Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1386/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ว.เป็นคนไปพูดหลอกลวงผู้เสียหายว่า จะพาไปทำงานด้วยกันกับนางสาว พ. พี่สาวที่กรุงเทพฯ เมื่อผู้เสียหายตกลงไปตามคำหลอกลวงแล้ว ว.ก็พาผู้เสียหายไปที่บ้านจำเลย และในวันเดียวกันนั้นเองจำเลยและ ว. กับพวก ก็พาผู้เสียหายไปค้าประเวณีที่กรุงเทพฯ โดยไม่ต้องมีการตกลงนัดหมายอะไรกันอีก พฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่า จำเลยกระทำไปโดยจำเลยและ ว.กับพวกได้คบคิดกันมาก่อนว่าจะล่อหรือชักพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร เพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่นโดยใช้อุบายหลอกลวง โดยกำหนดหน้าที่ให้ ว.ไปใช้อุบายหลอกลวง ล่อหรือชักพาผู้เสียหายตามที่ได้คบคิดกันไว้นั้น เมื่อได้ตัวผู้เสียหายมาแล้ว จำเลยและ ว.กับพวกก็พาไปบังคับให้ค้าประเวณี จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคแรก และมาตรา 283 วรรคสอง มาตรา 83 แต่ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแนะนายวิชัย สมบูรณ์ กับพวกอีก ๒ คน ร่วมกันเป็นธุระจัดหาล่อไปหรือชักพานางสาวเพลิน โพธิ อายุ ๑๗ ปี ไปเพื่อการอนาจารและเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่น โดยนายวิชัยได้ใช้อุบายหลอกลวงนางสาวเพลินว่า จะพาไปตามหาพี่สาวที่จังหวัดลำปาง นางสาวเพลินหลงเชื่อได้ตามนายวิชัยไป แต่นายวิชัยกลับพานางสาวเพลินไปให้จำเลยกับพวก แล้วจำเลยและนายวิชัยกับพวกได้พานางสาวเพลินไปกรุงเทพมหานคร บังคับขู่เข็ญให้ค้าประเวณี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๒, ๒๘๓, ๘๓

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๒, ๒๘๓, ๘๓, ฯลฯ จำคุก ๕ ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยร่วมกับพวกเฉพาะเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารและเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่น มิได้เป็นผู้ใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายไปจากบ้านด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๒, ๘๓ จำคุก ๓ ปี ข้อหาอื่นให้ยก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ ด้วย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นธุระจัดหาหรือชักพานางสาวเพลิน ซึ่งมีอายุ ๑๗ ปี ไปเพื่อให้ไปค้าประเวณี คดีมีปัญหาว่าจำเลยกระทำการดังกล่าวโดยใช้อุบาลหลอกลวงนางสาวเพลินผู้เสียหายด้วยหรือไม่ เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่า นายวิชัยหรือชาติหรือสุชาติ เป็นคนไปพูดหลอกลวงนางสาวเพลินว่า จะพาไปทำงานด้วยกันกับพี่สาวก็ตาม แต่เมื่อนางสาวเพลินตกลงไปตามคำหลอกลวงแล้ว นายวิชัยก็พานางสาวเพลินไปที่บ้านจำเลย และในวันเดียวกันนั้นเอง จำเลยและนายวิชัยกับพวก ก็พานางสาวเพลินไปค้าประเวณีที่กรุงเทพมหานคร โดยไม่ต้องมีการตกลงนัดหมายอะไรกันอีก พฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่า

จำเลยกระทำไปโดยจำเลยและนายวิชัยกับพวกได้คบคิดกันมาก่อนว่า จะล่อหรือชักพานางสาวเพลินไปเพื่อการอนาจาร เพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่นโดยใช้อุบายหลอกลวง และกำหนดหน้าที่ให้นายวิชัยไปใช้อุบายหลอกลวง ล่อหรือชักพานางสาวเพลินตามที่ได้คบคิดกันไว้นั้น เมื่อได้ตัวนางสาวเพลินมาแล้ว จำเลยและนายวิชัยกับพวกก็พาไปบังคับให้ค้าประเวณี จึงต้องถือว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ ด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๒ วรรคแรก และมาตรา ๒๘๓ วรรคสอง แต่ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๕ ปี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัฒน์ รัตรสาร · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายนคร พจนวรพงษ์
ศาลอุทธรณ์ - นายธรรมสถิตย์ ธีรกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้