Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1403/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะ แต่ตอนท้ายคำฟ้องบรรยายว่า หรือไม่เช่นนั้นทางพิพาทตกเป็นภารจำยอมโดยอายุความแล้วนั้น ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมการนำสืบเขตติดต่อที่ดินที่มีโฉนด ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงย่อมนำสืบพยานบุคคลได้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่ดินของโจทก์ด้านหนึ่งติดที่ดินโฉนดของจำเลย ครั้นนำสืบกลับนำสืบว่าที่ดินของโจทก์ติดทางสาธารณะซึ่งเป็นการนำสืบในประเด็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยว่าที่ดินของจำเลยซึ่งติดกับที่ดินโจทก์ตามฟ้องตกเป็นทางสาธารณะหรือตกอยู่ในภารจำยอมไปแล้ว หาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94(ข) ไม่โจทก์ฟ้องหรือนำพยานเข้าสืบโดยพยานจะเรียกทางพิพาทว่าเป็นทางสาธารณะหรือทางภารจำยอมนั้น หาทำให้ทางพิพาทเป็นทางสาธารณะหรือภารจำยอมตามที่เรียกขานไม่ หากฟังได้ว่าเป็นทางภารจำยอม ศาลย่อมจะพิพากษาได้ว่าทางพิพาทเป็นทางตกอยู่ในภารจำยอม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โฉนดเลขที่ 1684 ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ ทิศเหนือจดลำรางสาธารณะ ทิศใต้จดถนนโกสีย์ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกจดที่ดินเอกชน เดิมเป็นกรรมสิทธิ์ของนายปุ่นนางผิว นายปุ่นนางผิวเว้นตรงกลางที่ดินเพื่อให้ประชาชนใช้สอยร่วมกันไปออกถนนโกสีย์ เป็นเวลากว่า 30 ปี พ.ศ. 2481 นายปุ่นนางผิวแบ่งขายที่ดินตอนติดถนนโกสีย์ให้นางงิ้ว แซ่ฉั่วเว้นทางสาธารณะไว้ พ.ศ. 2494 นายปุ่นโอนขายที่ดินที่เหลือให้นางสำเภา นางสำเภายังปล่อยให้ประชาชนใช้ทางที่เว้นไว้เป็นทางสาธารณะ พ.ศ. 2496 นางสำเภาแบ่งแยกที่ดินด้านตะวันออกเป็นสามแปลง ยกให้บุตร ส่วนทางที่เว้นไว้คงให้เป็นทางสาธารณะดังเดิม ต่อมาบุตรนางสำเภาโอนที่ดินที่ได้รับด้านตะวันตกบางส่วนคืนให้นางสำเภา

ต่อมานางสำเภาและบุตรได้แบ่งแยกที่ดินออกเป็น 8 แปลง แล้วโอนขายให้โจทก์และบุคคลอื่น ส่วนที่ดินที่ตกเป็นของนางสาวสุมน นางสาวสุมนขายให้จำเลย โจทก์ บริวารของโจทก์รวมทั้งบุคคลอื่น ๆ ต่างได้ใช้ทางสาธารณะดังกล่าวมากว่า 10 ปี ไม่มีผู้ใดห้ามปรามขัดขวาง เมื่อ 6-7 เดือนมานี้ จำเลยทำบานประตูติดกับเสาตรงทางที่เชื่อมกับถนนโกสีย์ ปิดบานประตูใช้โซ่ร้อยลั่นกุญแจเปิดเฉพาะเวลากลางวัน บางวันเพียง 2-3 ชั่วโมง โจทก์บางคนไม่สามารถใช้รถยนต์เข้าออกได้ เมื่อทางสายนี้กลายเป็นทางสาธารณะและตกอยู่ใต้ภารจำยอมของที่ดินโจทก์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะปิดกั้นทาง ขอให้พิพากษาห้ามจำเลยและบริวารปิดกั้นทาง ให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบานประตูที่ปิดกั้นออกและพิพากษาว่าทางซึ่งมีความกว้างประมาณ 6 เมตรเศษ

ยาวประมาณ 48 เมตร ในโฉนดที่ 1684 เป็นทางสาธารณะ หากไม่อาจพิพากษาว่าเป็นทางสาธารณะได้ ก็ขอให้พิพากษาว่าทางดังกล่าวเป็นทางเดิมที่โจทก์และบุคคลอื่นได้สิทธิแห่งภารจำยอมโดยอายุความ ที่ดินโฉนดที่ 1684 ของจำเลยตกอยู่ภายในภารจำยอม โจทก์บริวารโจทก์ และบุคคลอื่น มีสิทธิจะใช้รถยนต์และผ่านที่ดินดังกล่าวตามสัดส่วนที่ใช้มานานเพื่อไปสู่ถนนโกสีย์อันเป็นทางสาธารณะตามแผนที่ท้ายฟ้องจำเลยให้การว่า นายปุ่นนางผิวไม่ได้เว้นที่ดินตรงกลางโฉนดเป็นถนนให้ประชาชนใช้ โจทก์รับโอนที่ดินมายังไม่ถึง 10 ปี โจทก์อาศัยสิทธิของจำเลยเดิมเข้าออกตรงกลางที่ดินโจทก์บรรยายฟ้องโดยตั้งประเด็นขอให้จำเลยเปิดเป็นทางสาธารณะแต่ตามข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายในฟ้อง เป็นที่ดินอยู่ในโฉนดของจำเลย

หากข้อเท็จจริงเป็นดังโจทก์ฟ้อง โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์กับพวกไม่ใช่ผู้เสียหายฟ้องโจทก์ตอนแรกว่าเป็นทางสาธารณะ ตอนหลังกลับว่าเป็นทางภารจำยอมขัดกัน ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม หากโจทก์ใช้ถนนจนได้ภารจำยอมโดยอายุความ โจทก์ก็ไม่ได้จดทะเบียนสิทธิไม่อาจใช้ยันจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกซึ่งได้มาโดยนิติกรรมซื้อขายเสียค่าตอบแทน และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ทางที่โจทก์ฟ้องหากเป็นภารจำยอมการเปลี่ยนแปลงการครอบครองแต่ละโฉนดเป็นส่วนสัดยังไม่ถึง 10 ปี การโอนกรรมสิทธิ์ที่จำเลยได้รับมา หากก่อให้เกิดภารจำยอมขึ้นอีก อายุความนับถึงปัจจุบันก็ยังไม่ถึง 10 ปีศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม พิพากษาว่า

ตรอกพิพาทตามแผนที่ท้ายฟ้องภายในเส้นสีแดงกว้าง 6.90 เมตร ยาว 48 เมตร เป็นทางภารจำยอม ให้จำเลยรื้อสิ่งปลูกสร้างที่ขวางตรอกพิพาทออกไปจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์บรรยายข้อความให้เป็นที่เข้าใจได้ว่าได้มีการเว้นทางพิพาทไว้ให้บุคคลทั่วไปรวมทั้งบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่ติดกับทางพิพาทได้ใช้ทางพิพาทเป็นเวลานานกว่า 30 ปี โจทก์จึงอ้างว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะหรือตกอยู่ในภารจำยอม จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะ หรือมิฉะนั้นก็ขอให้พิพากษาว่าเป็นภารจำยอม คำฟ้องของโจทก์จึงแสดงโดยชัดแจ้ง ซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์สืบพยานเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร

เพราะโจทก์บรรยายฟ้องว่าที่ดินของโจทก์ทุกแปลงมีโฉนด แต่ละโฉนดด้านหนึ่งติดกับที่ดินโฉนดของจำเลย ครั้นเวลานำสืบกลับนำสืบว่าที่ดินของโจทก์ติดทางสาธารณะนั้น เห็นว่า การนำสืบของโจทก์เป็นการนำสืบถึงเหตุผลตามข้ออ้างของโจทก์ ซึ่งโจทก์เข้าใจว่าที่ดินของจำเลย ส่วนที่เป็นทางพิพาทกลายเป็นทางสาธารณะไปแล้ว ที่ดินของโจทก์จึงติดทางสาธารณะ เป็นการนำสืบในประเด็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยว่าที่ดินของจำเลยอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ ตามฟ้องตกเป็นทางสาธารณะหรือตกอยู่ในภารจำยอมไปแล้ว ซึ่งไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง โจทก์จึงนำสืบพยานบุคคลได้ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์นำสืบว่าตรอกพิพาทเป็นทางสาธารณะจึงฟังไม่ได้ว่าตรอกพิพาทเป็นทางภารจำยอม การที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าตรอกพิพาทเป็นทางภารจำยอมจึงเป็นการคลาดเคลื่อนนั้น เห็นว่า

โจทก์ฟ้องหรือนำพยานเข้าสืบโดยพยานจะเรียกทางพิพาทว่าเป็นทางสาธารณะหรือทางภารจำยอมนั้น หาทำให้ทางพิพาทเป็นทางสาธารณะหรือภารจำยอมตามที่เรียกขานไม่ ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าตามโจทก์ฟ้องและข้อนำสืบของโจทก์แสดงให้เห็นถึงสภาพของทางพิพาทว่าเป็นทางชนิดใด หากฟังได้ว่าเป็นทางภารจำยอม ศาลก็ย่อมจะพิพากษาได้ว่าเป็นทางที่ตกอยู่ในภารจำยอม ทางพิพาทซึ่งอยู่ในที่ดินของจำเลยอยู่ในภารจำยอมโดยอายุความพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ บุปผเวส · เฉลิม สถิตย์ทอง · สรรเสริญ ไกรจิตติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้