Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1388/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 69 วรรคสาม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 6 นั้น เป็นการบัญญัติกฎหมายขยายความในมาตรา 69 วรรคสอง ซึ่งเป็นเรื่องของการจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 2 มิได้ประสงค์ให้ใช้กับมาตรา69 วรรคแรกซึ่งเป็นเรื่องมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ด้วย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 69 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2528 มาตรา 6

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีมูลฝิ่น ๑ ก้อนเล็กหนัก ๑.๖ กรัมไว้ในครอบครองกับเสพฝิ่นอีกจำนวนหนึ่งเข้าสู่ร่างกาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๗, ๕๘, ๖๙, ๙๑,๑๐๒ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๔, ๖, ๑๐ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๒๖ มาตรา ๔ ริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๗, ๕๘, ๖๙, ๙๑, ๑๐๒พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๔, ๖, ๑๐ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๒๖ มาตรา ๔ ฐานมีมูลฝิ่นจำคุกหกเดือนฐานเสพฝิ่นจำคุกหกเดือนรวมแล้วให้ลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนดหนึ่งปีจำเลยรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุกจำเลยหกเดือนของกลางริบ

โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นลงโทษต่ำกว่ากฎหมาย

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ในปัญหาว่าศาลจะต้องพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๖๙ วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๖ ซึ่งมีโทษสูงกว่ามาตรา ๖๙ วรรคแรกหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๖๙ วรรคแรกระบุโทษของผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๗ ให้จำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทถ้าเป็นการจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๗แล้วมาตรา ๖๙ วรรคสองระบุโทษให้จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท ส่วนมาตรา ๖๙ วรรคสามซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๖ บัญญัติว่าถ้ายาเสพติดให้โทษซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดเป็นมอร์ฟีน ฝิ่น หรือโคคาอีน มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกินหนึ่งร้อยกรัมผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสองแสนบาท จึงเห็นได้ว่าพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

ๆ ได้กำหนดโทษตามลำดับความร้ายแรงแห่งการกระทำผิด ถ้าจะถือว่าผู้ใดมีฝิ่นไว้ในครอบครองอันเป็นความผิดตามมาตรา๖๙ วรรคแรก ต้องลงโทษตามมาตรา ๖๙ วรรคสามที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ผู้นั้นก็จะได้รับโทษหนักกว่าผู้จำหน่ายฝิ่นหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามมาตรา ๖๙ วรรคสอง ทั้งที่เป็นการกระทำผิดที่ร้ายแรงกว่าการมีฝิ่นไว้ในครอบครองโดยมิได้จำหน่ายหรือมิได้มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเสียอีก ที่โจทก์กล่าวในฎีกาว่าถ้ามาตรา ๖๙ วรรคสามที่แก้ไขใหม่ประสงค์จะให้ขยายความถึงวรรคสองโดยเฉพาะก็น่าจะบัญญัติไว้ทำนองเดียวกับมาตรา ๗๖ วรรคสามและวรรคสี่ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๘ เช่นเดียวกันนั้นเห็นว่าถ้ามาตรา ๖๙ วรรคสามที่แก้ไขใหม่ประสงค์จะให้ใช้บังคับกับมาตรา ๖๙ วรรคแรกแล้วก็น่าจะมีบทบัญญัติทำนองเดียวกับมาตรา ๗๖ วรรคสาม ที่ใช้ถ้อยคำว่า

'ถ้ายาเสพติดให้โทษซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำผิดดังกล่าวมาในวรรคหนึ่ง.......' เมื่อถ้อยคำในมาตรา ๖๙ วรรคสามมิได้ระบุไว้เช่นนี้ก็ต้องถือว่า มาตรา ๖๙ วรรคสาม มิได้ประสงค์ให้ใช้กับมาตรา ๖๙ วรรคแรก ทั้งมาตรา ๗๖ วรรคสามและวรรคสี่ที่แก้ไขใหม่ก็กำหนดโทษตามลำดับความร้ายแรงแห่งการกระทำผิดเช่นกันกล่าวคือถ้ามีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีโทษสูงกว่ามีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยมิได้มีไว้เพื่อจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่ามาตรา ๖๙ วรรคสาม เป็นการบัญญัติกฎหมายขยายความมาตรา ๖๙ วรรคสอง ซึ่งเป็นเรื่องการจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๒ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยชอบด้วยกฎหมายแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายชาลี พักทองอยู่
ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3237/2531

แม้ฝิ่นของกลางจะมีน้ำหนักถึง 10,000 กรัม แต่โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าฝิ่นของกลางมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์จำนวนเท่าใดจึงฟังไม่ได้ว่าฝิ่นของกลางมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกินหนึ่งร้อยกรัมตามพร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7998/2561

แม้ฟังได้ว่าจำเลยกับพวกในสาธารณรัฐคอสตาริการ่วมกันกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำในการนำโคคาอีนเข้ามาในประเทศไทย โดยส่งพัสดุภัณฑ์ทางไปรษณีย์อันเป็นการกระทำในขั้นตอนสุดท้ายแล้วก็ตาม แต่โคคาอีนดังกล่าวถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3593/2549

โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวอ้างว่า จำเลยหลอกลวงโจทก์ให้ลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความและเอกสารหลายฉบับที่ยังไม่ได้กรอกข้อความเพื่อให้จำเลยนำไปถอนฟ้อง แต่จำเลยกับ อ. กลับสมคบกันกรอกข้อความในใบแต่งทนายความดังกล่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2924/2549

ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 17 ต้องถูกลงโทษตามมาตรา 69 วรรคสอง ยกเว้นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 เฉพาะมอร์ฟีน ฝิ่น หรือโคคาอีน ต้องถูกลงโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4215/2548

การมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายซึ่งฝิ่นอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 แม้โจทก์มิได้บรรยายฟ้องหรือนำสืบว่ามีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้จำนวนเท่าใดก็ต้องปรับบทลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้