Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1395/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้รื้อถอนบ้าน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินที่เช่าจากโจทก์เพราะครบกำหนดสัญญาเช่าและโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาแล้วจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์และสัญญาเช่าสิ้นสุดลงแล้วโจทก์ได้แจ้งแก่จำเลยว่าจะให้จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าเดิมเป็นผู้เช่าต่อไปแต่เจ้าหน้าที่ของโจทก์กระทำการโดยทุจริตนำที่พิพาทไปให้บุคคลภายนอกเช่าแล้วมาฟ้องขับไล่จำเลยโดยไม่เป็นธรรมฝ่าฝืนคำสั่งของคณะรัฐมนตรีและคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการละเมิดต่อจำเลยทำให้จำเลยได้รับความเสียหายจำเลยจึงขอคิดค่าเสียหายจากโจทก์ดังนี้ แม้ข้ออ้างของจำเลยจะเป็นความจริงก็เป็นเรื่องละเมิดไม่เกี่ยวกับการผิดสัญญาเช่าตามที่โจทก์ฟ้องฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินราชพัสดุจากโจทก์เพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัย เมื่อครบสัญญาเช่าแล้ว โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลย ให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยทราบแล้วแต่ไม่ยอมออกไปเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้าน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเช่าที่พิพาทจากโจทก์จริงเมื่อครบสัญญาเช่าแล้วโจทก์แจ้งแก่จำเลยว่า หลังจากทำการปรับปรุงการจัดประโยชน์ในที่พิพาทเสร็จโจทก์จะให้จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าอยู่เดิมให้เป็นผู้เช่าต่อไปแต่เจ้าหน้าที่ของโจทก์กระทำการโดยทุจริตนำที่พิพาทไปให้บุคคลภายนอกเช่ามีกำหนดระยะเวลานาน แล้วมาฟ้องขับไล่จำเลยโดยไม่เป็นธรรมและฝ่าฝืนคำสั่งของคณะรัฐมนตรีและคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย เป็นการกระทำละเมิดต่อจำเลย

จำเลยขอคิดค่าเสียหายจากโจทก์ 51,000 บาท ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแก่จำเลยศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับเฉพาะคำให้การของจำเลย ส่วนฟ้องแย้งนั้นเห็นว่า สิทธิเรียกร้องของจำเลยเป็นเรื่องอนาคต มีเงื่อนไข และยังไม่อาจคาดหมายได้ว่าจะมีหรือไม่ จึงไม่รับฟ้องแย้งจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยเช่าที่ดินจากโจทก์เมื่อครบสัญญาเช่าโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลย ให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้าน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยเพิกเฉยจำเลยก็ให้การรับว่าได้ทำสัญญาเช่าที่ดินกับโจทก์และสัญญาเช่าสิ้นสุดลงแล้วแต่ยกเหตุขึ้นต่อสู้ใหม่เพื่อที่จะอยู่ในที่ดินที่เช่าต่อไปว่า เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลงแล้วโจทก์ได้แจ้งแก่จำเลยว่า เมื่อทำการปรับปรุงจัดประโยชน์ในที่พิพาทเสร็จแล้วโจทก์จะให้จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าอยู่เดิมเป็นผู้เช่าต่อไปแต่เจ้าหน้าที่ของโจทก์กระทำการโดยทุจริตนำที่พิพาทไปให้บุคคลภายนอกเช่ามีกำหนดระยะเวลานานแล้วมาฟ้องขับไล่จำเลยโดยไม่เป็นธรรมและฝ่าฝืนคำสั่งของคณะรัฐมนตรีและคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต

ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายไม่สามารถเข้าทำสัญญากับโจทก์ได้เป็นการกระทำละเมิดต่อจำเลย จำเลยขอคิดค่าเสียหายเป็นเงิน 51,000 บาท เห็นว่าที่จำเลยฟ้องแย้งให้โจทก์รับผิดเป็นเงิน 51,000 บาทนั้น แม้ข้ออ้างของจำเลยจะเป็นความจริง ก็เป็นเรื่องละเมิดไม่เกี่ยวกับการผิดสัญญาเช่าตามที่โจทก์ฟ้อง ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม จึงไม่เป็นฟ้องแย้งที่จะรับไว้พิจารณา ชอบที่โจทก์จะไปฟ้องเป็นคดีใหม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม · ดำรง อุณหวัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้