Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1400/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินได้จากการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินได้พึงประเมินตาม ป.รัษฎากร มาตรา 40 (8) และการขายทอดตลาดนั้น จำเลยเป็นผู้มีเงินได้จากการขายทอดตลาด จำเลยจึงมีภาระต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการขายทอดตลาดดังกล่าว ส่วนผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้ซื้ออยู่ในฐานะเป็นผู้จ่ายเงินให้แก่จำเลย จึงเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินที่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ตามมาตรา 50 (6) (ข) และนำส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในขณะที่มีการจดทะเบียนตามมาตรา 52 วรรคสอง ดังนั้น เงินค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ผู้คัดค้านได้ทดรองจ่ายแทนจำเลยไป จึงเป็นเงินรายได้ของแผ่นดินที่กรมสรรพากรมีหน้าที่จัดเก็บ ไม่ใช่เป็นเงินรายได้สุทธิที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่จะนำไปชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ จำเลยผู้ขายเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้พึงประเมินจากการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างหาก ไม่ใช่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้ซื้อ เมื่อผู้คัดค้านไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้พึงประเมินแล้ว คำว่า "ค่าภาษีต่างๆ" ตามที่ระบุไว้ในบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงินจึงไม่หมายรวมถึงค่าภาษีเงินได้พึงประเมินด้วยและเมื่อผู้คัดค้านได้ทดรองจ่ายค่าภาษีดังกล่าวแทนจำเลยไปก่อนแล้ว ย่อมมีสิทธินำใบเสร็จรับเงินที่ได้ทดรองจ่ายแทนจำเลยไปนั้น ไปขอรับเงินคืนจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ภายในกำหนดตามที่ระบุไว้ และในการจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องระบุรายการหักคืนเงินภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้คัดค้านด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ยื่นคำร้องว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงิน 422,838.35 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี จากต้นเงิน 350,000 บาท นับแต่วันที่ 24 เมษายน 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมส่วนที่ศาลไม่สั่งคืนและค่าทนายความ 4,000 บาท หากจำเลยชำระหนี้ไม่เสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน ให้โจทก์ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้จนครบถ้วนแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยผิดนัด โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 136 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกขายทอดตลาดซึ่งผู้คัดค้านเป็นผู้ประมูลซื้อทรัพย์ได้ในราคา 270,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ

- จ่ายเงิน โดยนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด 9,821 บาท จ่ายคืนเงินทดรองจ่ายภาษีเงินได้ที่ผู้คัดค้านชำระแทนจำเลยในการโอนทรัพย์สิน โจทก์คัดค้านการจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงินดังกล่าว เรื่องการคืนภาษีเงินได้ให้แก่ผู้คัดค้าน เนื่องจากผู้คัดค้านมิใช่คู่ความในคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีสิทธินำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยไปจ่ายคืนให้แก่ผู้คัดค้าน แต่เจ้าพนักงานบังคับคดียกคำคัดค้านของโจทก์ และยืนยันว่าการจัดทำบัญชีถูกต้อง ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ 1 ใหม่ โดยมิให้นำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยไปชำระให้แก่ผู้คัดค้านเป็นค่าภาษีเงินได้ เจ้าพนักงานบังคับคดีทำหนังสือรายงานข้อเท็จจริงในกรณีคืนค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ผู้คัดค้าน ลงวันที่ 28 เมษายน 2547

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ 1 ใหม่ โดยให้นำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดหักค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีก่อน จากนั้นให้นำเงินที่คงเหลือชำระให้แก่โจทก์จนครบถ้วน เมื่อมีเงินเหลือจึงให้จ่ายคืนเงินทดรองจ่ายภาษีให้แก่ผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ และมีคำสั่งให้โจทก์ส่งสำเนาคำร้องของโจทก์แก่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้ซื้อทรัพย์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ซื้อทรัพย์ มิใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในการจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงินใหม่ และให้โจทก์ส่งสำเนาคำร้องที่ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน แล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินการและมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องดังกล่าวต่อไป คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่ ผู้คัดค้านได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่ยื่นคำคัดค้าน (ที่ถูกผู้คัดค้านได้ยื่นคำคัดค้านฉบับลงวันที่ 17 สิงหาคม 2548 ภายในกำหนดแล้ว แต่ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นคำแถลงการณ์) ในชั้นไต่สวนคำร้องโจทก์และผู้คัดค้านแถลงรับว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 136 ตำบลวัดเพลง

อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลย และได้ทดรองจ่ายค่าภาษีแทนจำเลยไปก่อน ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ 1 โดยคืนเงินทดรองจ่ายค่าภาษีเงินได้ให้แก่ผู้คัดค้าน โดยโจทก์ยังได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาไม่ครบถ้วน ตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 17 สิงหาคม 2548

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงให้งดการไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ 1ใหม่ โดยให้นำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดหักค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีก่อน จากนั้นให้นำเงินที่คงเหลือชำระให้แก่โจทก์จนครบถ้วน เมื่อมีเงินเหลือจึงให้จ่ายคืนเงินทดรองจ่ายภาษีให้แก่ผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์ภาค 7ให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่โจทก์และผู้คัดค้านแถลงรับในรายงานกระบวนพิจารณา ฉบับลงวันที่ 17 สิงหาคม 2548 ฟังได้ว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 136 ตำบลวัดเพลง อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีและได้ทดรองจ่ายค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแทนจำเลยไปก่อน (จำนวน 9,821 บาท) ต่อมาเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ 1 (ตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 1) จึงได้กันเงินไว้ จ่ายคืนเงินทดรองจ่ายค่าภาษีจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านโดยที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลย ยังไม่ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาครบถ้วน

คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า บัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ 1 ดังกล่าว ชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือไม่ เห็นว่า เงินได้จากการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (8) และการขายทอดตลาดนั้น จำเลย (ผู้ขาย) เป็นผู้มีเงินได้จากการขายทอดตลาด ฉะนั้น ตามประมวลรัษฎากรจำเลยจึงมีภาระต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการขายทอตดลาดดังกล่าว ส่วนผู้คัดค้าน (ผู้ซื้อ) อยู่ในฐานะเป็นผู้จ่ายเงินให้แก่จำเลย จึงเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินที่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ตามมาตรา 50 (6) (ข) และนำส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในขณะที่มีการจดทะเบียนตามมาตรา 52 วรรคสอง

ดังนั้นเงินค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ผู้คัดค้านได้ทดรองจ่ายแทนจำเลยไปนั้น จึงเป็นเงินรายได้ของแผ่นดินที่กรมสรรพากรมีหน้าที่จัดเก็บ ไม่ใช่เป็นเงินรายได้สุทธิที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย ที่จะนำไปชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาจึงเห็นว่าคำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 169/2546 เรื่องการหักภาษีเงินได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สิน เอกสารลำดับที่ 2 ที่แนบท้ายหนังสือสำนักงานบังคับคดี จังหวัดราชบุรี ฉบับลงวันที่ 28 เมษายน 2547 ข้อ 1 ที่ให้เพิ่มเติมข้อความในสัญญาซื้อขายว่าผู้ซื้อทรัพย์มีสิทธินำใบเสร็จรับเงินที่มีรายการชำระค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย มาขอคืนภาษีได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รับหนังสือโอนกรรมสิทธิ์ และข้อ 4 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีระบุในการทำบัญชีรับ

- จ่ายเงิน ให้แสดงรายการในบัญชีว่าเป็นการคืนเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ ทั้งยังได้ประทับตราข้อความการคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้ซื้อทราบไว้ท้ายหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินเอกสารแนบท้าย ลำดับที่ 4 เพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีและผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดปฏิบัติตามนั้น สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในประมวลรัษฎากรตามที่กล่าวมาแล้ว ส่วนข้อสัญญาในแบบพิมพ์ประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดราชบุรี เรื่อง ขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เอกสารแนบท้าย ลำดับที่ 3 ที่ระบุข้อความว่า ผู้ซื้อได้จะต้องเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการโอน และค่าภาษีต่าง ๆ จากการขายอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลรัษฎากรนั้น

เห็นว่า เงินได้พึงประเมินจากการขายทอดตลาดตามที่กล่าวมาแล้วนั้น จำเลยผู้ขายเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้พึงประเมินดังกล่าวต่างหาก ไม่ใช่ผู้คัดค้าน เมื่อผู้คัดค้านไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้พึงประเมินแล้ว คำว่า "ค่าภาษีต่าง ๆ" ตามที่ระบุไว้จึงไม่น่าจะหมายรวมถึงค่าภาษีเงินได้พึงประเมินด้วยและเมื่อผู้คัดค้านได้ทดรองจ่ายค่าภาษีดังกล่าวแทนจำเลยไปก่อนแล้ว ก็ย่อมมีสิทธินำใบเสร็จรับเงินที่ได้ทดรองจ่ายแทนจำเลยไปนั้น ไปขอรับเงินคืนจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ภายในกำหนดตามที่ระบุไว้ คำสั่งกรมบังคับคดีที่ 169/2546 และในการจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ต้องระบุรายการหักคืนเงินภาษีหัก

ณ ที่จ่าย ให้แก่ผู้คัดค้านด้วย ดังนั้นที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ 1 ระบุให้กันเงินจ่ายคืนเงินทดรองจ่ายค่าภาษีให้แก่ผู้คัดค้าน จำนวน 9,821 บาท จึงชอบแล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ 1 ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ 1 ใหม่ โดยให้นำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดหักค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีก่อน จากนั้นให้นำเงินที่คงเหลือชำระให้แก่โจทก์จนครบถ้วน เมื่อมีเงินเหลือจึงให้จ่ายคืนเงินทดรองจ่ายภาษีให้แก่ผู้คัดค้านนั้น จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้คัดค้านฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · วิรุฬห์ แสงเทียน
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้