Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อความที่จำเลยโฆษณาว่า "จ่าสิบตำรวจอารมย์ ประทุมศรีหัวหน้าตำรวจจราจรและพลตำรวจพิชัย จิตรหาญ ฟังทางนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของท่านจงอย่าเห็นแก่เล็กแก่น้อย ฯลฯ " นั้นไม่ใช่เป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว เพราะผู้เสียหายเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ปฏิบัติราชการเกี่ยวกับการจราจร การที่ผู้เสียหายเรียกหรือรับสินบนจากผู้กระทำผิดจราจรนั้น ย่อมเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบถ้าเป็นความจริงดังที่จำเลยโฆษณา ก็ย่อมเป็นประโยชน์ต่อประชาชน จำเลยจึงขอพิสูจน์ความจริงได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันโฆษณาดูหมิ่นจ่าสิบตำรวจอารมณ์ ประทุมศรี และพลตำรวจพิชัย จิตรหาญ ซึ่งรับราชการเป็นตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ทางวิทยุกระจายเสียง จ.ส.5 จังหวัดชัยภูมิ ว่า "จ่าสิบตำรวจอารมณ์ ประทุมศรีหัวหน้าตำรวจจราจร กับพลตำรวจพิชัย จิตรหาญ ฟังทางนี้การปฏิบัติหน้าที่ของท่านจงอย่างเห็นแก่เล็กแก่น้อย คำขวัญของอธิบดีตำรวจที่ว่าจงบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่ราษฎร ท่านลืมแล้วหรืออย่างผิดนโยบายผู้ใหญ่ เดี๋ยวจะหาว่าพายุพัดไม่เตือน" ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 326, 328, 83จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยได้โฆษณาหมิ่นประมาทผู้เสียหายที่เป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ดังโจทก์ฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 326, 328 ให้ลงโทษตามบทหนักตามมาตรา 328 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 สามเดือน จำคุกจำเลยที่ 2 สองเดือนจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้

จำเลยให้การต่อสู้ว่ามิได้ทำผิดดังฟ้อง คือ มิได้ดูหมิ่นและหมิ่นประมาทผู้เสียหาย หากว่าเป็นการหมิ่นประมาทจำเลยก็จะนำพยานมาสืบพิสูจน์ความจริงเพื่อไม่ต้องรับโทษได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 330 การรีดไถ รับเงินสินบนจากใครไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน จำเลยจึงมีสิทธิที่จะนำสืบพิสูจน์ว่าเป็นความจริงเพื่อไม่ต้องรับโทษได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานจำเลยจนสิ้นกระแสความ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จ ศาลสอบจำเลย จำเลยแถลงว่า จะสืบพยานเพื่อแสดงว่าไม่เป็นข่าวหมิ่นประมาท เป็นการติชมของสื่อมวลชนเท่านั้น แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยสืบพยาน

คงให้จำเลยอ้างตนเองเข้าเบิกความเป็นพยานปัญหาที่ต้องพิจารณาในชั้นนี้คงมีว่า จำเลยทั้งสองมีสิทธิที่จะพิสูจน์ข้อที่ถูกหาว่าหมิ่นประมาทนั้นว่าเป็นความจริงหรือไม่ ความตอนหนึ่งที่จำเลยโฆษณาหมิ่นประมาทนั้นมีว่า "จ่าสิบตำรวจอารมณ์ ประทุมศรี หัวหน้าตำรวจจราจรและพลตำรวจพิชัย จิตรหาญ ฟังทางนี้การปฏิบัติหน้าที่ของท่านจงอย่างเห็นแก่เล็กแก่น้อย ฯลฯ" ข้อความนี้โจทก์นำสืบว่าหมายความว่า ผู้เสียหายทั้งสองนี้รีดไถผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติจราจรโดยเรียกเงินตอบแทนแล้วไม่จับกุม และทำให้ผู้ฟังข่าวนี้เข้าใจว่าผู้เสียหายทั้งสองเรียกเงินจากพวกขับรถเป็นการไม่ชอบด้วยหน้าที่ ได้ความดังกล่าวแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าผู้เสียหายทั้งสองเป็นตำรวจอันเป็นเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ในกรณีนี้ ผู้เสียหายทั้งสองมีหน้าที่ปฏิบัติราชการเกี่ยวกับการจราจรและในการปฏิบัติราชการตามหน้าที่นี้ ผู้เสียหายทั้งสองได้รีดไถเงินทองหรืออีกนัยหนึ่งก็คือเรียกหรือรับสินบนจากผู้กระทำผิดจราจรเช่นนี้ย่อมเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ การที่จำเลยทั้งสองหมิ่นประมาทผู้เสียหายทั้งสองด้วยข้อความดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว และการที่จำเลยทั้งสองรู้เห็นการกระทำของผู้เสียหายทั้งสองและออกโฆษณาเป็นการตักเตือนไปเช่นนั้น ย่อมเป็นประโยชน์ต่อการที่จะให้ผู้เสียหายสังวรต่อการกระทำเช่นนั้น เมื่อจำเลยมาพิสูจน์ความจริงให้ประจักษ์ต่อศาลได้ก็ย่อมเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่มีอาชีพหรือหน้าที่เกี่ยวกับการขับขี่ยวดยานในท้องถนนหลวงที่จะไม่ถูกผู้เสียหายทั้งสองกระทำการเช่นดังกล่าวแล้วได้อีก

ศาลฎีกาเห็นว่า การพิสูจน์ความจริงของจำเลยทั้งสองย่อมเป็นประโยชน์แก่ประชาชนจำเลยทั้งสองจึงขอพิสูจน์ความจริงได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวน พูนคำ · ทองคำ จารุเหติ · ประพนธ์ ศาตะมาน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้