Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 138/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตาม พ.ร.บ. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 มาตรา 15 บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผู้ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายมีอำนาจที่จะยับยั้งการกระทำใด ๆ ของจำเลยที่ 1 ที่เห็นว่าเป็นการขัดต่อนโยบายหรือมติของรัฐมนตรีได้ด้วย ส่วนพนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจที่จะต้องอยู่ภายใต้บังคับของมติคณะรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน เมื่อปรากฏว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2541 เรื่องจรรยาบรรณของกรรมการรัฐวิสาหกิจ ข้อ 4 กำหนดให้กรรมการต้องไม่มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับรัฐวิสาหกิจที่ตนเป็นกรรมการไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม เมื่อโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัทที่ทำสัญญากับจำเลยที่ 1 ย่อมเป็นการฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรี ข้ออ้างในการย้ายโจทก์จากตำแหน่งผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไม่เป็นเหตุนอกเหนือไปจากเหตุตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และไม่เป็นการขัดต่อ พ.ร.บ. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 มาตรา 25 (2)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 พ.ร.บ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 มาตรา 15 พ.ร.บ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 มาตรา 25

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 6 ที่ 7 ที่ 10 ที่ 12 ที่ 13 ถึงที่ 19 ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างให้โจทก์กลับคืนสู่สภาพการจ้างเดิม คดีนี้โจทก์เคยยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง และศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง แต่เป็นอำนาจของศาลแรงงานกลาง จำเลยที่ 1 ถึงที่ 19 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทรัฐวิสาหกิจ จัดตั้งตามพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 เรียกโดยย่อว่า "ททท." อยู่ในกำกับควบคุมของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผู้ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย มีคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทำหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลกิจการของจำเลยที่ 1 คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีอำนาจแต่งตั้งผู้ว่าการและให้ผู้ว่าการพ้นจากตำแหน่งได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี โจทก์เข้าทำงานกับจำเลยที่ 1 ตั้งแต่ปี 2522 เป็นพนักงานวางแผนระดับ 5 ได้รับการปรับเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเรื่อยมาจนได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2542 ปลายปี 2522 ได้มีสื่อหนังสือพิมพ์ลงข้อความกล่าววิจารณ์ถึงการบริหารงานของจำเลยที่ 1 ในทำนองว่าขาดความโปร่งใสเอื้อประโยชน์แก่บริษัทที่ผู้ว่าการมีส่วนได้เสีย

จำเลยที่ 2 มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งได้ทำการสอบสวนแล้วรายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2544 ต่อจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2545 จำเลยที่ 2 ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนพร้อมทั้งมีคำสั่งให้โจทก์พักการปฏิบัติงานในหน้าที่ผู้ว่าการชั่วคราวในระหว่างสอบสวน คณะอนุกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งได้สอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งพนักงานของจำเลยที่ 1 และบุคคลภายนอก ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์ทราบ ได้ให้โอกาสโจทก์ชี้แจงข้อกล่าวหาแล้ว คณะอนุกรรมการมีความเห็นว่า โจทก์ไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2541 ที่ให้กำหนดจรรยาบรรณของกรรมการรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นมติคณะรัฐมนตรีที่ออกเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากการเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ

โจทก์เป็นผู้ว่าการเป็นผู้บริหารสูงสุดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นผู้มีอำนาจจัดซื้อจัดจ้าง แต่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แม้จะอ้างว่าเชื่อโดยสุจริตใจก็ตาม แต่ในการพิจารณาดำเนินการดังกล่าวควรพิจารณาไปในแนวทางที่ไม่เป็นเหตุให้บุคคลภายนอกมองไปได้ว่าเป็นการช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทที่ตนเองและเครือญาติมีส่วนได้เสียในกิจการนั้นด้วย เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการในสายตาของบุคคลนอกได้ มติที่ประชุมคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยครั้งที่ 6/2545 โดยได้รับความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว จำเลยที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงมีคำสั่งคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่ 8/2545 ให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา (ระดับ 11) เป็นการเฉพาะตัว โดยให้ได้รับเงินเดือนพร้อมสิทธิประโยชน์เช่นเดิมและให้ปฏิบัติงานตามที่ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมอบหมายต่อไป หลังจากโจทก์พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการแล้ว จำเลยที่ 1 จ้างจำเลยที่ 12 เป็นผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์สรุปได้ว่า ข้ออ้างในการย้ายโจทก์จากตำแหน่งผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังเป็นยุติเป็นเหตุนอกเหนือไปจากเหตุตามที่กฎหมายกำหนดอีกทั้งเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 มาตรา 25 (2) นั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 มาตรา 15 ซึ่งบัญญัติให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผู้ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายมีอำนาจที่จะยับยั้งการกระทำใด ๆ ของจำเลยที่ 1 ที่เห็นว่าเป็นการขัดต่อนโยบายหรือมติของรัฐมนตรีได้ด้วย ส่วนพนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ต้องอยู่ภายใต้บังคับของมติคณะรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน

เมื่อปรากฏว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2541 เรื่องจรรยาบรรณของกรรมการรัฐวิสาหกิจในข้อ 4 กำหนดให้กรรมการต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการที่กระทำกับรัฐวิสาหกิจที่ตนเป็นกรรมการ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม เมื่อโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัทที่ทำสัญญากับจำเลยที่ 1 ย่อมเป็นการฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรี ข้ออ้างในการย้ายโจทก์จากตำแหน่งผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังเป็นยุติไม่เป็นเหตุนอกเหนือไปจากเหตุตามที่กฎหมายกำหนดไว้และไม่เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 มาตรา 25 (2) อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น...

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์ · ชวลิต ยอดเณร · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้