Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1398/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การส่งคำบังคับโดยวิธีอื่นแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรคหนึ่ง นั้น พนักงานเดินหมาย ผู้ส่งคำบังคับจะต้องทำการปิดคำบังคับไว้ ณ บริษัทจำเลย ในที่แลเห็นได้ง่ายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น การส่งให้ พนักงานบริษัทจำเลยรับไว้มิใช่เป็นการปิดคำบังคับในที่แลเห็นได้ง่ายตามกฎหมาย การส่งคำบังคับในกรณีนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีจึงยังอยู่ในระยะเวลาที่จำเลยจะยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ อาคาร ท. มีทั้งหมด 9 ชั้น มีบริษัทดำเนินกิจการอยู่ในอาคารดังกล่าวประมาณ 10 บริษัท บริษัทจำเลยมีที่ทำการอยู่ชั้นที่ 7 และ 8 ลูกค้าที่จะติดต่อต้องติดต่อที่ชั้นที่ 8ในการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องและหมายนัดสืบพยานโจทก์ ให้จำเลยนั้น เมื่อพนักงานส่งหมายไปถึงอาคาร ท.เข้าใจว่าทั้งอาคารเป็นของบริษัทจำเลยจึงได้ปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ที่บริเวณด้านหน้าอาคารชั้นล่างการปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องก็ดี การปิดหมายนัดสืบพยานโจทก์ ก็ดี พนักงานเดินหมายได้ปิดไว้ที่หน้าอาคารชั้นล่าง ไม่ใช่ ที่ทำการของบริษัทจำเลย อาคาร ท. เป็นที่ทำการของบริษัทอื่นอีกประมาณ 10 บริษัท ย่อมมีผู้คนพลุกพล่านพอสมควร หมายเรียก และหมายนัดอาจหลุดหายไปก่อนที่จำเลยจะได้ทราบข้อความ ดังนี้การขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาของจำเลย จึงมิได้เป็นไปโดยจงใจและมีเหตุอันสมควรให้พิจารณาใหม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ค่าอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล พร้อมทั้งค่าเงินเพิ่มคำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน 455,038.20 บาทและค่าเงินเพิ่มอากรขาเข้าอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากต้นเงินอากรขาเข้ารวม 182,186 บาท เป็นรายเดือน นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าภาษีอากรจำนวน 455,038.20 บาท และเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากต้นเงินอากรขาเข้าจำนวน 97,350 บาท และ 84,836 บาท นับแต่วันที่ 13, 22 ตุลาคม 2539 ตามลำดับจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่าไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา เพราะจำเลยไม่เคยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง หมายนัดสืบพยานโจทก์ รวมทั้งคำบังคับของศาล เนื่องจากพนักงานเดินหมายของศาลมิได้ปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทราบ ณ อาคารทาโซส ชั้นที่ 7 และ 8 ซึ่งเป็นสถานที่ทำการแห่งใหญ่ของจำเลย จำเลยทราบว่าถูกโจทก์ทั้งสองฟ้องเมื่อโจทก์ที่ 1 ส่งหนังสือแจ้งให้จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง โดยจำเลยได้รับหนังสือดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2541 จำเลยไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง

หากจำเลยได้ต่อสู้คดีจำเลยอาจชนะคดีโจทก์ได้โจทก์ทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าหน้าที่ของศาลได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องหมายนัดสืบพยานโจทก์ และคำบังคับของศาลโดยวิธีปิดไว้ ณ เลขที่ 1675 อาคารทาโซส ชั้นที่ 7 และ 8 ซึ่งเป็นภูมิลำเนาและสถานที่ทำการแห่งใหญ่ของจำเลยตามคำสั่งศาลโดยชอบแล้ว จำเลยขาดนัดโดยจงใจและมายื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่พ้นกำหนดเวลาแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิที่จะขอให้พิจารณาใหม่ ขอให้ยกคำร้องศาลภาษีอากรกลางไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่า การส่งคำบังคับของพนักงานเดินหมายชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

จำเลยอุทธรณ์ว่า การปิดคำบังคับมิได้ปิดที่ภูมิลำเนาจำเลยซึ่งตั้งอยู่ที่เลขที่ 1675 อาคารทาโซส ชั้นที่ 7 และ 8 ถนนจันทร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาธร กรุงเทพมหานคร นายสรวุฒิ นิลโสภา พนักงานเดินหมายของศาลภาษีอากรกลางเบิกความว่า จำไม่ได้ว่าชั้นที่เท่าใด วิธีปิดคำบังคับจะไม่ปิดไว้ที่ประตูหรือรั้วให้เป็นที่เอิกเกริกแต่จะส่งหมายให้บุคคลรับไว้และจะถือว่าเป็นการปิดหมายตามกฎหมายเช่นนี้ การปิดคำบังคับจึงมิได้ปิดที่ภูมิลำเนาจำเลยถือไม่ได้ว่ามีการส่งคำบังคับโดยชอบด้วยกฎหมาย เห็นว่าการส่งคำบังคับในคดีนี้นั้น นายสรวุฒิพยานโจทก์ผู้ทำหน้าที่ส่งคำบังคับเบิกความว่า เมื่อพยานไปถึงอาคารทาโซส ได้ขึ้นลิฟท์ไปยังอาคารชั้นบน

จำไม่ได้ว่าชั้นที่เท่าใด ออกจากลิฟท์จะพบบริษัทจำเลย พบพนักงานจำได้ว่าเป็นผู้หญิง สอบถามถึงผู้จัดการได้รับแจ้งว่าไม่อยู่ พยานแจ้งว่าได้นำคำบังคับมาส่งแต่พนักงานคนดังกล่าวไม่ยอมรับ พยานจึงได้ปิดคำบังคับทางปฏิบัติในการปิดคำบังคับของพยานไม่ว่าส่งให้แก่ภาครัฐหรือเอกชน กรณีพบบุคคลที่จะรับหมายไว้แทนได้ พยานจะไม่ปิดไว้ที่ประตูหรือรั้วให้เป็นที่เอิกเกริก เนื่องจากเป็นการให้เกียรติแก่ผู้ที่ตกเป็นผู้รับหมายและส่งหมายให้แก่บุคคลดังกล่าวรับไว้และจะถือว่าเป็นกรณีปิดหมายตามกฎหมาย จากคำเบิกความของนายสรวุฒิดังกล่าว แม้จะเบิกความว่า ได้ขึ้นลิฟท์ ยังอาคารชั้นบนจำไม่ได้ว่าชั้นที่เท่าใดก็ตาม แต่ก็เบิกความต่อไปว่าออกจากลิฟท์ พบบริษัทจำเลยสอบถามถึงผู้จัดการแจ้งว่าไม่อยู่ แสดงว่านายสรวุฒิไปถึงบริษัทจำเลยตามภูมิลำเนาแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ปัญหาต่อไปมีว่า การปิดคำบังคับดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ข้อเท็จจริงรับฟังได้จากคำเบิกความของนายสรวุฒิมิได้ปิดบังคับไว้ หากแต่ส่งคำบังคับให้พนักงานรับไว้แล้วถือว่าเป็นกรณีปิดคำบังคับตามกฎหมาย เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรคหนึ่ง บัญญัติถึงการส่งคำคู่ความหรือเอกสารโดยวิธีอื่นแทนไว้ว่า "ปิดคำคู่ความหรือเอกสารไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการของคู่ความ" ดังนั้นการส่งคำบังคับในกรณีนี้ พนักงานเดินหมายผู้ส่งคำบังคับจะต้องทำการปิดคำบังคับไว้ ณ บริษัทจำเลยในที่แลเห็นได้ง่ายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น การส่งให้พนักงานบริษัทจำเลยรับไว้มิใช่เป็นการปิดคำบังคับในที่แลเห็นได้ง่ายตามกฎหมายการส่งคำบังคับในกรณีนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

กรณีจึงยังอยู่ในระยะเวลาที่จำเลยจะยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอพิจารณาใหม่โดยเห็นว่าจำเลยยื่นคำร้องพ้นกำหนดระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคหนึ่ง นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาส่วนปัญหาที่ว่ามีเหตุผลสมควรที่จะอนุญาตให้พิจารณาใหม่หรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปทีเดียว พิเคราะห์คำร้องขอให้พิจารณาใหม่แล้ว จำเลยได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งถึงเหตุที่จำเลยได้ขาดนัดและข้อคัดค้านคำชี้ขาดตัดสินของศาลแล้วทางไต่สวนข้อเท็จจริงได้ความตามคำเบิกความของนายไพศาล ลีนะวัฒน์ กรรมการบริหารบริษัทจำเลยว่า อาคารทาโซสมีทั้งหมด 9 ชั้นมีบริษัทดำเนินกิจการอยู่ในอาคารดังกล่าวประมาณ 10 บริษัท

บริษัทจำเลยมีที่ทำการอยู่ชั้นที่ 7 และ 8 ลูกค้าที่จะติดต่อต้องติดต่อที่ชั้นที่ 8 บริษัทจำเลยทราบว่าถูกฟ้องคดีนี้เมื่อได้รับหนังสือซึ่งแนบสำเนาหมายบังคับคดีจากสำนักกฎหมายกรมศุลกากรในวันที่ 27 พฤษภาคม 2541 บริษัทจำเลยไม่เคยได้รับหมายในคดีนี้เลย และได้ความจากนายสรวุฒิ ผู้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องครั้งแรกว่า พยานขึ้นลิฟท์อาคารทาโซส ไปส่งที่ที่ทำการบริษัทจำเลย พบพนักงานบริษัทจำเลยแต่ไม่ยอมรับหมายพยานจึงกลับมาทำรายงานการส่งหมายต่อศาลภาษีอากรกลางว่าส่งหมายไม่ได้ กับได้ความจากนายปิยะ ทิพกัน พนักงานเดินหมายของศาลภาษีอากรกลางอีกคนหนึ่งว่า พยานไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง รวมทั้งหมายนัดสืบพยานโจทก์ ซึ่งศาลภาษีอากรกลางสั่งว่า

ถ้าไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิดหมาย ในการไปส่งหมายพยานไปถึงอาคารทาโซส เข้าใจว่าทั้งอาคารเป็นของบริษัทจำเลยซึ่งมีชื่อทาโซสเช่นเดียวกัน พยานได้ปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ที่บริเวณด้านหน้าอาคารชั้นล่าง เห็นได้ว่า การปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องก็ดี การปิดหมายนัดสืบพยานโจทก์ก็ดี พนักงานเดินหมายได้ปิดไว้ที่หน้าอาคารชั้นล่างไม่ใช่ที่ทำการของบริษัทจำเลย อาคารทาโซสเป็นที่ทำการของบริษัทอื่นอีกประมาณ 10 บริษัท ย่อมมีผู้คนพลุกพล่านพอสมควรหมายเรียกและหมายนัดอาจหลุดหายไปก่อนที่จำเลยจะได้ทราบข้อความการขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาของจำเลยจึงมิได้เป็นไปโดยจงใจและมีเหตุอันสมควรให้พิจารณาใหม่พิพากษายกคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ให้ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เธียรไท สุนทรนันท · สุทธิ นิชโรจน์ · ชวเลิศ โสภณวัต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้