Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13933/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่การพิจารณาว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการกิจการใดบ้างนั้น ต้องพิจารณาตามสภาพของการประกอบกิจการแต่ละประเภท สำหรับค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย เป็นเงินที่โจทก์ได้รับตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 60 วรรคหนึ่ง ซึ่งกำหนดว่าในการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีสหกรณ์ ให้จัดสรรเป็นค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยไม่เกินร้อยละห้าของกำไรสุทธิ จึงเห็นได้ว่าเงินค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยมิใช่เป็นการชำระค่าบริการในฐานะเป็นคู่สัญญากับโจทก์ เงินดังกล่าวเป็นเพียงเงินที่สหกรณ์มีหน้าที่ต้องจัดสรรให้แก่โจทก์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งโจทก์ไม่อาจนำเงินดังกล่าวไปใช้เพื่อการอย่างอื่นได้นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของโจทก์ตามที่ พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 108 กำหนดให้ต้องกระทำการอันมิใช่เป็นการแสวงหาผลกำไรหรือรายได้ส่วนที่โจทก์มีหน้าที่ตามมาตรา 110 แห่ง พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 ได้แก่ ส่งเสริมและเผยแพร่กิจการสหกรณ์ และอื่น ๆ ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์เองที่ต้องกระทำเพื่อให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของโจทก์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ กรณีจึงมิใช่เป็นการงานที่โจทก์กระทำให้เป็นการตอบแทนสำหรับการรับเงินค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยโดยตรง การที่สหกรณ์ผู้จ่ายเงินและโจทก์ผู้รับเงินแต่ละฝ่ายต่างมีหน้าที่ต่อกันโดยผลของกฎหมายเช่นนี้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการทำสัญญาให้บริการอันเป็นการหาประโยชน์อันมีมูลค่าของโจทก์ การกระทำของโจทก์ไม่อยู่ในความหมายของคำว่าบริการตามมาตรา 77/1 (10) แห่ง ป.รัษฎากร เงินค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยจึงไม่เป็นมูลค่าของฐานภาษีมูลค่าเพิ่มที่โจทก์ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่โจทก์ชำระไป 4,593,424.15 บาท เพิกถอนคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในพันธบัตรรัฐบาลและดอกเบี้ยพันธบัตรตามฟ้องอันมีต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินที่โจทก์ขอคืนและเงินที่ถูกอายัด นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะคืนเงินให้โจทก์และเพิกถอนการอายัด

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ฟ้องเป็นคดีใหม่ภายในอายุความ ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังว่า โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 109 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกิจการสหกรณ์ทุกประเภททั่วราชอาณาจักร ให้มีความเจริญก้าวหน้าอันมิใช่เป็นการแสวงหาผลกำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกันตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 108 ได้จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อมาจำเลยเชิญโจทก์ไปพบเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยแจ้งว่าโจทก์ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนเงินค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย โจทก์ชี้แจงว่า เงินค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยมิใช่เงินที่โจทก์เรียกเก็บอันเนื่องจากการประกอบกิจการ แต่เป็นรายได้ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่สหกรณ์ ซึ่งประกอบการมีกำไรสุทธิประจำปีต้องส่งให้แก่โจทก์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์

พ.ศ.2542 มาตรา 60 จำเลยพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อสหกรณ์จ่ายค่าบำรุงสันติบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยแล้วย่อมก่อให้เกิดสิทธิประโยชน์เป็นกรณีพิเศษแตกต่างจากสหกรณ์ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ทั้งนี้ตามมาตรา 110 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 เช่น สหกรณ์จะได้รับการส่งเสริมและเผยแพร่กิจการสหกรณ์ ตลอดจนทำการวิจัยและรวบรวมสถิติเกี่ยวกับกิจการสหกรณ์ สหกรณ์จะได้รับการส่งเสริมธุรกิจการค้า อุตสาหกรรมหรือบริการของสหกรณ์และมีสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเป็นตัวแทนของสหกรณ์ เพื่อรักษาผลประโยชน์อันพึงมีพึงได้จากการสนับสนุนของรัฐ องค์การระหว่างประเทศหรือภาคเอกชนอื่น เป็นต้น ซึ่งถือว่าสิทธิประโยชน์ดังกล่าวเป็นบริการของสันนิบาตสหกรณ์ เพื่อประโยชน์สำหรับกิจการของสหกรณ์โดยตรง

ดังนั้น ค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย จึงเข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการประกอบกิจการของโจทก์ ซึ่งถือเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร และไม่มีบทบัญญัติใดตามกฎหมายที่ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แต่ประการใด ตามบันทึกข้อความที่ กค. 0709.31/13845 โจทก์มีหนังสือขอหารือจำเลยว่า สหกรณ์ทุกสหกรณ์เป็นสมาชิกของโจทก์โดยผลของมาตรา 108 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 ทันทีที่นายทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ สหกรณ์จ่ายค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 ซึ่งจะมิได้รับสิทธิประโยชน์แตกต่างจากสหกรณ์ที่มิได้จ่ายค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย

จำเลยตอบข้อหารือโจทก์ว่า การปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 110 ถือเป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม แม้โจทก์จะไม่ได้รับค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยจากบางสหกรณ์ โจทก์ตั้งหนี้ค้างจ่ายค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย เป็นภาษี 3,780,484.93 บาท เงินเพิ่ม 791,170.76 บาท และเบี้ยปรับ 717,255.15 บาท รวม 5,288,910.84 บาท และได้ผ่อนชำระภาษีจำนวน 1,684,629.33 บาท โดยจำเลยงดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์ โจทก์คงค้างชำระหนี้ภาษี 2,095,855.60 บาท ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเงินค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยและเงินเพิ่ม ครั้งที่หนึ่ง ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเดือนภาษีกันยายน 2545 จนถึงเดือนภาษีธันวาคม 2547 จำนวน 1,684,629.33 บาท ครั้งที่สอง ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเดือนภาษีมกราคม 2548 ถึงเดือนภาษีธันวาคม 2549 จำนวน 2,908,794.82 บาท รวม 4,593,424.15 บาท แต่จำเลยไม่คืนเงินค่าภาษีแก่โจทก์และมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในพันธบัตรรัฐบาลและดอกเบี้ยของพันธบัตร

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยมีเพียงประการเดียวว่า เงินค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเป็นมูลค่าของฐานภาษีมูลค่าเพิ่มที่โจทก์ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ โดยจำเลยอุทธรณ์ว่า แม้โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 109 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกิจการสหกรณ์ทุกประเภททั่วราชอาณาจักร ให้มีความเจริญก้าวหน้าอันมิใช่เป็นการแสวงหาผลกำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกันตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 108 แต่ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม โจทก์จึงอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม การที่อำนาจหน้าที่ของโจทก์เกิดขึ้นโดยกฎหมายถือไม่ได้ว่ามิใช่เป็นการกระทำอันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าตามมาตรา 77/1 (10) ทั้งไม่มีกฎหมายยกเว้นมิให้นำเงินค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยมารวมเป็นฐานภาษีแต่อย่างใด นั้น

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า ตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติว่า บริการ หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า และให้หมายความรวมถึงการใช้บริการของตนเองไม่ว่าด้วยประการใด ๆ และตามมาตรา 77/1 (5) บัญญัติความหมายของคำว่าผู้ประกอบการ หมายความว่า บุคคลซึ่งขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะได้รับประโยชน์ หรือได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ และไม่ว่าจะได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 109 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกิจการสหกรณ์ทุกประเภททั่วราชอาณาจักร ให้มีความเจริญก้าวหน้าอันมิใช่เป็นการแสวงหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์

พ.ศ.2542 มาตรา 108 แม้โจทก์จะจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่การพิจารณาว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการกิจการใดบ้างนั้น ต้องพิจารณาตามสภาพของการประกอบกิจการแต่ละประเภท สำหรับค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยที่พิพาทนั้น เป็นเงินที่โจทก์ได้รับตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 60 วรรคหนึ่ง ซึ่งกำหนดว่า ในการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีสหกรณ์ ให้จัดสรรเป็นค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยไม่เกินร้อยละห้าของกำไรสุทธิ แต่ต้องไม่เกินอัตราที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติกำหนด จึงเห็นได้ว่าเงินค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยมิใช่เป็นการชำระค่าบริการในฐานะเป็นคู่สัญญากับโจทก์ เงินดังกล่าวเป็นเพียงเงินที่สหกรณ์มีหน้าที่ต้องจัดสรรให้แก่โจทก์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งโจทก์ไม่อาจนำเงินดังกล่าวไปใช้เพื่อการอย่างอื่นได้นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของโจทก์ตามที่พระราชบัญญัติสหกรณ์

พ.ศ.2542 มาตรา 108 กำหนดให้ต้องกระทำการอันมิใช่เป็นการแสวงหาผลกำไรหรือรายได้ ที่โจทก์มีหน้าที่ตามมาตรา 110 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ได้แก่ ส่งเสริมและเผยแพร่กิจการสหกรณ์ ตลอดจนทำการวิจัยและรวบรวมสถิติเกี่ยวกับกิจการสหกรณ์ แนะนำช่วยเหลือทางวิชาการ อำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานระหว่างสหกรณ์กับส่วนราชการหรือบุคคลอื่น ส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างสหกรณ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศหรือสันนิบาตสหกรณ์ต่างประเทศ องค์การต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศที่มีวัตถุประสงค์ทำนองเดียวกัน ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์เองที่ต้องกระทำเพื่อให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของโจทก์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ กรณีจึงมิใช่เป็นการงานที่โจทก์กระทำให้เป็นการตอบแทนสำหรับการได้รับเงินค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยโดยตรง

การที่สหกรณ์ผู้จ่ายเงินและโจทก์ผู้รับเงินแต่ละฝ่ายต่างมีหน้าที่ต่อกันโดยผลของกฎหมายเช่นนี้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการทำสัญญาให้บริการอันเป็นการหาประโยชน์อันมีมูลค่าของโจทก์ การกระทำของโจทก์ไม่อยู่ในความหมายของคำว่าบริการตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร เงินค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยจึงไม่เป็นมูลค่าของฐานภาษีมูลค่าเพิ่มที่โจทก์ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาข้อนี้ชอบแล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายประเสริฐ โหล่วประดิษฐ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ภษ.31/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ64/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ300/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้