Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1399/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เป็นหุ้นส่วนต้องมีเงิน ทรัพย์สินอื่น หรือแรงงานมาลงหุ้นถ้าไม่ได้ลงหุ้น ก็ไม่เป็นหุ้นส่วน ฎีกาว่าโจทก์จำเลยไม่เป็นหุ้นส่วนเป็นคำขอคำนวณเป็นราคาเงินไม่ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระบัญชี และชำระเงิน 101,909.17 บาทแก่โจทก์กับดอกเบี้ย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ มิให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการชำระบัญชี และไม่ต้องใช้เงินแก่โจทก์ โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "เห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทั้งสองที่ฎีกาว่า โจทก์กับจำเลยทั้งสองมิได้เป็นหุ้นส่วนกันเสียก่อน ตัวโจทก์เบิกความว่าตกลงกันว่าในการก่อสร้าง โจทก์และจำเลยทั้งสองเป็นคนหาเงินมาจ่ายเป็นค่าแรงงานและค่าวัสดุ จำเลยที่ 1 เอาเงินสดบ้าง เช็คบ้างมาเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ในธนาคาร เพื่อให้โจทก์ใช้จ่ายในการก่อสร้างเป็นเงินทั้งสิ้น 185,000 บาท แต่ปรากฏตามคำให้การในชั้นสอบสวนของโจทก์เมื่อโจทก์ไปร้องทุกข์กล่าวหาว่า จำเลยทั้งสองยักยอกทรัพย์ของหุ้นส่วนและทุจริตต่อหน้าที่ว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้นำเงินมาลงหุ้นด้วยเลย

จำนวนเงิน185,000 บาทที่จำเลยที่ 1 นำเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ในธนาคารเป็นเงินที่จำเลยที่ 1 รับจากห้างหุ้นส่วนจำกัดสมัยก่อสร้างมาจ่ายให้โจทก์เป็นค่าก่อสร้าง ส่วนจำเลยที่ 2 โจทก์ไม่ได้นำสืบให้ปรากฏว่าได้นำเงินมาลงหุ้นด้วยคงปรากฏตามคำให้การของโจทก์ในชั้นสอบสวนตามสำนวนสอบสวนทั้งสองสำนวนดังกล่าวว่า จำเลยที่ 2 ไม่มีเงินลงทุน ได้นำเช็คของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งกรมอาชีวะศึกษาสั่งจ่ายค่าซ่อมรถเป็นเงิน 22,831 บาท 30 สตางค์ มอบให้โจทก์เป็นการลงหุ้น แต่โจทก์เบิกเอาเงินจำนวนนี้มาใช้ไม่ได้ จึงได้มอบเช็คดังกล่าวคืนให้ไป หลังจากนั้นจำเลยที่ 2 ก็ได้จ่ายเงินช่วยค่าก่อสร้างและค่าแรงให้โจทก์บ้าง แต่จำเลยที่ 2 ก็ได้ไปเบิกเงินคืนจากจำเลยที่ 1 แล้วพร้อมด้วยดอกเบี้ย

ส่วนที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้ทดรองจ่ายเงินไปก่อนนั้น เมื่อโจทก์ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในการก่อสร้าง โจทก์ก็ทำสัญญากู้ในนามของโจทก์แต่ผู้เดียว แทนที่จะทำร่วมกันทั้งสามคน การที่จำเลยที่ 1 เปิดบัญชีเงินฝากที่ธนาคารจำเลยที่ 1ก็ใช้บัญชีนี้เฉพาะนำเช็คที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดสมัยก่อสร้างสั่งจ่ายให้จำเลยที่ 1เข้าบัญชีเพื่อจ่ายต่อให้โจทก์ในกิจการก่อสร้าง ซึ่งโจทก์เองก็เบิกความรับว่าการรับเงินค่าก่อสร้าง โจทก์ไม่ได้รับจากห้างหุ้นส่วนจำกัดสมัยก่อสร้าง แต่รับจากจำเลยที่ 1 ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า โจทก์จำเลยตกลงกันให้โจทก์จ่ายเงินทดรองในการก่อสร้างไปก่อนศาลฎีกาเห็นว่า การที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเป็นหุ้นส่วนกันนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1026 บัญญัติว่า

ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาลงหุ้นด้วยในห้างหุ้นส่วน สิ่งที่นำมาลงหุ้นด้วยนั้นจะเป็นเงินหรือทรัพย์สินสิ่งอื่นหรือลงแรงงานก็ได้ มาตรา 1044 บัญญัติให้ส่วนกำไรหรือส่วนขาดทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนเป็นไปตามส่วนที่ลงหุ้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยทั้งสองไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาลงหุ้นกับโจทก์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือทรัพย์สินสิ่งอื่นหรือแรงงาน จำเลยทั้งสองก็ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ แม้ว่าจำเลยทั้งสองจะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการบางสิ่งบางอย่างของโจทก์ ก็ไม่ทำให้จำเลยทั้งสองกลับกลายเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ไปได้ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยมาชำระบัญชีกับโจทก์หรือให้จำเลยทั้งสองรับผิดในฐานะเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ เมื่อวินิจฉัยดังกล่าวแล้ว ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาโจทก์จำเลยในประเด็นอื่นต่อไป คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนจำเลย เว้นแต่ค่าทนายความทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งจำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์กับจำเลยทั้งสองมิได้เป็นหุ้นส่วนกัน เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลในขณะนั้นเพียง 50 บาท ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลอย่างคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ไม่ถูกต้อง ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่ศาลชั้นต้นเรียกเกินมาให้จำเลยไป"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้