Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1390/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131 บัญญัติให้พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวม พยานหลักฐานทุกชนิโดยไม่คำนึงว่าจะเป็นหลักฐานที่พนักงานสอบสวนสืบหามาได้เอก หรือที่ผู้เสียหายหรือผู้ต้องหายื่นต่อพนักงานสอบสวน เพื่อเป็นพยาน หรือที่บุคคลภายนอกส่งมา ทั้งนี้ ก็เพื่อที่จะได้ทราบข้อเท็จจริง และพฤติการณ์ต่าง ๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา และเพื่อที่จะรู้ตัวผู้กระทำผิดและพิสูจน์ให้เห็นความผิด คำบรรยายฟ้องที่ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๑๕ ถึง ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๑๖ เวลากลางวันและกลางคืน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ซึ่งเป็นรองผู้บังคับกองและผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทราตามลำดับ และเป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีอาญาที่กิดขึ้นในเขตท้องที่ของตน ร่วมกันกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ กล่าวคือ เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๑๕ นายหนูกับพวกไปแจ้งความต่อจำเลยที่ ๑ ว่า โจทก์กับพวกกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและฉ้อโกง โจทก์จึงถูกจับมาดำเนินคดีโดยมีจำเลยทั้งสองเป็นพนักงานสอบสวนในการสอบสวนคดีดังกล่าว โจทก์ได้นำเอกสารต่าง ๆ มอบต่อพนักงานสอบสวนประกอบคำให้การของโจทก์ เพื่อพนักงานสอบสวนจะได้ทราบข้อเท็จจริงและความบริสุทธิ์ของโจทก์

จำเลยทั้งสองไม่ยอมรับเอกสารต่าง ๆ ของโจทก์เข้าสำนวนสอบสวน โจทก์เห็นว่าจำเลยทั้งสองกลั่นแกล้วเพื่อให้โจทก์ได้รับความเสียหายทั้ง ๆ ที่โจทก์ไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาเลย ครั้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๑๖ วันเวลาใดไม่ทราบแน่ชัด พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงได้รับสำนวนสอบสวนพร้อมด้วยความเห็นของจำเลยที่ ๒ ที่ควรสั่งฟ้องโจทก์ ในที่สุดพนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา ยื่นฟ้องโจทก์ในข้อหาว่าร่วมกันยักยอกทรัพย์ โจทก์ต่อสู้คดีโดยนำเอกสารที่จำเลยทั้งสองไม่ยอมรับเข้าสืบเป็นพยาน ผลสุดท้ายศาลยกฟ้องคดีถึงที่สุด การกระทำของจำเลยเห็นได้ชัดแจ้งว่า เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์และเพื่อแกล้งให้โจทก์รับโทษทางอาญา เหตุเกิดที่ตำบลท่าสอ้าน ตำบลบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทราเกี่ยวพันกัน ของให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗, ๘๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นตรวจฟ้องโจทก์แล้ว เห็นว่าคำฟ้องไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามที่โจทก์อ้าง พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๑ บัญญัติว่า "ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถจะทำได้ เพื่อประสงค์จะทราบข้อเท็จจริง และพฤติการณ์ต่าง ๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา และเพื่อที่จะรู้ตัวผู้กระทำความผิด และพิสูจน์ให้เห็นความผิด" เห็นว่าตามบทบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมหลักฐานทุกชนิดโดยไม่คำนึงว่าจะเป็นหลักฐานที่พนักงานสอบสวนสืบหามาได้เอง หรือที่ผู้เสียหายหรือผู้ต้องหายื่นต่อพนักงานสอบสวน เพื่อเป็นพยานหรือที่บุคคลภายนอกส่งมา ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่าง ๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา และเพื่อที่จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดและพิสูจน์ให้เห็นความผิด ในฟ้องของโจทก์

ๆ บรรยายว่า " โจทก์นำเอกสารต่าง ๆ มองต่อพนักงานสอบสวนประกอบคำให้การของโจทก์ เพื่อพนักงานสอบสวนจะได้ทราบข้อเท็จจริง และความบริสุทธิ์ของโจทก์ จำเลยทั้งสองก็ไม่ยอมรับเอกสารต่าง ๆ ของโจทก์เข้าสำนวนการสอบสวน โจทก์จึงเห็นว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเจตนาแกล้วเพื่อให้โจทก์ได้รับโทษ และได้รับความเสียหายทั้ง ๆ ที่โจทก์มิได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาเลย.." และได้บรรยายต่อไปอีกว่า พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทราข้อหาว่าร่วมกันยักยอกทรัพย์ โจทก์ต่อสู้คดีโดยนำเอกสารที่จำเลยทั้งสองไม่ยอมรับเข้าสืบพยาน ผลที่สุดศาลยกฟ้อง และคดีถึงที่สุด การกระทำของจำเลยแสดงให้เห็นชัดแจ้งว่า เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ และเพื่อแกล้งให้โจทก์ได้รับโทษทางอาญา

เห็นว่าถ้าจำเลยทั้งสองยอมรับเอกสารต่าง ๆ ที่โจทก์ส่งเข้าสำนวนสอบสวนแล้ว จำเลยทั้งสองก็จะได้รับทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และอาจสั่งไม่ฟ้องโจทก์ก็ได้ แม้จะสั่งฟ้อง เมื่อพนักงานอัยการเห็นเอกสารเหล่านั้นก็อาจจะสั่งไม่ฟ้องก็ได้ คำบรรยายฟ้องของโจทก์ดังที่ยกขึ้นมากล่าวแล้ว จึงมีมูลว่า จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ หรือปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับเป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนมูลฟ้องของโจทก์ตามบทมาตรานี้ต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลูตม์ สวัสดิทัต · สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - ศาลอุทธรณ์ - นายเปลื้อง วัฑฒนาธร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้