Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง การที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลบังคับเนื่องจากต้องการปรับปรุงระบบการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการแข่งขันด้านธุรกิจมีความเจริญก้าวหน้าและกำไรมากขึ้น มิใช่ความจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขเพื่อให้กิจการดำรงอยู่ต่อไปได้ ไม่เข้าข้อยกเว้นตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 123 จึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม แม้โจทก์ได้จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ให้แก่จำเลยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและตามข้อบังคับการทำงานครบถ้วน ก็เป็นเงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างในการเลิกจ้างกรณีปกติ มิใช่เป็นการจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากการกระทำอันไม่เป็นธรรมแก่จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ 328 ถึง 330/2542 ลงวันที่ 26พฤษภาคม 2542 และหากศาลเห็นว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ก็ขอให้ลดจำนวนค่าเสียหายลงด้วย

จำเลยทั้งสิบสามให้การทำนองเดียวกันขอให้ยกฟ้อง และจำเลยที่ 13ขอให้โจทก์ชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของเงินที่ได้รับตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ นับถัดจากวันที่มีคำสั่งเป็นต้นไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 13 เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานก่อนที่สหภาพแรงงานจะยื่นข้อเรียกร้อง และเมื่อข้อเรียกร้องสามารถตกลงกันได้ และทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้แล้ว ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างย่อมใช้บังคับแก่พนักงานของโจทก์ทุกคน จำเลยที่ 13 จึงเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องดังกล่าวด้วย สำหรับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123 มุ่งมิให้นายจ้างกลั่นแกล้งลูกจ้าง แม้จะได้กำหนดเหตุแห่งการเลิกจ้างไว้เพียง 5 ประการ แต่ก็มิได้หมายความว่า เมื่อนายจ้างมีเหตุจำเป็นนอกเหนือจากเหตุผลเลิกจ้างดังกล่าวแล้วนายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องไม่ได้ โดยไม่คำนึงถึงฐานะและสภาพทางเศรษฐกิจหรือความจำเป็นของนายจ้างประการอื่นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ต้องการพัฒนาระบบสารสนเทศโดยเตรียมการที่จะนำระบบคอมพิวเตอร์เอสเอพี

มาใช้ปฏิบัติงานสารสนเทศแทนระบบเดิม โดยมีศูนย์อำนวยการด้านข้อมูลภาคเอเซียแปซิฟิกที่ประเทศมาเลเซีย ทำให้งานของฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศไม่มีความจำเป็นต้องทำในประเทศไทยต่อไป ศูนย์อำนวยการสารสนเทศที่ประเทศมาเลเซีย กำหนดให้โจทก์มีพนักงานเพียง 6 คนจากเดิม 13 คน โจทก์จึงเลิกจ้างพนักงานในฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 6 คน ที่เกินความจำเป็นซึ่งรวมถึงจำเลยที่ 13 ด้วย และโจทก์ไม่มีตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมแก่ความรู้ความสามารถของจำเลยที่ 13 อีกทั้งโจทก์ได้จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยพิเศษให้แก่จำเลยที่ 13 ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และตามข้อบังคับการทำงานครบถ้วนแล้ว การเลิกจ้างจำเลยที่ 13 จึงเป็นกรณีที่มีเหตุผลและเป็นการสมควร มิใช่เป็นการกลั่นแกล้งอันจะถือได้ว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มาตรา 123 พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ 328 ถึง 330/2542 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2542

จำเลยทั้งสิบสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะไม่ได้กลั่นแกล้งจำเลยที่ 13 เพราะเมื่อโจทก์ปรับปรุงระบบการทำงานดังกล่าวแล้วจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานที่ไม่จำเป็นลงบางส่วนรวมทั้งจำเลยที่ 13 ด้วย และไม่มีตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถของจำเลยที่ 13 โจทก์จึงจำเป็นต้องเลิกจ้างจำเลยที่ 13 ก็ตาม แต่ขณะที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 13 นั้น โจทก์ก็ยังดำเนินกิจการได้เป็นปกติ มิได้ประสบภาวะขาดทุนหรือประสบปัญหาอื่นใดจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้หากมิได้ทำการปรับปรุงระบบการทำงานจนต้องลดจำนวนพนักงานลงดังกล่าวแต่อย่างใด แต่กลับปรากฏว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 13 เนื่องจากต้องการปรับปรุงระบบการทำงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการแข่งขันด้านธุรกิจหรืออีกนัยหนึ่งคือเพื่อให้กิจการของโจทก์เจริญก้าวหน้ามากขึ้นและมีกำไรมากขึ้นนั่นเอง

แม้ว่าโจทก์จำเป็นต้องเลิกจ้างจำเลยที่ 13 ก็ตาม แต่มิใช่ความจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้เพื่อให้กิจการของโจทก์ดำรงอยู่ต่อไปได้ กรณีไม่เข้าข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123 ดังนั้นการที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 13 จึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123 แม้โจทก์ได้จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยพิเศษให้แก่จำเลยที่ 13 ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและตามข้อบังคับการทำงานครบถ้วนแล้วก็ตามก็เป็นเงินต่าง ๆ ที่นายจ้างต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างในการเลิกจ้างกรณีปกติ มิใช่เป็นการจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากการกระทำอันไม่เป็นธรรมแก่จำเลยที่ 13 แต่อย่างใด ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ 328 ถึง 330/2542 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2542 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 12 ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
หัสดี ไกรทองสุก · กมล เพียรพิทักษ์ · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายนพรัตน์ รุพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706930)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710790)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5712/2561

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 123 บัญญัติห้ามไม่ให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำชี้ขาดมีผลใช้บังคับ เว้นแต่ลูกจ้างกระทำความผิดต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15347/2558

แม้ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์จะมิได้ร่วมลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องมาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อภายหลังจากฝ่ายลูกจ้างแจ้งข้อเรียกร้อง ฝ่ายโจทก์กับฝ่ายลูกจ้างมีการเจรจากันตามกฎหมายแล้วแต่ไม่สามารถตกลงกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3943/2557

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 121 ไม่ได้บัญญัติให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ต้องวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างที่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมต้องใช้เหตุเลิกจ้างเฉพาะที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างเท่านั้น จะยกเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้