ของโจทก์ โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมากว่าสิบปี โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่าจำเลยมิได้ครอบครองรุกล้ำเข้ามาในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๖๒ ของโจทก์ ความจริงจำเลยเข้าไปอาศัยและทำนาโดยอาศัยสิทธิการเช่าของบุคคลอื่นที่เช่าที่ดินไปจากโจทก์ ศาลจังหวัดนครนายกพิพากษาคดีถึงที่สุดว่า จำเลย (โจทก์คดีก่อน) มิได้ครอบครองรุกล้ำเข้าไปในเขตโฉนดเลขที่ ๑๘๖๒ ของโจทก์ (จำเลยคดีก่อน) โดยต่างคนต่างครอบครองตามแนวเขตที่ดินของตนไม่ปรปักษ์กัน ซึ่งจะชอบหรือไม่ประการใดก็ตามแต่

เมื่อโจทก์(จำเลยคดีก่อน) มิได้อุทธรณ์คำพิพากษา จึงต้องผูกพันในผลแห่งคำพิพากษานั้นว่า ที่ดินพิพาทไม่ได้อยู่ในเขตโฉนดที่ดิน ๑๘๖๒ ของโจทก์ (จำเลยคดีก่อน) ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ เพราะแม้ศาลจะพิพากษายกฟ้อง แต่คำวินิจฉัยมีผลกระทบกระเทือนถึงสิทธิของโจทก์ (จำเลยคดีก่อน) โจทก์ (จำเลยคดีก่อน) ย่อมอุทธรณ์ได้ การที่โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยและนำสืบว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ขอให้ขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหายเป็นคดีนี้ จึงรับฟังไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข · สุจริต เสถียรกาล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครนายก - นายไมตรี โมรารตนะ
ศาลอุทธรณ์ - นายเฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3956/2566

การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4726/2562

การที่โจทก์ได้สิทธิความเป็นเจ้าของรวมในที่ดินในฐานะผู้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 10 ตามคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 10 โอนที่ดินส่วนของจำเลยที่ 10 แก่โจทก์ ย่อมหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3390/2562

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองสบคบกันหลอกลวงโจทก์ โดยจำเลยที่ 2 นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมาเสนอขายฝากโจทก์ โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปทำสัญญาขายฝากในราคา 1,500,000 บาท แต่จำเลยทั้งสองกลับทำสัญญาแล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2854/2561

คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่ากันและแบ่งสินสมรส ประเด็นในคดีก่อนมีว่า มีเหตุหย่าหรือไม่ หากศาลพิพากษาให้หย่า จึงจะมีการแบ่งสินสมรสว่ามีทรัพย์สินใดที่เป็นสินสมรส เมื่อศาลพิพากษายกฟ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้