Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามหนังสือสัญญาเช่าตึกพิพาท ปรากฏว่าผู้เช่าคือจำเลยที่ 1 เท่านั้นและค่าเช่าเพียงเดือนละ 60 บาท โจทก์ผู้ให้เช่าจะนำสืบว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่าด้วย และค่าเช่าเดือนละ 445.42 บาท ดังนี้ เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94ครบกำหนดสัญญาเช่าตึกและโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว จำเลยที่ 1ผู้เช่าไม่ส่งมอบตึกและจำเลยที่ 2 ทำการค้าอยู่ในตึกพิพาทต่อมา การอยู่ต่อมาของจำเลยที่ 2 เป็นการอยู่โดยละเมิดจริงดังฟ้อง แม้โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสองโดยอ้างว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่าด้วยแต่ศาลฟังว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่าแต่ผู้เดียว ดังนี้ ก็ต้องพิพากษาให้ขับไล่จำเลยที่ 2 ด้วย และให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหาย กับร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ปลูกอาคารพาณิชย์ยนที่ดินที่โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเหนือพื้นดิน โดยมอบให้นายกังฮี้ แซ่ลิ้ม เป็นตัวแทนดำเนินการปลูกสร้างจัดหาผู้เช่า ทำสัญญาและรับเงินจากผู้ขอเช่าจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสามีภริยากันได้ติดต่อกับตัวแทนช่วงของนายกังฮี้ เช่าห้องเลขที่ 67/7 ของโจทก์เพื่อประกอบการค้าร้านดัดผมมีกำหนด 8 ปี โดยผู้เช่าต้องจ่ายเงินล่วงหน้า 37,000 บาท เป็นค่าตอบแทนการใช้ตึกของโจทก์และเสียค่าตอบแทนเป็นรายเดือนอีกเดือนละ 60 บาท ตลอดเวลา 8 ปี จำเลยต้องจ่ายเงินตอบแทนรวม 42,760 บาท จึงเป็นอัตราค่าเช่า 445.42 บาทต่อเดือน แต่ตัวแทนโจทก์มิได้กรอกจำนวนเงินล่วงหน้าลงไว้ในสัญญาเช่าด้วย คงลงไว้แต่เฉพาะค่าเช่าเดือนละ 60 บาทเท่านั้น

ครั้นครบกำหนด 8 ปีจำเลยขอเช่าต่อไป แต่ให้ค่าเช่าต่ำมากจึงตกลงกันไม่ได้ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาให้จำเลยออกจากห้องเช่า จำเลยไม่ออก จำเลยทั้งสองอยู่ต่อมาโดยละเมิด ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกพิพาทให้ชำระค่าเช่าที่ค้าง 3 เดือน ๆ ละ 445.42 บาท เป็นเงิน 1,336.26 บาท ให้ชำระค่าเสียหายถึงวันฟ้อง 3,040.84 บาท และต่อจากวันฟ้องเดือนละ 1,520.42 บาท จนกว่าจะออกไป กับให้ชำระดอกเบี้ยจากเงิน 4,377.10 บาทด้วยจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยทั้งสองมิได้เป็นสามีภริยากัน สิทธิการเช่าเป็นของจำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียว จำเลยที่ 2 เป็นเพียงบริวารหรืออาศัย จำเลยที่ 1เช่าห้องพิพาทกับโจทก์โดยตกลงเช่ากับนายเปงกัง แซ่ลิ้ม

ผู้ก่อสร้าง โดยเสียค่าก่อสร้างตึกให้นายเปงกัง 36,000 บาท ไม่ใช่ให้โจทก์ แล้วนายเปงกังจัดให้โจทก์ทำสัญญาเช่าให้จำเลย ค่าเช่าเดือนละ 60 บาท ไม่มีค่าเช่าล่วงหน้าไม่เคยตกลงค่าเช่าเดือนละ 445.42 บาท โจทก์ไม่เสียหายดังฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การทำนองเดียวกับจำเลยที่ 1 ว่ามิได้เป็นสามีภริยากัน กระทำกิจการแยกกัน จำเลยที่ 2 ไม่เคยเช่าห้องจากใคร ไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยที่ 1 และบริวารออกจากตึกพิพาท (วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 เป็นเพียงบริวารของจำเลยที่ 1) ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าที่ค้าง 3 เดือน เป็นเงิน 180 บาทให้โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายเดือนละ 240 บาทตั้งแต่วันละเมิดถึงวันฟ้อง 2 เดือน เป็นเงิน 480 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จและชำระค่าเสียหายเดือนละ 240 บาทนับแต่เดือนที่ฟ้องจนกว่าจำเลยที่ 1และบริวารจะออกไปค่าเสียหายหรือคำขอนอกนี้ให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 2โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่าตึกพิพาทด้วย และต้องร่วมรับผิดในค่าเช่าด้วยนั้น เห็นว่า การเช่าตึกพิพาทเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ต้องรับผิด จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ตามสัญญาเช่าตึกพิพาทปรากฏว่าผู้เช่าคือจำเลยที่ 1 เท่านั้น และค่าเช่าก็กำหนดไว้เพียงเดือนละ 60 บาท การที่โจทก์พยายามจะนำสืบว่าจำเลยที่ 2เป็นผู้เช่าตึกพิพาทด้วย และว่าค่าเช่าไม่ใช่เดือนละ 60 บาท แต่เป็นเดือนละ 445.42 บาทนั้น เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาเช่า และไม่ใช่การสืบหักล้างเอกสาร ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93 จึงต้องฟังว่าจำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวเป็นผู้เช่า

จำเลยที่ 2 มิได้เป็นผู้เช่า และมิได้เป็นคู่สัญญา จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดเฉพาะค่าเช่าที่โจทก์ฟ้องตามสัญญาเช่าและต้องฟังว่าค่าเช่าเดือนละ 60 บาทตามสัญญาเท่านั้นโจทก์เป็นเจ้าของตึกพิพาท สัญญาเช่าครบกำหนดแล้ว และโจทก์ก็บอกเลิกสัญญาแล้ว แต่จำเลยไม่ส่งมอบตึกและทำการค้าอยู่ต่อมาการอยู่ต่อมาของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการอยู่โดยละเมิด การที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองแม้จำเลยที่ 2 จะไม่ใช่คู่สัญญาและไม่ใช่ผู้เช่า จำเลยที่ 2 ก็ต้องออกจากตึกพิพาทและต้องรับผิดในความเสียหายอันเกิดจากการที่ไม่ยอมออกไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ไม่ขับไล่จำเลยที่ 2 และไม่ให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดนั้น

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากตึกพิพาทให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าที่ค้างรวม 3 เดือน 180 บาทแก่โจทก์ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดในค่าเสียหายเดือนละ 240 บาทนับแต่วันละเมิดถึงวันฟ้อง 2 เดือน เป็นเงิน 480 บาทพร้อมกับดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเงินเสร็จให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้ง 3 ศาลแทนโจทก์ด้วย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้