Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13888/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนและคดีนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันคือเรื่องที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานหลังจากที่ได้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการครบกำหนดแล้ว โดยอ้างว่าโจทก์มีความประพฤติ ความรู้และความสามารถไม่เหมาะสม เพียงแต่ค่าเสียหายที่เรียกร้องในแต่ละคดีโจทก์กล่าวเรียกชื่อต่างกัน ซึ่งค่าเสียหายดังกล่าวโจทก์สามารถเรียกร้องได้ในคดีก่อนแล้ว เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้หลังจากที่คดีก่อนถึงที่สุดแล้ว การฟ้องคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), 246, 247

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลขอให้บังคับจำเลยคืนทรัพย์เป็นเงิน 1,399,999,999.99 บาท ให้แก่โจทก์ ให้จำเลยจ่ายค่าฤชาธรรมเนียมสูงสุดให้ศาลแทนโจทก์ ให้จำเลยจ่ายค่าดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 จากข้อเท็จจริงจำนวนทรัพย์ที่โจทก์ทวงคืนไม่เกิน 5 ปี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกฟ้อง ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวกับคำฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลในชั้นนี้ ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนคดีนี้โจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งว่า เมื่อประมาณปี 2519 โจทก์เข้ารับราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด 1 ที่วิทยาลัยการปกครอง ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดจำเลย ต่อมาจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากราชการอ้างว่าโจทก์ทดลองปฏิบัติราชการครบกำหนดแล้ว ปรากฏว่าความประพฤติ ความรู้และความสามารถไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติราชการ โดยการกล่าวอ้างไม่ได้อาศัยหลักเกณฑ์และไม่มีระเบียบกฎหมายใด ๆ รองรับเป็นการกระทำที่มีเจตนาละเมิดต่อโจทก์ หลังจากออกจากราชการโจทก์สามารถสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด 1 และเข้ารับราชการที่กรมศิลปากร ย่อมแสดงว่าโจทก์เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และสามารถปฏิบัติงานได้

ฉะนั้นที่จำเลยให้โจทก์ออกจากราชการจึงทำให้โจทก์เสียหายเสียโอกาสที่จะรับราชการและมีความก้าวหน้าต่อไปนับแต่วันที่โจทก์ถูกออกจากราชการถึงอายุ 60 ปี โจทก์สามารถได้รับเงินเดือนก้าวหน้ามีสิทธิได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ คำนวนเป็นเงินได้ทั้งสิ้น 142,743,418 บาท จึงขอบังคับให้จำเลยชำระเงิน 142,824,318 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ซึ่งคดีดังกล่าวปรากฏว่าศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาโดยวินิจฉัยประเด็นแห่งคดีแล้ว ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 6711/2554 และศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 24 มกราคม 2555 ดังนั้นเมื่อคดีนี้โจทก์ฟ้องในวันที่ 23 เมษายน 2555 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่คดีก่อนถึงที่สุดแล้ว โดยโจทก์บรรยายฟ้องในคดีนี้ว่า

จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด 1 ที่วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง หลังจากทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการครบ 7 เดือน จำเลยได้มีคำสั่งให้โจทก์ออกจากราชการเพราะมีความประพฤติ ความรู้ ความสามารถไม่เหมาะสม ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2519 โดยไม่มีการสอบสวนวินัยหรือมีคำสั่งลงโทษทางวินัยใด ๆ ทั้งสิ้น แสดงว่าโจทก์ไม่ได้มีความประพฤติผิดวินัย โจทก์จึงใช้สิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินจากจำเลยอันหมายถึงความเหมาะสมของโจทก์ตามหลักนิติธรรม ขอบังคับให้จำเลยคืนทรัพย์เป็นเงิน 1,399,999,999.99 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ การฟ้องคดีทั้งสองดังกล่าวของโจทก์จึงเป็นการฟ้องที่อาศัยเหตุอันเดียวกันคือ

เรื่องที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานหลังจากที่ได้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการครบกำหนดแล้ว โดยอ้างว่าโจทก์มีความประพฤติ ความรู้และความสามารถไม่เหมาะสม เพียงแต่ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องในแต่ละคดีโจทก์กล่าวเรียกชื่อต่างกัน ซึ่งค่าเสียหายดังกล่าวโจทก์สามารถกล่าวเรียกร้องได้ในคดีก่อนแล้ว การฟ้องคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5), 246, 247 และกรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยอีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี · วิวรรต นิ่มละมัย · ปกรณ์ มหรรณพ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายระวิ พวงกนก
ศาลอุทธรณ์ - นายวันชัย ธีราทรง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.3262/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1568/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1480/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8440/2558

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทในคดีนี้กับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งโจทก์ขอให้ศาลดำเนินการบังคับคดีเอาแก่ จ. กับพวกตามคดีแพ่งของศาลชั้นต้นเป็นทรัพย์รายเดียวกัน โดยคดีดังกล่าวโจทก์คดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องให้ จ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9174/2558

คดีแพ่งทั้งสองคดีในคดีก่อน จำเลยที่ 1 เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 กับโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ ให้ร่วมกันโอนที่ดินรวม 8 แปลง แก่จำเลยที่ 1 โดยโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7631/2552

สามีจำเลยกู้เงินโจทก์ จำเลยลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ ถือว่าจำเลยได้ให้สัตยาบันในการทำสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าว หนี้กู้ยืมเงินจึงเป็นหนี้ร่วมของสามีจำเลยและจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1490 (4) โจทก์ในฐาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7447/2538

โจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสามต่อศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1และ 2 ให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ออก น.ส.3 ก. ทับที่ดินของจำเลย ขอให้เพิกถอน น.ส.3 ก. ส่วนจำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ต่อมาศาลชั้นต้นมี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7377/2538

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของจำเลยโดยโจทก์ทั้งสองอ้างว่าสิทธิบัตรดังกล่าวของจำเลยเป็นสิทธิบัตรที่ไม่สมบูรณ์เพราะขัดต่อ พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 5 และปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองซึ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้