คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ส่งบุตรแก่โจทก์ คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยส่งตัวบุตรให้โจทก์ จำเลยขอให้งดการบังคับคดีไว้ อ้างว่าได้ฟ้องโจทก์ต่อศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ขอให้พิพากษาให้อำนาจปกครองบุตรอยู่แก่จำเลย ศาลอนุญาต ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาให้อำนาจปกครองบุตรอยู่แก่จำเลย และคดีถึงที่สุด โจทก์ขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้อำนาจปกครองบุตรอยู่แก่จำเลยแล้ว จึงไม่สั่งให้จำเลยส่งบุตรแก่โจทก์
โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ผลแห่งคำพิพากษาศาลฎีกาและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นคนละเรื่องกัน จึงไม่ขัดแย้งกัน คือ ประเด็นพิพาทตามคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นเรื่องว่าจะให้จำเลยส่งบุตรแก่โจทก์ตามคำขอหรือไม่ ส่วนประเด็นพิพาทตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นเรื่องว่าอำนาจปกครองบุตรควรจะอยู่แก่จำเลยผู้เป็นมารดาหรือไม่ ฉะนั้นแม้ศาลฎีกาจะได้พิพากษาให้จำเลยส่งตัวบุตรแก่โจทก์ก็ตาม แต่เมื่อภายหลังศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้อำนาจปกครองบุตรอยู่แก่จำเลยผู้เป็นมารดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๘(๖) แล้ว อำนาจปกครองที่มีอยู่แก่โจทก์ผู้เป็นบิดาแต่แรกก็ย่อมหมดไปในตัว ไม่ต้องมีการสั่งถอน จำเลยจึงไม่ต้องส่งบุตรให้โจทก์
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน