Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 138/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดฐานมีไม้แปรรูปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไว้ในความครอบครองนั้น เป็นความผิดต่อเนื่องกันตลอดมาตั้งแต่วันมีไว้ในความครอบครองจนถึงวันที่เจ้าพนักงานจับกุมจำเลย เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยภายหลังวันที่ใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 แล้ว และโจทก์ก็ได้ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ด้วย การที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2584 มาตรา 73 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2498 ซึ่งเป็นการยกบทกฎหมายมาปรับแก่คดีผิดพลาดไปนั้น ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีไม้หวงห้ามประเภท ก.ซึ่งเป็นไม้ที่ตัดฟันแปรรูปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๔๗,๔๘,๔๙,๗๓,๗๔ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๑๗,๑๘ พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓,๔ ประกาศกระทรวงเกษตร ฯลฯ และ ริบไม้ของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยซื้อไม้ของกลางมาเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๐๒จึงต้งใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๙๔ บังคับคดี พิพากษาว่าจำเลยผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๕ มาตรา ๔๘,๗๓,๗๔ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ มาตรา ๑๗ ให้ปรับเป็นเงิน ๑๐๐ บาท ริบไม้ของกลาง

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยมีไม้ของกลางตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๐๒ ก่อนจำเลยถูกจับเกิน ๑ ปีแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕(๕) ขอให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีเรื่องนี้ ตราบใดที่จำเลยมีไม้ของกลางไว้ในความครอบครอง ก็เป็นความผิดต่อเนื่องกันตลอดไป คดีไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๕(๕) พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๗๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ มาตรา ๑๓ ซึ่งศาลชั้นต้นยกมาปรับแก่คดี มีโทษปรับไม่เกิน ๑๐๐ บาท หรือจำคุกไม่เกิน ๑ เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๕(๕) มีอายุความเพียง ๑ ปี แต่กฎหมายดังกล่าวก็ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๑๗ โดยประกาศใช้เป็นกฎหมายเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๐๓ ซึ่งเป็นวันก่อนวันโจทก์ฟ้องคดีนี้เกินกว่า ๑ ปี แล้ว คดีจึงขาดอายุความตามประมวลอาญามาตรา ๙๕(๕) แต่ในกรณีเรื่องมีไม้แปรรูปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไว้ในครอบครองนี้เป็นความผิดต่อกัน ตราบใดที่จำเลยมีไม้แปรรูปของกลางไว้ในความครอบครองก็เป็นความผิดต่อเนื่องกันตลอดมาตั้งแต่วันมีไว้ในความครอบครอง

จนกระทั้งถึงวันที่เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยคือ วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๐๔ ซึ่งเป็นวันหลังวจากวันใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๓ แล้ว และโจทก์ก็ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) นี้ หากแต่ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยมีไม้แปรรูปของกลางมาก่อนวันใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๓ จะใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๓ บังคับคดีไม่ได้ จึงได้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๗๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ อันเป็นการยกบทกำหมายมาปรับแก่คดีผิดพลาดไป ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๔๘,๗๓,๗๔ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๑๗ นอกจากที่แก้นี้แล้ว คงให้เป็นตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจน เวชศิลป์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายไกร บุญญะกิติ
ศาลอุทธรณ์ - นายนิคม ชัยอาญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้