Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลูกจ้างขับรถประจำทางจากอู่เพื่อไปยังจุดต้นทางโดยเส้นทางที่ผิดไปจากเส้นทางที่นายจ้างมีคำสั่งไว้ให้ปฏิบัติ เมื่อขับด้วยความประมาทผู้อื่นบาดเจ็บ นายจ้างจะต้องร่วมรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนด้วย เพราะการที่ลูกจ้างขับรถเพื่อไปยังจุดต้นทางตามหน้าที่นั้น เป็นการที่กระทำไปในทางการที่จ้างแล้ว ส่วนคำสั่งดังกล่าวเป็นเรื่องภายในระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง โจทก์มีรายได้เดือนละ 600 บาท เมื่อถูกจำเลยกระทำละเมิดแล้วไม่สามารถประกอบอาชีพได้เช่นปกติ ฟ้องเรียกค่าเสียหายในอนาคต 10 ปี เป็นเงิน 72,000 บาท เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวนหนึ่งเป็นจำนวนแน่นอนแล้ว ย่อมให้คิดดอกเบี้ยในเงินจำนวนนี้นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างขับรถยนต์ประจำทางของจำเลยที่ ๒ ผู้เป็นนายจ้าง ได้ขับรถยนต์ตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ตามทางการที่จ้าง ได้ขับรถดังกล่าวด้วยความประมาท ชนโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาดนัด จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่า จำเลยที่ ๑ จะเป็นลูกจ้างขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ หรือไม่ ไม่รับรอง แม้จำเลยที่ ๑ ขับรถชนโจทก์จริง ก็ไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ เพราะสถานที่เกิดเหตุอยู่นอกเส้นทางสัมปทานและนอกทางการที่จ้าง จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องร่วมรับผิดด้วย ค่าเสียหายที่เรียกร้องก็สูงไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๗๒,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถไปชนโจทก์นอกเส้นทางในทางการที่จ้าง จำเลยที่ ๒ ผู้เป็นนายจ้างไม่ต้องร่วมรับผิด และศาลกำหนดค่าเสียหายสูงเกินไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยที่ ๒ นำสืบว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถออกจากอู่เก็บรถของจำเลยที่ ๒ ที่ช่องนนทรี เข้าตรอกจันทร์ ไปออกถนนเจริญกรุง เพื่อไปยังจุดต้นทางถนนสี่พระยา (และได้ชนโจทก์ในถนนเจริญกรุงก่อนถึงถนนสี่พระยา) เป็นการขับรถไปนอกเส้นทาง ปฏิบัติผิดคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ผู้เป็นนายจ้างที่ว่าเมื่อรถออกจากอู่ต้องวิ่งมาตามถนนสวนพลูออกถนนสาธรเลี้ยวซ้ายตามถนนพระราม ๔ ถึงสามย่านแล้วเลี้ยวเข้าถนนสี่พระยาไปจุดต้นทางนั้น คำสั่งของจำเลยที่ ๒ จะมีอย่างไร ก็เป็นเรื่องภายในระหว่างจำเลยที่ ๒ กับคนของจำเลยผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่การที่จำเลยที่ ๑ ได้ขับรถเพื่อไปยังจุดต้นทางตามหน้าที่นั้น ถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างของนายจ้าง

เมื่อจำเลยที่ ๑ กระทำละเมิดต่อโจทก์ดังนี้ จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนด้วย โจทก์มีรายได้เดือนละ ๖๐๐ บาท เมื่อโจทก์ถูกตัดขาแล้วไม่สามารถประกอบอาชีพได้เช่นปกติ ที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายในอนาคต ๑๐ ปี เป็นเงิน ๗๒,๐๐๐ บาทนั้น เป็นการสมควรแล้ว แต่ค่าสินไหมทดแทนจำนวนนี้เป็นหนี้ค่าเสียหายในอนาคตมีกำหนดจำนวนแน่นอน ซึ่งโจทก์สามารถบังคับได้ในวันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา จึงควรคิดดอกเบี้ยให้นับแต่วันที่โจทก์มีสิทธิจะได้รับ คือนับจากวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ไม่ใช่นับแต่วันฟ้อง ดังคำพิพากษาศาลล่าง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เฉพาะเรื่องดอกเบี้ย โดยให้จำเลยร่วมกันเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีของเงิน ๗๒,๐๐๐ บาท นับแต่วันศาลชั้นต้นพิพากษาเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ อิศระ · ถาวร หุตะโกวิท · ชลอ บุปผเวส
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายศวิต สมหวัง
ศาลอุทธรณ์ - นายจรอง อมะรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้