Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1402/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้เจ้าพนักงานตำรวจจะไม่ได้ยึดเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 3 ก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 3 ร่วมเดินทางมากับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เพื่อขอดูเงินที่จะซื้อเมทแอมเฟตามีนจากผู้ล่อซื้อ และขณะที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 กำลังตรวจนับเงินกันนั้นจำเลยที่ 3 ก็ยืนดูอยู่ใกล้ ๆ แล้วจำเลยที่ 3 ก็ขับรถจักรยานยนต์ออกไปพร้อมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ครั้นจำเลยที่ 1 และที่ 2เดินทางกลับมายังที่นัดหมายเพื่อส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่ผู้ล่อซื้อ จำเลยที่ 3 ก็ร่วมเดินทางมาด้วย แม้ขณะจำเลยที่ 2ส่งมอบเมทแอมเฟตามีน จำเลยที่ 3 จะนั่งดูอยู่บนกำแพงห่างออกไปเพียง 3 ถึง 4 เมตรก็ตาม ก็มีลักษณะเป็นการเฝ้าดูเหตุการณ์และระวังภัยที่จะเกิดขึ้นขณะนั้นนั่นเอง พฤติการณ์ของจำเลยที่ 3 มีลักษณะเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำในระหว่างจำเลยทั้งสาม การกระทำของจำเลยที่ 3 ถือได้ว่าเป็นการร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ครอบครองเมทแอมเฟตามีนของกลางเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธแต่ต่อมาขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกมาตรา 102 ด้วย) ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 (ที่ถูกเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งมีโทษเท่ากันลงโทษบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90) จำคุกคนละ 18 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3คำให้การในชั้นสอบสวนและทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลยทั้งสามคนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 9 ปี

ริบของกลางจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนจำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวหรือไม่ โจทก์มีสิบตำรวจโทประสาท อารยะธรรมโสภณเจ้าพนักงานตำรวจผู้ปลอมตัวเข้าล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนและนายดาบตำรวจสุคนธ์ มงคล เจ้าพนักงานตำรวจผู้แอบซุ่มดูการล่อซื้อเป็นพยานโจทก์เบิกความสอดคล้องต้องกันว่า สิบตำรวจโทประสาทกับสายลับไปที่ร้านฮงกี่ตามที่สืบทราบมาว่าเป็นแหล่งลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและพบจำเลยที่ 1 สิบตำรวจโทประสาทขอซื้อเมทแอมเฟตามีน

จำเลยที่ 1 ตกลงขายให้จำนวน 3 ถุง ถุงละ200 เม็ด ในราคา 36,000 บาท โดยนัดส่งมอบเมทแอมเฟตามีนกันที่สวนสาธารณะโสกน้ำใสเวลา 23.30 นาฬิกา สิบตำรวจโทประสาทกับสายลับรอจำเลยที่ 1 อยู่ที่จุดนัดหมายโดยมีนายดาบตำรวจสุคนธ์กับพวกแอบซุ่มดูอยู่ จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์มาพบสิบตำรวจโทประสาท โดยมีจำเลยที่ 2 นั่งซ้อนท้ายและจำเลยที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งมาด้วย จำเลยที่ 1 ขอตรวจนับเงิน สิบตำรวจโทประสาทกับจำเลยที่ 1 ช่วยกันนับเงิน ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ยืนดูเมื่อนับเงินเสร็จจำเลยที่ 1 บอกให้สิบตำรวจโทประสาทรอสักครู่แล้วจำเลยทั้งสามก็ขับรถจักรยานยนต์ออกไปจนเวลาประมาณ 24 นาฬิกาจำเลยทั้งสามกลับมาโดยขับรถจักรยานยนต์สองคันเช่นเดิม

จำเลยที่ 1ขอตรวจดูเงินอีกครั้งหนึ่ง สิบตำรวจโทประสาทจึงขอดูเมทแอมเฟตามีนก่อนจำเลยที่ 2 ยื่นถุงพลาสติกให้ สิบตำรวจโทประสาทเปิดถุงออกดูเห็นมีเมทแอมเฟตามีน จึงทำทีล้วงเงินจากกระเป๋ากางเกงและฉวยโอกาสกดปุ่มวิทยุที่เอวหลายครั้งส่งสัญญาณแสดงว่าล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนได้แล้ว นายดาบตำรวจสุคนธ์กับพวกที่แอบซุ่มดูอยู่พร้อมด้วยพันตำรวจตรีสุนันท์ หรรษา ซึ่งรออยู่อีกจุดหนึ่งเข้าจับกุมจำเลยทั้งสามไว้ได้ และร้อยตำรวจเอกถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ พนักงานสอบสวนเบิกความว่าในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 3 ให้การว่า ได้ร่วมไปที่เกิดเหตุกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 3 ได้พร้อมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในที่เกิดเหตุ และยึดเมทแอมเฟตามีนเป็นของกลางตามบัญชีของกลางคดีอาญาเอกสารหมาย

จ.5 และบันทึกคำให้การผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.8 เห็นว่าพยานโจทก์ทุกปากเป็นเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ไม่ปรากฏว่าเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 3 มาก่อน จึงไม่มีเหตุระแวงว่าจะเบิกความกลั่นแกล้งปรักปรำจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 เองก็เบิกความรับว่า ได้ร่วมเดินทางไปกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 และถูกจับกุมพร้อมจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทั้งเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวน 600 เม็ด เป็นของกลางได้ในที่เกิดเหตุ แม้ขณะถูกจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจจะไม่ได้ยึดเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 3ก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 3 ร่วมเดินทางมากับจำเลยที่ 1 และที่ 2เพื่อขอดูเงินที่จะซื้อเมทแอมเฟตามีน และขณะที่จำเลยที่ 1 และที่ 2กำลังตรวจนับเงินกันนั้นจำเลยที่ 3 ก็ยืนดูอยู่ใกล้

ๆ เมื่อตรวจนับเงินเสร็จจำเลยที่ 3 ก็ขับรถจักรยานยนต์ออกไปพร้อมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2ครั้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 เดินทางกลับมายังที่นัดหมายเพื่อส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่สิบตำรวจโทประสาท จำเลยที่ 3 ก็ร่วมเดินทางมาด้วยและแม้สิบตำรวจโทประสาทจะเบิกความตอบคำถามค้านว่าขณะจำเลยที่ 2 ส่งมอบเมทแอมเฟตามีน จำเลยที่ 3 จะนั่งดูอยู่บนกำแพงก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยที่ 3 ซึ่งไปนั่งอยู่บนกำแพงห่างออกไปเพียง 3 ถึง 4 เมตรนั้นก็มีลักษณะเป็นการเฝ้าดูเหตุการณ์และระวังภัยที่จะเกิดขึ้นขณะจำเลยที่ 1 และที่ 2 พวกของตนส่งมอบเมทแอมเฟตามีนและรับเงินนั่นเอง พฤติการณ์ของจำเลยที่ 3 มีลักษณะเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำในระหว่างจำเลยทั้งสาม

การกระทำของจำเลยที่ 3 ดังวินิจฉัยมาถือได้ว่าเป็นการร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2ในการกระทำความผิดอันมีลักษณะเป็นตัวการร่วมกันในการครอบครองเมทแอมเฟตามีนของกลางเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ส่วนที่จำเลยที่ 3ฎีกาว่า พยานโจทก์ผู้ร่วมจับกุมเบิกความแตกต่างกันทำให้มีเหตุสงสัยตามสมควรว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2หรือไม่นั้น เห็นว่า แม้พยานโจทก์ ผู้ร่วมจับกุมจะเบิกความแตกต่างกันไปบ้างดังที่จำเลยที่ 3 ฎีกาก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ส่วนสาระสำคัญของคดีหากเป็นเพียงข้อปลีกย่อยเท่านั้นไม่ถึงกับทำให้รูปคดีของโจทก์มีพิรุธเป็นที่น่าสงสัยแต่ประการใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · สุวัตร์ สุขเกษม · วิบูลย์ มีอาสา
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2568

การที่โจทก์ทั้งสองโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการเชื่อจากกลอุบายการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้นโดยใช้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูงเป็นเครื่องล่อใจเป็นวิธีการหลอกลวงอย่างหนึ่งและจำเลยทั้งสองยัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2568

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2567

พยานหลักฐานของโจทก์เมื่อรับฟังประกอบกันทั้งหมดแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยมีส่วนรู้เห็นเป็นใจและร่วมเป็นตัวการในการกระทำความผิดตามฟ้องกับ น. ด้วยการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยทำหน้าที่ขับรถในการขนล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2567

ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลและต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเท่านั้น ซึ่งในการ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้