Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ตามสัญญากู้ จำเลยสู้ว่าเพียงแต่ลงลายมือชื่อให้ไว้ในสัญญาเฉยๆ และกู้เงินเพียง 200บาท แต่โจทก์ไปกรอกจำนวนเงินเป็น 9,000 บาท ซึ่งเป็นความเท็จ สัญญากู้เป็นเอกสารปลอม ดังนี้ ย่อมรับฟังพยานบุคคลได้ เพราะเป็นการนำสืบหักล้างเอกสารที่ไม่ถูกต้อง และไม่จำต้องมีพยานเอกสารมาสืบหักล้างสามีภรรยามิได้จดทะเบียนตามกฎหมาย อยู่ร่วมเรือนเดียวกัน สามีไปกู้เงินมาแต่ไม่ได้ความชัดว่าเงินที่กู้ได้นำไปใช้ในกิจการอันใดแน่ ผู้ให้กู้ว่าให้กู้เพราะสามีนั้นเป็นลุง และเชื่อหลักฐานของสามีจึงเป็นเรื่องส่วนตัวของสามี ภรรยาไม่อยู่ในฐานะลูกหนี้ร่วมกับสามี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยซึ่งเป็นภรรยาและบุตรผู้ตายชำระเงินกู้ซึ่งผู้ตายกู้โจทก์ไปจำเลยสู้ว่า บุตรทั้ง 6 ไม่ใช่บุตรผู้ตาย มรดกของผู้ตายมิได้ตกแก่จำเลยผู้ตายกู้เงินโจทก์เพียง 200 บาท ไม่ได้กู้ 9,000 บาท สัญญากู้ท้ายฟ้องปลอม ผู้ตายลงชื่อไว้ในสัญญากู้แล้วพ่อตาโจทก์กรอกข้อความไม่ตรงตามความจริง

โจทก์ฟ้องซ้ำและไม่บรรยายให้ชัดแจ้งถึงสภาพแห่งข้อหา จำเลยเสียเปรียบ และหลงข้อต่อสู้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าฟ้องโจทก์ไม่ใช่ฟ้องซ้ำจำเลยที่ 1 ถึง 6 เป็นบุตรผู้ตาย ผู้ตายกับจำเลยที่ 7 อยู่กินด้วยกันมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ผู้ตายกู้เงินโจทก์ไปเพียง 200 บาท ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ในฐานะผู้รับมรดกกับจำเลยที่ 7 ในฐานะลูกหนี้ร่วม ชำระหนี้ให้แก่โจทก์คนละครึ่งโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำและไม่เคลือบคลุมจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 เป็นผู้สืบสันดานของนายนวนผู้ตาย ผู้ตายกู้เงินโจทก์ไปเพียง 200 บาท เงินที่กู้ไม่ได้ความชัดว่านำไปใช้ในกิจการใด จำเลยที่ 7 จึงไม่อยู่ในฐานะลูกหนี้ร่วม ไม่ต้องรับผิดชำระให้แก่โจทก์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะตัวจำเลยที่ 7 ให้โจทก์รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยใช้เงินเต็มตามฟ้องศาลฎีกาเห็นว่า

ที่โจทก์ฎีกาว่าเมื่อข้อเท็จจริงฟังว่านายนวนได้กู้เงินโจทก์ไปจริง และโจทก์ได้อ้างหนังสือสัญญากู้รูปคดีควรฟังตามเอกสารสัญญากู้ที่โจทก์อ้างจะฟังตามคำพยานบุคคลไม่ได้นั้น ปรากฏว่าจำเลยต่อสู้ว่านายนวนกู้เงินโจทก์ 200 บาท แล้วเซ็นชื่อในสัญญากู้ที่ยังไม่ได้กรอกข้อความ แล้วฝ่ายโจทก์กรอกข้อความขึ้น แต่กรอกไม่ตรงกับความจริง กลับกรอกข้อความว่านายนวนกู้เงิน 9,000 บาท ซึ่งเป็นความเท็จ สัญญากู้เป็นเอกสารปลอม จึงรับฟังพยานบุคคลได้เพราะเป็นการนำสืบหักล้างเอกสารที่ไม่ถูกต้อง และไม่จำต้องมีพยานเอกสารมาสืบหักล้างหนังสือสัญญากู้ และเชื่อว่านายนวนกู้เงินโจทก์ไปเพียง200 บาท เท่านั้นที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 7 อยู่ในฐานะลูกหนี้ร่วม

เพราะนายนวนกู้ไปใช้จ่ายในครอบครัว ต้องรับผิดร่วมกันนั้น นายนวนและนางเนื้อมจำเลยที่ 7 เป็นผัวเมียโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะมิได้จดทะเบียนสมรสเพียงแต่อยู่ร่วมเรือนเดียวกัน และไม่ได้ความชัดว่าเงินที่กู้มาได้นำไปใช้ในกิจการอันใดแน่โจทก์ว่าให้กู้เพราะนายนวนเป็นลุงและเชื่อหลักทรัพย์นายนวน แสดงว่าโจทก์ให้นายนวนกู้ไปเป็นเรื่องส่วนตัวนายนวนโดยแท้ จำเลยที่ 7 จึงไม่อยู่ในฐานะลูกหนี้ร่วมในเรื่องค่าธรรมเนียม แม้นายนวนจะเป็นผู้ก่อมูลหนี้ให้ แต่ก็เพียง 200 บาท โจทก์กลับมาฟ้องเรียก 9,000 บาท โจทก์จึงควรเป็นฝ่ายรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมพิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพรียง โรจนรัส · จิตติ ติงศภัทิย์ · ไฉน บุญยก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้