Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โกดังเก็บสินค้าของจำเลยที่เก็บรักษาทรัพย์สินที่รับฝาก มีผนังเป็นคอนกรีต หลังคาโครงเหล็กมุงสังกะสี สถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินที่รับฝากในลักษณะอย่างนี้มีสภาพเหมาะสมกับการเก็บรักษาสินค้าที่รับฝากโดยมีบำเหน็จแล้ว ส่วนการดูแลรักษาทรัพย์สินที่รับฝากนั้นจำเลยมีเครื่องดับเพลิงที่ใช้น้ำยาเคมี ขนาดสูง 2 ฟุต ประมาณ10 เครื่อง แม้จำเลยมิได้จัดให้มีสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ก็ตามแต่จำเลยก็มีพนักงานเฝ้าดูแลโกดังทั้งกลางวันกลางคืน เช่นนี้ ถือได้ว่า จำเลยได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดั่งนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 659 วรรคสอง แล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทำกิจการรับฝากสินค้าจากบริษัทต่าง ๆหลายแห่ง และทำมานานสิบกว่าปีแล้ว จำเลยจึงเป็นผู้รับฝากที่เป็นผู้มีวิชาชีพเฉพาะกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างหนึ่งอย่างใดจึงต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้และสมควรต้องใช้ในกิจการเฉพาะกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างนั้นตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 659 วรรคสาม นั้นข้อเท็จจริงดังกล่าวโจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้อง จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับประกันภัยกระดาษหนังสือพิมพ์จำนวน420 ม้วน ของบริษัท ท.ศรีวนาสณฑ์ จำกัด จำนวนเงินเอาประกัน2,000,000 บาท ทรัพย์สินดังกล่าวจำเลยที่ 1 รับฝากไว้โดยมีบำเหน็จจากบริษัทดังกล่าว ต่อมาในระหว่างอายุสัญญาประกันภัยเกิดเพลิงไหม้โกดังรับฝากของของจำเลยที่ 1 ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยที่ 1 ที่ไม่จัดให้มีระบบป้องกันเพลิงไหม้หรือสัญญาณเตือนภัย และไม่มีคนคอยดูแลในเวลากลางคืนทำให้บริษัทท.ศรีวนาสณฑ์ จำกัด เสียหายเป็นเงิน 1,720,992 บาท โจทก์ผู้รับประกันภัยได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวนดังกล่าวให้แก่บริษัทท.ศรีวนาสณฑ์ แล้วรับช่วงสิทธิจากบริษัทดังกล่าวมาฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีคิดถึงวันฟ้องรวมเป็นเงินทั้งสิ้น1,754,252 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้รับฝากทรัพย์ไว้จากบริษัทท.ศรีวนาสณฑ์ จำกัด โดยมีบำเหน็จ แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 1 รับฝากทรัพย์ก็ไม่ใช่ปกติธุรกิจและอยู่ในวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากดังเช่นวิญญูชนจะพึงปฏิบัติและสงวนทรัพย์สินของตนเอง โดยจัดให้มีอุปกรณ์ดับเพลิงไว้หลายเครื่อง และมีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยตรวจตราดูแลทรัพย์สินอยู่ตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืนเหตุเพลิงไหม้มิใช่เพราะความประมาทของจำเลยที่ 1 บริษัทท.ศรีวนาสณฑ์ได้รับความเสียหายไม่ถึง 100,000 บาท โจทก์จ่ายค่าเสียหายเกินความจริงไปโดยประมาท จึงไม่มีสิทธิที่จะรับช่วงสิทธิของบริษัทดังกล่าวมาเรียกร้องเอาจากจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาโดยโจทก์มิได้ฎีกาโต้เถียงฟังได้ว่า

จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์รับประกันภัยสต๊อกสินค้าประเภทกระดาษจากบริษัท ท.ศรีวนาสณฑ์จำกัด รวมทั้งสินค้าอื่น ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทดังกล่าวซึ่งฝากไว้ที่โกดังสินค้าของจำเลยที่ 1 โดยรับประกันภัยตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2527 ถึงวันที่ 15 กันยายน 2527 ในวงเงินจำนวน2,000,000 บาท จำเลยที่ 1 รับฝากสินค้าดังกล่าวไว้จากบริษัทท.ศรีวนาสณฑ์ จำกัด โดยมีบำเหน็จเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2527 เกิดเพลิงไหม้โกดังเก็บสินค้าของจำเลยที่ 1 ที่เก็บรักษาทรัพย์สินของบริษัทท.ศรีวนาสณฑ์ จำกัด โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัท

ท.ศรีวนาสณฑ์ จำกัด ไปแล้วเป็นเงิน1,720,992 บาท โกดังเก็บสินค้าของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว ผนังเป็นคอนกรีต หลังคาโครงเหล็กมุงด้วยสังกะสี ไม่มีสัญญาณเตือนภัยเมื่อเกิดเพลิงไหม้ แต่มีเครื่องดับเพลิงที่ใช้นำยาเคมีขนาดสูง 2 ฟุตประมาณ 10 เครื่อง และมีพนักงานของจำเลยที่ 1 เฝ้าดูแลโกดังทั้งกลางวันและกลางคืน คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่าเหตุเพลิงไหม้เป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 ผู้รับฝากทรัพย์โดยมีบำเหน็จหรือไม่พิเคราะห์แล้ว โกดังเก็บสินค้าของจำเลยที่ 1 ที่เก็บรักษาทรัพย์สินที่รับฝากนั้น เป็นผนังคอนกรีต หลังคาโครงเหล็กมุงด้วยสังกะสี สถานที่เก็บรักษาทรัพย์ที่รับฝากในลักษณะอย่างนี้ มีสภาพเหมาะสมกับการเก็บรักษาสินค้าที่รับฝากโดยมีบำเหน็จแล้ว

ส่วนในการดูแลรักษาทรัพย์ที่รับฝากนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1มีเครื่องดับเพลิงที่ใช้นำยาเคมีขนาดสูง 2 ฟุต ประมาณ 10 เครื่องและมีพนักงานเฝ้าดูแลโกดังทั้งกลางวันและกลางคืน นับว่าจำเลยที่ 1ได้ใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินที่รับฝากเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดั่งนั้นแล้ว

โจทก์ฟ้องอ้างว่าเหตุเพลิงไหม้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 แต่ทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นว่า เหตุเพลิงไหม้ในกรณีนี้ เกิดจากการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำที่จะดูแลรักษาทรัพย์สินที่รับฝากของจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด กลับปรากฏตามรายงานเบื้องต้นที่บริษัทยูไนเต็ดเซอเวย์เยอร์สแอนด์ แอ๊ดจัสเตอร์ส จำกัด ทำขึ้นตามเอกสารหมาย จ.17 ว่า เพลิงไหม้โดยไม่ทราบสาเหตุ อันมิใช่กรณีที่จะถือว่าเหตุเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลย ข้อที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 มิได้จัดให้มีสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ จึงถือว่าเป็นความประมาทเลินเล่อทำให้เหตุเกิดขึ้นนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยที่ 1 มีพนักงานเฝ้าดูแลโกดังที่เก็บรักษาทรัพย์ที่รับฝากทั้งกลางวันและกลางคืน เช่นนี้ นับว่าจำเลยที่ 1 จัดให้มีคนเฝ้าดูแลเป็นการป้องกันและคอยแจ้งเหตุอยู่แล้วจึงมิใช่เป็นการละเลยหน้าที่ในการดูแลรักษาทรัพย์อย่างวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดั่งนั้น และไม่อาจถือว่าเป็นการประมาทเลินเล่อในการดูแลรักษาทรัพย์ที่รับฝากเมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 ตามที่อ้างในคำฟ้อง ทั้งตามคำเบิกความของพันตำรวจโทนพรัตน์ วีระกุล พนักงานสอบสวนกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ก็ได้ความว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุที่เกิดขึ้น จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นตามที่โจทก์ฟ้อง และโจทก์ผู้รับประกันภัยย่อมไม่อาจเข้ารับช่วงสิทธิของบริษัท

ท.ศรีวนาสณฑ์ จำกัด ผู้เอาประกันภัยมาเรียกร้องเอาจากจำเลยทั้งสองได้ ส่วนที่โจทก์อ้างว่า จำเลยที่ 1ทำกิจการรับฝากสินค้าโดยเฉพาะ มีโกดังสินค้าขนาดใหญ่ 5 หลังรับฝากสินค้าจากบริษัทต่าง ๆ หลายแห่ง และทำมานานสิบกว่าปีแล้วจำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้รับฝากที่เป็นผู้มีวิชาชีพเฉพาะกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างหนึ่งอย่างใด ต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้และสมควรต้องใช้ในกิจการเฉพาะกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 659 วรรคสามนั้น เห็นว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวโจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้อง จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้ว ในศาลชั้นต้นศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้