Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13967/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามข้อบังคับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร น. ข้อ 2 ระบุว่า สมาชิกหมายถึง สมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุกรายที่ได้ซื้อที่ดินจัดสรรจากผู้จัดสรรที่ดินฯ และผู้ซื้อที่ดินจัดสรร หมายถึง ผู้ทำสัญญากับผู้จัดสรรที่ดินเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินจัดสรรฯ และตามสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดินระบุว่าโจทก์ที่ 1 เป็นผู้ซื้อที่ดินจากผู้จัดสรร โจทก์ที่ 1 จึงเป็นผู้ทำสัญญากับผู้จัดสรรที่ดินเพียงรายเดียว โจทก์ที่ 2 เป็นสามีของโจทก์ที่ 1 แต่เป็นคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน จึงมิใช่คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย สถานะทางกฎหมายของโจทก์ที่ 2 ไม่อาจนำมาอ้างเพื่อใช้สิทธิของโจทก์ที่ 1 ได้ นอกจากนี้ตามข้อบังคับข้อ 48.1 ระบุว่าให้สมาชิกหรือคู่สมรสตามกฎหมายของสมาชิกมีสิทธิได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการนิติบุคคลเท่านั้น โจทก์ที่ 2 เป็นคู่สมรสที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ที่ 1 จึงไม่อาจใช้สิทธิในฐานะสมาชิกได้ โจทก์ที่ 2 จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ข้อบังคับข้อ 47 วรรคสาม ระบุว่า มติของคณะกรรมการนิติบุคคล ต้องได้รับคะแนนเสียงข้างมากของกรรมการนิติบุคคล คะแนนเสียงของกรรมการนิติบุคคลแต่ละรายไม่ว่าจะมีบ้านในหมู่บ้านกี่หลังมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งเสียง แต่ตามข้อบังคับในหมวดที่ 13 คณะกรรมการนิติบุคคลมิได้ระบุถึงการบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรว่าต้องบันทึกถึงจำนวนกรรมการที่ออกเสียงลงมติว่ามีจำนวนเท่าใด การที่รายงานการประชุมคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรครั้งที่ 1/2553 และครั้งที่ 1/2554 ระบุแต่เพียงว่าที่ประชุมมีมติให้จำเลยที่ 1 เป็นประธานกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันในนามนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ ก็ต้องถือว่าเป็นมติคะแนนเสียงข้างมากตามข้อบังคับแล้ว อีกทั้งคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีฐานะเป็นผู้แทนของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในกิจการเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และดำเนินการใด ๆ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของข้อบังคับและพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ตามข้อบังคับหมวดที่ 1 ข้อ 2 การจะให้คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทั้งหมดลงนามในเอกสารต่าง ๆ เพื่อดำเนินการในกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรย่อมเป็นการยุ่งยาก การที่คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีมติให้จำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวมีอำนาจลงนามผูกพันในนามนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ จึงเป็นอำนาจโดยทั่วไปในการบริหารจัดการของคณะกรรมการที่จะกระทำได้ กรณีมิใช่เป็นการมอบอำนาจทั้งหมดของคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการแทน จึงหาจำต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนิติบุคคล มติที่ประชุมคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจึงชอบแล้ว ตามข้อบังคับข้อ 43 ระบุว่า ในกรณีผู้มีหน้าที่ชำระเงินมีความประสงค์จะขอตรวจหรือสำเนาเอกสารบัญชีหรือรายงานในหมวดนี้ ให้คณะกรรมการนิติบุคคลหรือผู้จัดการนิติบุคคลแล้วแต่กรณี ดำเนินการให้ผู้ขอโดยมีสิทธิเรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้เท่าที่จำเป็น แต่ตามข้อบังคับข้อ 67.2 วรรคสอง ที่จดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อเจ้าพนักงานที่ดินเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 ระบุว่า ในกรณีค้างชำระค่าสาธารณูปโภคติดต่อกันตั้งแต่สามเดือนขึ้นไป ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ มีอำนาจในการระงับการให้บริการสาธารณะหรือการใช้สิทธิในสาธารณูปโภค... และบริการอื่นๆ ที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร และ/หรือคณะกรรมการเห็นสมควรงดให้บริการ ซึ่งขณะที่โจทก์ที่ 2 มีหนังสือถึงคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรขอสำเนาเอกสารข้างต้นเป็นช่วงระยะเวลาเดือนกันยายนและเดือนพฤศจิกายน 2554 นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรยังมีข้อโต้แย้งกับโจทก์ที่ 1 ในการค้างชำระค่าสาธารณูปโภคประจำปี 2554 ประกอบกับโจทก์ที่ 2 มิได้เป็นสมาชิกผู้มีหน้าที่ชำระเงิน การที่คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรปฏิเสธคำขอของโจทก์ที่ 2 จึงเป็นการปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าวข้างต้น ไม่เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อบังคับอื่น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมครั้งที่ 1/2553 และครั้งที่ 1/2554 ที่มีมติให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและเพิกถอนนิติกรรมที่จำเลยที่ 1 เพียงคนเดียวตกลงหรือลงนามในฐานะผู้มีอำนาจของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทั้งหมด ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 ร่วมกันชดใช้เงินคืนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรรวม 267,329 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้เพิกถอนการแก้ไขข้อบังคับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรซึ่งยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับข้อ 67 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2554 โดยให้กลับไปใช้ในข้อความเดิม ให้มีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 และที่ 12 ขาดคุณสมบัติในการเป็นคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ให้จำเลยที่ 1 และที่ 12 หยุดการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

เพิกถอนมติที่ประชุมคณะกรรมการนิติบุคคลที่จำเลยที่ 1 และที่ 12 ร่วมลงมติทุกครั้ง และเพิกถอนนิติกรรมที่จำเลยที่ 1 และที่ 12 ลงนามหรือร่วมลงนามผูกพันนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ให้จำเลยที่ 1 และที่ 12 คืนเงินค่าเบี้ยประชุมหรือเงินค่าดำเนินการใด ๆ ทั้งหมดที่ได้รับจากนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหลังจากวันที่ 27 มิถุนายน 2554 แก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร โดยให้จำเลยที่ 3 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 13 ถึงที่ 15 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 12 ด้วย ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 16 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองรวม 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 16 จะชำระเสร็จ และให้จำเลยทั้งสิบหกเปิดเผยข้อมูลรายงานการประชุมใหญ่

รายงานการประชุมคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทุกครั้งตั้งแต่ปี 2553 ถึงปัจจุบัน เปิดเผยบัญชีรายรับรายจ่ายประจำเดือนของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 ถึงปัจจุบัน โดยให้ส่งสำเนาให้โจทก์ทั้งสองด้วย หากจำเลยทั้งสิบหกไม่ปฏิบัติตาม ให้จำเลยทั้งสิบหกหยุดการทำงานในฐานะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร จำเลยที่ 1 ถึงที่ 16 ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนจำเลยทั้งสิบหก 8,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์ที่ 2 เป็นสามีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสของโจทก์ที่ 1 และได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่ 1 ให้ดำเนินคดี โจทก์ที่ 1 มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 1703/128 ซอยวชิรธรรมสาธิต 57 ในหมู่บ้านจัดสรรนันทวัน สุขุมวิท โฉนดเลขที่ 250178 ตำบลบางจาก อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรนันทวัน สุขุมวิท จัดตั้งเมื่อประมาณปลายปี 2547 ต่อมาปี 2553 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร และปี 2554 จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 9 และที่ 11 ถึงที่ 15 ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

จำเลยที่ 16 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 วาระที่ 6 เรื่องการเรียกเก็บค่าสาธารณูปโภค และที่ประชุมลงมติให้เพิ่มจากอัตราตารางวาละ 16 บาท ต่อเดือน เป็นตารางวาละ 20 บาท ต่อเดือน ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป จำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 ในฐานะคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมิได้นำมติดังกล่าวไปจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับต่อเจ้าพนักงานที่ดิน และยังคงเรียกเก็บค่าสาธารณูปโภคในอัตราเดิมต่อไป ต่อมาวันที่ 24 เมษายน 2554 นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2554 ที่ประชุมมีมติรับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 และแก้ไขข้อบังคับข้อ 48.1 ให้เฉพาะสมาชิกหรือคู่สมรสตามกฎหมายของสมาชิกเป็นผู้มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเท่านั้น กับมีมติแต่งตั้งจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 9 และที่ 11 ถึงที่ 15 เป็นคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรโดยจำเลยที่ 1 และที่ 12 เป็นเพียงผู้รับมอบอำนาจจากสมาชิก

จำเลยที่ 1 กับพวกเพิกเฉยไม่นำมติเพิ่มอัตราค่าสาธารณูปโภคไปจดทะเบียน ต่อมาที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2555 มีมติเพิ่มอัตราค่าสาธารณูปโภคจากอัตราตารางวาละ 16 บาท ต่อเดือน เป็นตารางวาละ 21 บาท ต่อเดือน จำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 ในฐานะคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรปี 2553 มิได้จัดทำงบดุลที่ผู้ตรวจสอบบัญชีรับรองแล้วยื่นต่อคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน แต่คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรปี 2555 ส่งงบดุลประจำปี 2553 และปี 2554 ให้แก่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินแล้ว มติที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 1/2553 และครั้งที่ 1/2554 ได้แต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 เป็นประธานกรรมการมีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ มติที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 12/2554 วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 แต่งตั้งทนายความต่อสู้คดีในอัตราค่าจ้าง 20,000 บาท ในปี 2553 จำเลยที่ 1 กับพวกจ่ายค่าทนายความ 67,062 บาท

ค่าซ่อมบำรุงวัสดุและอุปกรณ์สระว่ายน้ำ 80,267 บาท นอกจากนั้นยังจ่ายเงินเป็นค่าใช้จ่ายทำบุญประจำปีและเลี้ยงสังสรรค์ 120,000 บาท วันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 จำเลยที่ 1 มีคำสั่งให้งดการให้บริการสาธารณะและสาธารณูปโภคแก่โจทก์ที่ 1 โดยอ้างว่าโจทก์ที่ 1 ค้างชำระค่าบริการสาธารณูปโภค คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ที่ 2 มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามข้อบังคับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรนันทวัน สุขุมวิท ข้อ 2 ระบุว่า สมาชิกหมายถึง สมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุกรายที่ได้ซื้อที่ดินจัดสรรจากผู้จัดสรรที่ดินฯ และผู้ซื้อที่ดินจัดสรร หมายถึง ผู้ทำสัญญากับผู้จัดสรรที่ดินเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินจัดสรรฯ และตามสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดินระบุว่าโจทก์ที่ 1 เป็นผู้ซื้อที่ดินจากผู้จัดสรร

โจทก์ที่ 1 จึงเป็นผู้ทำสัญญากับผู้จัดสรรที่ดินเพียงรายเดียว โจทก์ที่ 2 เป็นสามีของโจทก์ที่ 1 แต่เป็นคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน จึงมิใช่คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย สถานะทางกฎหมายของโจทก์ที่ 2 ไม่อาจนำมาอ้างเพื่อใช้สิทธิของโจทก์ที่ 1 ได้ นอกจากนี้ตามข้อบังคับข้อ 48.1 ระบุว่าให้สมาชิกหรือคู่สมรสตามกฎหมายของสมาชิกมีสิทธิได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการนิติบุคคลเท่านั้น โจทก์ที่ 2 เป็นคู่สมรสที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ที่ 1 จึงไม่อาจใช้สิทธิในฐานะสมาชิกได้ อีกทั้งตามข้อบังคับ ได้กำหนดความหมายของสมาชิกหมู่บ้านไว้คือ 1. ผู้ซื้อที่ดินจัดสรร 2. ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ 3. ผู้จัดสรรที่ดินเฉพาะกรณีที่ดินแปลงย่อยที่ยังไม่มีผู้ใดซื้อ

ส่วนที่จำเลยที่ 16 ในฐานะผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีหนังสืองดการให้บริการสาธารณะและสาธารณูปโภคก็มิได้กล่าวอ้างพาดพิงถึงโจทก์ที่ 2 คงระบุถึงโจทก์ที่ 1 ในฐานะสมาชิกเท่านั้น ประกอบกับความเสียหายเกิดจากการงดการให้บริการสาธารณะและสาธารณูปโภคตามที่โจทก์ที่ 2 กล่าวอ้างมิได้เกิดขึ้นแก่โจทก์ที่ 2 โดยตรง โจทก์ที่ 2 จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ฎีกาของโจทก์ที่ 2 ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 1 ว่า การลงมติของคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามรายงานการประชุมคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรครั้งที่ 1/2553 และครั้งที่ 1/2554 ชอบหรือไม่

เห็นว่า ข้อบังคับข้อ 47 วรรคสาม ระบุว่า มติของคณะกรรมการนิติบุคคล ต้องได้รับคะแนนเสียงข้างมากของกรรมการนิติบุคคล คะแนนเสียงของกรรมการนิติบุคคลแต่ละรายไม่ว่าจะมีบ้านในหมู่บ้านกี่หลังมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งเสียง แต่ตามข้อบังคับในหมวดที่ 13 คณะกรรมการนิติบุคคลมิได้ระบุถึงการบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรว่าต้องบันทึกถึงจำนวนกรรมการที่ออกเสียงลงมติว่ามีจำนวนเท่าใด การที่รายงานการประชุมคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรครั้งที่ 1/2553 และครั้งที่ 1/2554 ระบุแต่เพียงว่าที่ประชุมมีมติให้จำเลยที่ 1 เป็นประธานกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันในนามนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ ก็ต้องถือว่าเป็นมติคะแนนเสียงข้างมากตามข้อบังคับแล้ว

อีกทั้งคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีฐานะเป็นผู้แทนของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในกิจการเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และดำเนินการใด ๆ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของข้อบังคับและพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ตามข้อบังคับหมวดที่ 1 ข้อ 2 การจะให้คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทั้งหมดลงนามในเอกสารต่าง ๆ เพื่อดำเนินการในกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรย่อมเป็นการยุ่งยาก การที่คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีมติให้จำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวมีอำนาจลงนามผูกพันในนามนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ จึงเป็นอำนาจโดยทั่วไปในการบริหารจัดการของคณะกรรมการที่จะกระทำได้ กรณีมิใช่เป็นการมอบอำนาจทั้งหมดของคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการแทน จึงหาจำต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับข้อ 49 ตามที่โจทก์ที่ 1 ฎีกาไม่

ทั้งไม่ปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์ที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 กระทำการใด ๆ นอกเหนือจากที่ประชุมคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมอบหมาย อันจะเป็นเหตุใดต้องเพิกถอนการกระทำที่จำเลยที่ 1 กระทำไว้ ดังนั้น มติที่ประชุมคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ที่ 1 ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 1 ว่า จำเลยทั้งสิบหกต้องเปิดเผยข้อมูลรายงานการประชุมใหญ่ รายงานการประชุมคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร บัญชีรายรับ - รายจ่าย พร้อมงบดุลของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตั้งแต่ปี 2553 ถึงปัจจุบัน โดยทำสำเนาเอกสารให้แก่โจทก์ที่ 1 และต้องชำระค่าเสียหายในการติดตามคัดถ่ายเอกสารจำนวน 30,000 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 1 ด้วย หรือไม่

เห็นว่า ตามข้อบังคับข้อ 43 ระบุว่า ในกรณีผู้มีหน้าที่ชำระเงินมีความประสงค์จะขอตรวจหรือสำเนาเอกสารบัญชีหรือรายงานในหมวดนี้ ให้คณะกรรมการนิติบุคคลหรือผู้จัดการนิติบุคคลแล้วแต่กรณี ดำเนินการให้ผู้ขอโดยมีสิทธิเรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้เท่าที่จำเป็น แต่ตามข้อบังคับข้อ 67.2 วรรคสอง ที่จดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อเจ้าพนักงานที่ดินเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 ระบุว่า ในกรณีค้างชำระค่าสาธารณูปโภคติดต่อกันตั้งแต่สามเดือนขึ้นไป ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ มีอำนาจในการระงับการให้บริการสาธารณะหรือการใช้สิทธิในสาธารณูปโภค... และบริการอื่นๆ ที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร และ/หรือคณะกรรมการเห็นสมควรงดให้บริการ ซึ่งขณะที่โจทก์ที่ 2 มีหนังสือถึงคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรขอสำเนาเอกสารข้างต้นเป็นช่วงระยะเวลาเดือนกันยายนและเดือนพฤศจิกายน 2554 นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรยังมีข้อโต้แย้งกับโจทก์ที่ 1 ในการค้างชำระค่าสาธารณูปโภคประจำปี 2554 ประกอบกับโจทก์ที่ 2 มิได้เป็นสมาชิกผู้มีหน้าที่ชำระเงิน

การที่คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรปฏิเสธคำขอของโจทก์ที่ 2 จึงเป็นการปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าวข้างต้น ไม่เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อบังคับอื่น โจทก์ที่ 1 จะฟ้องบังคับจำเลยทั้งสิบหกตามที่ฎีกาหาได้ไม่ ฎีกาของโจทก์ที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้โจทก์ทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนจำเลยทั้งสิบหก 8,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิวัธน ทองลงยา · นิพันธ์ ช่วยสกุล · เถกิงศักดิ์ คำสุระ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพระโขนง - นายวรวรรณ อัครวิทย์
ศาลอุทธรณ์ - นายชูศักดิ์ ทองวิทูโกมาลย์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.3234/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ401/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1735/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้