Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13938/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทนายจำเลยเป็นพนักงานอัยการเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำการงานของรัฐบาลโดยหน้าที่ การที่ทนายจำเลยมอบฉันทะให้นิติกรสำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งมิใช่เสมียนทนายยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกา จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียอากรตาม ป.รัษฎากร มาตรา 121

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 2,070,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 2,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2546 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง กำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท โจทก์ทั้งสองดำเนินคดีอย่างคนอนาถาจึงไม่กำหนดค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยชำระเงิน 1,730,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2546 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ทั้งสองเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย มีบุตรด้วยกัน 3 คน เด็กหญิงกาญจนาหรือเดือน ผู้ตายเป็นบุตรคนแรก จ่าสิบตำรวจธานี เป็นเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ในสังกัดของจำเลย ในวันและเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จ่าสิบตำรวจธานีขับรถดับเพลิงบรรจุน้ำ 10,000 ลิตร แล่นไปตามถนนสุนทรโกษา จากแยกคลองเตยมุ่งหน้าชุมชนคลองเตย อันเป็นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อถึงห้าแยก ณ ระนอง ได้สัญญาณไฟแดง จึงหยุดรอในช่องเดินรถที่ 2 จากซ้าย ขณะนั้นเด็กหญิงอัญชนาหรือจิ๊บ

ขับรถจักรยานยนต์โดยมีผู้ตายนั่งซ้อนท้ายแล่นไปหยุดรอสัญญาณไฟแดงอยู่ในช่องเดินรถที่ 1 จากซ้าย เมื่อได้สัญญาณไฟเขียวจ่าสิบตำรวจธานีและเด็กหญิงอัญชนาต่างขับรถข้ามแยกเลี้ยวเยื้องไปทางซ้ายเพื่อมุ่งหน้าไปยังถนนอาจณรงค์ แต่เมื่อถึงกลางแยกรถทั้งสองเกิดเฉี่ยวชนกันเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 3 ฟ้องเด็กหญิงอัญชนาต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยกล่าวหาว่า ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางพิพากษายกฟ้อง ต่อมาโจทก์ทั้งสองยื่นคำขอต่อจำเลยให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยอ้างว่า จ่าสิบตำรวจธานีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย

จำเลยพิจารณาคำขอแล้วมีความเห็นว่า เด็กหญิงอัญชนาประมาทแต่ฝ่ายเดียว จำเลยจึงไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ทั้งสอง มีปัญหาที่วินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า วันเกิดเหตุคือ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2545 ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2546 อันเป็นวันที่โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีนี้เป็นระยะเวลาเกิน 1 ปีแล้ว คดีโจทก์ทั้งสองจึงขาดอายุความ เห็นว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้โจทก์ทั้งสองจะทราบว่ารถดับเพลิงเป็นของจำเลยและจ่าสิบตำรวจธานีเป็นผู้ขับรถก็ตาม แต่ในช่วงนั้นเจ้าพนักงานตำรวจแจ้งแก่โจทก์ทั้งสองว่า เด็กหญิงอัญชนาผู้ขับรถจักรยานยนต์เป็นฝ่ายผิด โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเด็กหญิงอัญชนาฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายจนกระทั่งศาลพิพากษายกฟ้องคดีเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2545 ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

โจทก์ทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2545 มิใช่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2545 ฟ้องโจทก์ทั้งสองไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยไม่ได้โต้แย้งว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไม่ถูกต้องในข้อใดอย่างไร และที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ที่โจทก์ทั้งสองแก้ฎีกาว่า ทนายจำเลยมอบฉันทะให้นิติกรสำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งมิใช่เสมียนทนายยื่นคำร้องขอขยายเวลาฎีกาและยื่นฎีกาโดยมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ในใบมอบฉันทะ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยขยายฎีกาและรับฎีกาจำเลยไว้จึงมิชอบ เห็นว่า ทนายจำเลยเป็นพนักงานอัยการเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำงานของรัฐบาลโดยหน้าที่ การที่ทนายจำเลยมอบฉันทะให้นิติกรสำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งมิใช่เสมียนทนายยื่นคำร้องขอขยายเวลาฎีกาและยื่นฎีกาจึงได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 121 ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยขยายฎีกาและรับฎีกาของจำเลยไว้จึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 1,010,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2546 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วัส ติงสมิตร · พินิจ สายสอาด · วิรุฬห์ แสงเทียน
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาวชนาธิป เศรษฐสุวรรณ
ศาลอุทธรณ์ - นายพอพันธุ์ คิดจิตต์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ปค.11/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ8108/2546
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ409/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้