Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1401/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บริษัท บ. จำกัดจ้างจำเลยทั้งสองให้ขนสินค้าไม้ซุงจากประเทศมาเลเซียเข้ามาในประเทศไทย ในการขนส่งสินค้าครั้งนี้บริษัท บ. จำกัดได้ประกันภัยสินค้าไว้กับโจทก์ วิธีการขนส่งสินค้ากระทำโดยขนสินค้าไม้ซุงบรรทุกเรือเดินทะเลของจำเลยที่ 2ชื่อ "สปัน" ซึ่งมีสภาพมั่นคงแข็งแรงเหมาะแก่การใช้ทางทะเลเมื่อเรือสปันแล่นมาถึงบริเวณทะเลที่เกิดเหตุเกิดมรสุมคลื่นลมจัดและมีของแข็งภายนอกเรือมา กระแทก เรือจนเรือรั่วและอัปปางลง ทั้งนี้แม้กัปตันเรือของจำเลยที่ 2 จะได้ใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างดีก็ย่อมไม่มีทางหลีกเลี่ยงมรสุมและการกระทบกระแทกจากของแข็งภายนอกเรือดังกล่าวได้ เหตุเรือรั่วและอัปปางจึงเป็นเหตุสุดวิสัย ตามป.พ.พ. มาตรา 8 คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ กรณีจึงหาใช่แต่จำเลยทั้งสองมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลแห่งคดีเท่านั้นไม่ หากแต่มูลแห่งคดีดังกล่าวเป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ เพราะโจทก์อาจบังคับเอากับจำเลยคนใดคนหนึ่งก็ได้โดยลำพัง ศาลย่อมฟังว่ากรณีเป็นเหตุสุดวิสัยแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้ให้การไว้โดยชัดแจ้งว่าเรืออัปปางเกิดจากเหตุสุดวิสัย.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิของห้างหุ้นส่วนจำกัดศิริวัฒน์ค้าไม้ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจำเลยทั้งสองให้ทำการขนส่งสินค้าไม้ซุงจากประเทศมาเลเซียมาประเทศไทย แต่จำเลยทั้งสองใช้เรือที่ไม่อยู่ในสภาพที่เหมาะสมมาทำการบรรทุกสินค้า ทำให้เรือจมระหว่างทางสินค้าไม้ซุงที่บรรทุกมาสูญหายหมด ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 3,436,708.90 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์มิใช่ผู้รับช่วงสิทธิ ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิริวัฒน์ค้าไม้ไม่ได้เสียหาย การบรรทุกของลงเรือเป็นเรื่องผู้ส่งของจัดการเอง จำเลยทั้งสองไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องด้วยเรือเดินทะเลอยู่ในสภาพเรียบร้อย

เหตุที่เรืออับปางลงเพราะประสบกับภาวะอากาศแปรปรวนอย่างหนัก มีพายุ ทะเลมีคลื่นลมแรงมาก จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีเหตุผลให้เชื่อได้ตามพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบว่าเรือสปันซึ่งบรรทุกไม้ซุงมีสภาพมั่นคงแข็งแรงเหมาะแก่การใช้ทางทะเล เรืออับปางลงเพราะทะเลมีคลื่นจัด ความเร็วลม20-30 น็อต ต่อชั่วโมง เรือรั่วเนื่องจากถูกของแข็งภายนอกเรือมาชนหรือกระแทกเรือ และในสภาพที่มรสุมคลื่นลมจัดเช่นนั้นแม้กัปตันเรือจะได้ใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างดี ก็ย่อมไม่มีทางหลีกเลี่ยงมรสุมและการกระทบกระแทกจากของแข็งภายนอกเรือดังกล่าวได้

เหตุที่เรือรั่วจึงเป็นเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8ที่ศาลชั้นต้นทั้งสองฟังว่า กรณีเป็นเหตุสุดวิสัยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยโจทก์ฎีกาในประการสุดท้ายว่า จำเลยที่ 1 มิได้ให้การไว้โดยชัดแจ้งว่า เหตุที่เรืออับปางเกิดจากเหตุสุดวิสัย ศาลล่างทั้งสองจะอาศัยเหตุดังกล่าวพิพากษายกฟ้องถึงจำเลยที่ 1 ด้วยย่อมเป็นการไม่ชอบ เพราะจำเลยทั้งสองไม่ใช่ลูกหนี้ร่วมและมีเพียงผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีเท่านั้น นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ กรณีจึงหาใช่แต่จำเลยทั้งสองมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีเท่านั้นไม่ หากแต่มูลความแห่งคดีดังกล่าวเป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้เพราะโจทก์อาจบังคับเอากับจำเลยคนใดคนหนึ่งก็ได้โดยลำพัง การที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่ากรณีเป็นเหตุสุดวิสัยแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 เสียด้วย จึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ ธารีสาร · ชุม สุกแสงเปล่ง · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้