Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1390/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ การที่โจทก์ผู้อุทธรณ์ยื่นคำร้องฉบับหนึ่งว่า ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนฟ้องแล้วต่อมาได้ยื่นคำร้องอีกฉบับหนึ่งว่าที่ว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปจึงขอถอนฟ้องนั้น เกิดจากความบกพร่องและเข้าใจผิด ความจริงโจทก์ไม่มีความประสงค์จะดำเนินคดีนี้ต่อไป จึงขอถอนอุทธรณ์ ไม่ใช่ขอถอนฟ้อง ดังนี้ ต้องถือว่า โจทก์ประสงค์ที่จะถอนอุทธรณ์เท่านั้นไม่เจตนาที่จะขอถอนฟ้องคดีด้วย การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีโดยอาศัยเหตุที่โจทก์ขอถอนฟ้อง และขอถอนอุทธรณ์ จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้องตามคำร้องขอของโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่นประมาท ใส่ความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ฐานหนึ่งและฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 อีกฐานหนึ่งศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งคดีมีมูลตามฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำคุก 3 เดือน และปรับ 500 บาท รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปีโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 ด้วย และขอไม่ให้รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ วันที่ 13 ตุลาคม 2513โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนฟ้องศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นสอบถามจำเลยแล้ว จำเลยแถลงไม่คัดค้านต่อมาวันที่ 16 พฤศจิกายน 2513

โจทก์ยื่นคำร้องอีกฉบับหนึ่งว่า ตามที่โจทก์ยื่นคำร้องว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีนี้ต่อไป จึงขอถอนฟ้องนั้น เกิดจากความบกพร่องและเข้าใจผิด ความจริงโจทก์ไม่มีความประสงค์ จะดำเนินคดีนี้ต่อไป จึงขอถอนอุทธรณ์ไม่ใช่ขอถอนฟ้องศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องและถอนอุทธรณื คำร้องลงวันที่ 13 ตุลาคม 2513 ถือว่าเป็นคำร้องขอถอนฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ขอถอนฟ้องได้ก่อนคดีถึงที่สุด และจำเลยไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 วรรค 2 ส่วนคำร้องลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2513 เป็นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ในข้อหาฐานแจ้งความเท็จอนุญาตให้โจทก์ถอนอุทธรณ์ในข้อหานี้ด้วยจำหน่ายคดีโจทก์ทั้งสองฎีกาว่า

โจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดในคำร้องลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2513 ว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีในชั้นศาลอุทธรณ์ ไม่ใช่โจทก์ขอถอนฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทใส่ความหรือให้ลบล้างคำพิพากษาศาลชั้นต้นขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งใหม่ให้เป็นไปตามเจตนาของโจทก์ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 และขอไม่ให้รอการลงโทษจำเลยสำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาทใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 แม้คำร้องของโจทก์ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2513 จะมีข้อความว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีนี้ต่อไปจึงขอถอนฟ้องก็ตาม แต่เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า โจทก์จะถอนฟ้องฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานในชั้นอุทธรณ์ไม่ได้ นอกจากจะถอนอุทธรณ์ และว่าโจทก์ถอนฟ้องอุทธรณ์ความผิดฐานหมิ่นประมาท ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ได้ แต่ให้สอบถามจำเลยว่าจะคัดค้านหรือไม่ ศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ดังกล่าว ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2513 และสอบถามจำเลยในวันนั้นจำเลยแถลงว่าไม่คัดค้าน

โจทก์ยื่นคำร้องในวันเดียวกันนั้นว่า ตามที่โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 13 ตุลาคม 2513 ว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีนี้ต่อไปจึงขอถอนฟ้องนั้นเกิดจากความบกพร่องและเข้าใจผิด ความจริงโจทก์ไม่มีความประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนอุทธรณ์ มิใช่ขอถอนฟ้อง เห็นว่า คำร้องของโจทก์ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2513 ชี้ให้เห็นเจตนาชัดแจ้งของโจทก์ในการยื่นคำร้องลงวันที่ 13 ตุลาคม 2513 ว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์ในข้อหาฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานและไม่ติดใจจะขอให้ศาลอุทธรณ์แก้ดุลพินิจของศาลชั้นต้นเท่านั้น หาใช่โจทก์ประสงค์จะถอนฟ้องความผิดฐานหมิ่นประมาทใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้ว และจำเลยหาได้อุทธรณ์สำหรับความผิดฐานนี้ไม่

ทั้งคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 13 ตุลาคม 2513 และฉบับลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2513 มิได้มีข้อความว่า โจทก์ประสงค์จะถอนฟ้องความผิดฐานหมิ่นประมาทใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ด้วย ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คำร้องลงวันที่ 13 ตุลาคม 2513 ถือว่าเป็นคำร้องขอถอนฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามเสียด้วย จึงยังไม่ถูกต้อง ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นพิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ และให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งในเรื่องนี้ใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพจน์ ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต · สุธรรม วรรณแสง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้