Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในการตีความแสดงเจตนานั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 132 ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษรจำเลยเสียเงินช่วยค่าก่อสร้างให้ บ. ผู้ให้เช่าแล้วได้จดทะเบียนการเช่ามีกำหนด 20 ปี ย่อมแสดงถึงเจตนาของทั้งสองฝ่ายให้สัญญาเช่ามีผลผูกพันกัน 20 ปี เว้นแต่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา โจทก์รับโอนตึกแถวพิพาทจาก บ. ต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 เมื่อจำเลยเพิ่งอยู่ในตึกแถวพิพาทไม่ครบ 4 ปี การที่มีข้อสัญญาให้ผู้เช่ายอมออกจากตึกแถวที่เช่าในกรณีที่มีการขายทรัพย์สินที่เช่าก่อนครบกำหนดสัญญาเช่านั้น ข้อสัญญาดังกล่าวขัดกับเจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญาโจทก์จึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนดเวลาโดยอาศัยข้อสัญญาดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับซื้อฝากที่ดินและตึกแถวจาก บ. และตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แล้ว ก่อนมีการขายฝาก บ. จดทะเบียนให้จำเลยเช่าตึกนี้มีกำหนด 20 ปี เมื่อขายฝากแล้วโจทก์บอกให้ บ. ไปบอกกล่าวจำเลย เพื่อให้จำเลยทราบและปฏิบัติตามสัญญาว่า ถ้าผู้ให้เช่าตกลงขายทรัพย์สินที่เช่าให้แก่ผู้ใดก่อนครบกำหนดการเช่าแล้ว ผู้เช่ายอมให้ถือว่าผู้เช่ายอมออกจากที่เช่าครั้นใกล้จะหมดสิ้นอายุสัญญาขายฝาก บ. ได้บอกกล่าวให้จำเลยทราบอีกว่าหากจำเลยประสงค์ที่จะซื้อไว้ก็จะขายให้ตามราคาที่ได้ขายฝากไว้ ถ้าไม่ซื้อก็จำต้องเลิกสัญญาเช่า จำเลยไม่ซื้อ เมื่อพ้นกำหนดสัญญาขายฝาก โจทก์บอกกล่าวจำเลย จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ขับไล่ตามสัญญาจำเลยให้การว่า

ไม่เคยตกลงตามข้อสัญญา ขณะเริ่มเช่าจำเลยเสียค่าตอบแทนเป็นเงินช่วยค่าก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งค่าเช่าตลอดระยะเวลา 20 ปี กับต้องเสียเงินค่าเช่าประจำเดือนอีก ทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่าจึงไม่มีเจตนาที่จะถือเอาเงื่อนไขในสัญญามาใช้บังคับโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ต้องรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้ให้เช่าเดิมศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากตึกพิพาท ฯลฯจำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์สั่งรับเฉพาะข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า บ. ขายตึกพิพาทและที่ดินให้โจทก์โดยมิได้บอกกล่าวให้จำเลยทราบล่วงหน้า เพื่อให้โอกาสจำเลยซื้อก่อนตามสัญญาโจทก์ผู้รับโอนสิทธิและหน้าที่มาจึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นอกจากจำเลยจะต้องเสียเงินช่วยค่าก่อสร้างให้ผู้ให้เช่าจำนวน 37,000 บาท และเสียค่าเช่าเป็นรายเดือนให้แก่ผู้ให้เช่าแล้ว ยังมีการจดทะเบียนการเช่ามีกำหนด 20 ปี ย่อมแสดงถึงเจตนาอันแท้จริงของผู้ให้เช่ากับจำเลยว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงให้สัญญาเช่ามีผลผูกพันกันเป็นระยะเวลา 20 ปี เว้นแต่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะประพฤติปฏิบัติผิดสัญญาเช่าอันจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งบอกเลิกสัญญาได้

โจทก์ผู้รับโอนตึกแถวที่พิพาทมาภายหลังต้องรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569การเช่าตามสัญญากำหนดให้ผู้เช่ายอมออกจากตึกแถวที่เช่าในกรณีที่มีการขายทรัพย์สินที่เช่าก่อนครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาเช่านั้น เมื่อนับถึงวันที่โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกจากตึกแถวที่พิพาท จำเลยเพิ่งอยู่ในตึกแถวที่พิพาทยังไม่ครบ 4 ปี ยังมีเวลาเหลืออยู่ตามสัญญาเช่าถึง 16 ปีเศษ หากจำเลยรู้ว่าจำเลยมีสิทธิเช่าตึกแถวที่พิพาทเพียงระยะเวลาดังกล่าว ก็ไม่มีเหตุที่จำเลยจะยอมเสียเงินค่าก่อสร้างตึกแถวที่พิพาทแก่ผู้ให้เช่าเป็นจำนวนมากเช่นนั้น ข้อสัญญาดังกล่าวจึงขัดกับเจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญา ในการตีความแสดงเจตนานั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 132ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษร เมื่อคู่สัญญามีเจตนาอันแท้จริงที่จะเช่ากันเป็นระยะเวลาถึง 20 ปี โจทก์ก็ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนดเวลาโดยอาศัยข้อสัญญาดังกล่าวพิพากษายืน (ในผล)

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้