Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1384/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการว่า จำเลยทั้งสองนำตั๋วแลกเงินของ อ.มาขายลดให้โจทก์ โดยตกลงว่าถ้าโจทก์เรียกเก็บเงินไม่ได้จำเลยยอมชำระเงินตามตั๋วคืนให้โจทก์ โจทก์เรียกเก็บเงินไม่ได้ จึงขอให้จำเลยร่วมกันชำระหนี้ เมื่อจำเลยให้การว่า อ.เป็นผู้ขายตั๋วแลกเงินให้โจทก์ จำเลยที่ 1 เป็นเพียงผู้ค้ำประกัน ดังนี้ การที่ศาลล่างฟังว่าจำเลยที่ 2 เชิด ช.เป็นตัวแทนของห้างจำเลยที่ 1 นำตั๋วแลกเงินไปขายลดแก่โจทก์ก็ดี และที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ช.ลงชื่อเป็นผู้ค้ำประกันเป็นวิธีปฏิบัติของโจทก์ซึ่งเป็นธนาคารในกรณีที่จำเลยผู้เป็นลูกค้าเอาตั๋วแลกเงินของผู้อื่นมาขายลดให้ก็ดี เป็นอำนาจของศาลในการที่จะวินิจฉัยและเชื่อฟังพยานที่คู่ความนำสืบเพียงใด ไม่เป็นการฟังพยานไม่ชอบหรือนอกประเด็น จำเลยฎีกาว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165 (1) และโจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้น แต่ข้อที่จำเลยฎีกาทั้งสองประการนี้ ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดเป็นประเด็นไว้ จำเลยก็ไม่โต้แย้งคัดค้าน ทั้งไม่ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ธนาคารโจทก์ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ ห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ ๑ เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารโจทก์ ต่อมาจำเลยทั้งสองนำตั๋วแลกเงินของห้างหุ้นส่วนจำกัด อาร์ ไทยเทรดดิ้ง คิดเป็นเงินไทย ๖๔,๘๐๒.๗๖ บาท ขายลดให้ธนาคารโจทก์โดยตกลงว่า ถ้าโจทก์เรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยยอมชำระเงินตามตั๋วคืนให้ และยอมให้โจทก์ตัดบัญชีของจำเลยที่ ๑ ที่มีอยู่กับธนาคารเท่ากับจำนวนในตั๋วแลกเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ต่อมาโจทก์เรียกเก็บเงินไม่ได้ โจทก์จึงตัดบัญชีของจำเลยที่ ๑ คิดเป็นเงิน ๗๒,๒๘๖.๕๙ บาท แต่บัญชีดังกล่าวมีเงินเหลืออยู่เพียง ๗๒๖.๐๑ บาท จำเลยจึงเป็นหนี้ธนาคารโจทก์อยู่ ๗๑,๕๖๐.๔๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๑๒ ต่อปีถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน ๑๐๒,๓๙๒.๙๙ บาท โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอศาลบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้หนี้จำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๑๒ ต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยมิได้นำตั๋วแลกเงินพิพาทไปขายลดให้โจทก์ หากแต่ห้างหุ้นส่วนจำกัด อาร์ ไทยเทรดดิ้ง ซึ่งเป็นลูกหนี้จำเลยที่ ๑ ประสงค์จะชำระหนี้ให้จำเลยจึงนำตั๋วแลกเงินพิพาทไปขายลดให้ธนาคารโจทก์นำเงินที่ขายได้โอนเข้าบัญชีจำเลยเป็นการชำระหนี้ ในการนี้ธนาคารโจทก์ให้จำเลยที่ ๑ ลงชื่อเป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ ๒ เพิ่งเข้าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเมื่อต้น พ.ศ. ๒๕๑๒ ก่อนจำเลยที่ ๑ ลงชื่อค้ำประกันดังกล่าว จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว สิทธิเรียกร้องตามตั๋วแลกเงินขาดอายุความแล้ว วัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ ๑ มิได้จดทะเบียนให้ค้ำประกันการใด ๆ ที่จำเลยที่ ๑ ลงชื่อค้ำประกันตั๋วแลกเงินดังกล่าวจึงไม่ผูกพันห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ ๑

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑,๒ ร่วมกันใช้เงินและดอกเบี้ยตามฟ้อง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขายลดตั๋วแลกเงินให้โจทก์ และคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ค้ำประกัน ข้อต่อสู้ของจำเลยว่า การค้ำประกันอยู่นอกวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนจำเลยจึงตกไป ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าขณะขายตั๋ว นายซีเก่ง ผู้จัดการคนเดิมพ้นหน้าที่ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำเลยแล้วนั้น ก็มีพฤติการณ์ที่น่าเชื่อดังที่ศาลล่างวินิจฉัยไว้แล้วว่า จำเลยได้เชิดให้นายซีเก่งเป็นตัวแทนห้างหุ้นส่วนจำเลย และที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า นายซีเก่งลงชื่อเป็นผู้ค้ำประกันเป็นวิธีปฏิบัติของธนาคาร เป็นการฟังคำพยานไม่ชอบและนอกประเด็นนั้น เห็นว่า การที่ศาลจะวินิจฉัยและเชื่อฟังพยานที่คู่ความนำสืบเพียงใดนั้นเป็นอำนาจของศาล ตามกรณีคดีนี้ไม่เป็นการฟังคำพยานไม่ชอบหรือนอกประเด็น ข้อที่จำเลยฎีกาว่า

คดีของโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕ (๑) และโจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้น ทั้งสองประการนี้ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดเป็นประเด็นไว้ จำเลยก็ไม่โต้แย้งคัดค้าน ทั้งไม่ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุมิตร ฟักทองพรรณ · สุเมธ ทิพยมนตรี · จันทร์ ระรวยทรง
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเจียร เทพช่วย
ศาลอุทธรณ์ - นายสมัย พนมวัน ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้