Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1368/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในกรณีที่จำเลยเพียงแต่ตกลงจ้างโจทก์ให้เป็นทนายความดำเนินคดีโดยยังมิได้ตกลงกำหนดอัตราค่าจ้างกับโจทก์เป็นจำนวนเท่าใดแน่นอนนั้นศาลย่อมมีอำนาจที่จะพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างให้ตามสมควรแก่กิจการที่โจทก์ได้กระทำไปได้เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์เพียงแต่พาจำเลยไปอายัดที่ดินไว้ ณ สำนักงานที่ดิน และมิได้ดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาลแต่ประการใดการที่จำเลยกับ พ. ตกลงเรื่องที่พิพาทกันได้ ก็เพราะบุคคลภายนอกเป็นผู้ไกล่เกลี่ยไม่ใช่โจทก์ ฉะนั้น ที่ศาลกำหนดค่าจ้างให้โจทก์ 2,000 บาท จึงย่อมเป็นการสมควรแก่งานที่โจทก์ได้กระทำไป

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ซึ่งเป็นทนายความให้จัดการทวงถามทรัพย์มรดกของบุตรจำเลยจากนายพร นุชน้อย หากทวงถามไม่ตกลงก็ให้ดำเนินคดี จำเลยยอมให้ค่าจ้างโจทก์เป็นเงิน 20,000 บาทจะชำระให้เมื่อตกลงกันได้ หรือคดีถึงที่สุด ดังปรากฏตามสำเนาสัญญาจ้างจำเลยได้นำเงินค่าธรรมเนียม 3,000 บาทมามอบให้โจทก์ไว้ดำเนินคดี ต่อมาโจทก์จัดการไกล่เกลี่ยให้นายพรโอนมรดกที่ดินให้จำเลยเป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ต้องดำเนินคดี จำเลยแจ้งให้โจทก์หักค่าธรรมเนียม 3,000 บาทไว้เป็นค่าจ้าง ที่เหลืออีก 17,000 บาท ขอผัดชำระภายใน 7 วัน แต่จำเลยไม่ชำระ จึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าจ้างที่ค้าง 17,000 บาทให้โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ได้ตกลงให้โจทก์ดำเนินคดีกับนายพรจริง แต่เรื่องค่าจ้างว่าความนั้น

ได้ตกลงเอาไว้พูดกันภายหลังโจทก์ทำหนังสือเรื่องฟ้องคดีโดยมิได้อ่านให้ฟังหลอกลวงให้จำเลยหลงเชื่อ จำเลยจึงได้พิมพ์ลายนิ้วมือลงไป จำเลยนำเงิน 3,000 บาทมามอบให้โจทก์ไว้ดำเนินคดี แต่โจทก์เพิกเฉยไม่จัดการอย่างใดต่อมาพระครูสมุทรวรคุณได้ไกล่เกลี่ยจำเลยกับนายพรจนตกลงกันได้เป็นที่เรียบร้อย จำเลยจึงทวงเงินค่าธรรมเนียม 3,000 บาท แต่โจทก์ไม่ยอมคืนอ้างว่าจำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ดำเนินคดีเป็นเงิน 20,000 บาท จำเลยยังต้องให้เงินโจทก์อีก 17,000 บาท จำเลยจึงทราบว่าโจทก์หลอกลวงให้จำเลยพิมพ์ลายนิ้วมือในสัญญาจ้างว่าความ โจทก์มิได้ทำความสำเร็จในกิจการที่จ้าง จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างตามฟ้อง จำเลยไม่เคยยอมให้โจทก์หักค่าธรรมเนียมไว้เป็นค่าจ้าง

ขอให้โจทก์คืนเงินค่าธรรมเนียม 3,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีจนกว่าจะชำระเสร็จ และขอให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า แม้จำเลยจะไม่แจ้งมอบเงิน 3,000บาทให้โจทก์ โจทก์ก็มีสิทธิยึดหน่วงไว้จนกว่าจำเลยจะชำระค่าจ้างตามสัญญาจ้างจนครบ ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นเห็นว่า สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของ ไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จึงใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีไม่ได้ แต่โจทก์นำสืบพยานบุคคลฟังได้ว่าจำเลยตกลงจ้างโจทก์ดำเนินคดีกับนายพร เป็นเงิน 20,000 บาทจริง แต่ผลงานที่โจทก์ทำไปเพียงแจ้งการอายัดที่ดิน กับพิมพ์ฟ้องคดีแพ่งและคดีอาญาไว้เท่านั้น เห็นควรคิดให้เพียง 2,000 บาท และเงินค่าธรรมเนียม 3,000 บาท

โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะยึดไว้ได้ พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 2,000 บาทแก่โจทก์ และให้โจทก์คืนเงิน 3,000 บาทให้จำเลยโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยตกลงจ้างโจทก์ว่าความเป็นจำนวนเงิน 20,000 บาทจริง เมื่อโจทก์ได้ทำงานให้จำเลยแล้วจะเป็นงานมากหรือน้อย ก็มิใช่ข้อที่ศาลจะนำมาวินิจฉัยลดค่าจ้างลงเหลือเพียง 2,000 บาทได้ โจทก์ควรได้ค่าจ้างเต็มจำนวน 20,000บาท โดยเมื่อหักเงินค่าธรรมเนียม 3,000 บาทออกแล้ว จำเลยจะต้องชำระให้โจทก์อีก 17,000 บาทศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเพียงแต่ตกลงจ้างโจทก์เป็นทนายความให้ดำเนินคดีกับนายพร แต่ยังมิได้ตกลงกำหนดอัตราค่าจ้างกับโจทก์เป็นจำนวนเท่าใดแน่นอน

ฉะนั้นเพื่อกรณีเป็นเรื่องที่ยังมิได้ตกลงอัตราค่าจ้างว่าความกันเช่นนี้ ศาลจึงมีอำนาจที่จะพิจารณาให้ตามสมควรแก่กิจการที่กระทำไปได้ ซึ่งพิเคราะห์แล้ว กิจการที่โจทก์ได้กระทำไปในเรื่องนี้ โจทก์เพียงแต่พาจำเลยไปทำการอายัดที่ดินไว้ ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น มิได้มีการดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาลประการใด จำเลยกับนายพรตกลงเรื่องที่พิพาทกันได้ เพราะพระครูสมุทรวรคุณเป็นผู้ไกล่เกลี่ยมิใช่โจทก์ ฉะนั้น ที่ศาลล่างกำหนดค่าจ้างให้โจทก์ 2,000 บาท จึงเป็นการสมควรแก่งานที่โจทก์ได้กระทำไปแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ ภู่งาม · จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้