Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1360/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264 นั้น จะต้องเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องขอ เพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิ หรือประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งที่พิพาทกันในคดีได้รับการคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษา กรณีที่โจทก์ทั้งสองฟ้องให้จำเลยชำระเงินซึ่งเป็นค่าขาดประโยชน์มาด้วย มิใช่พิพาทกันด้วยทรัพย์สินหรือสิทธิหรือประโยชน์ที่จะร้องขอเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว โจทก์ทั้งสองจะขอให้จำเลยนำทรัพย์สินหรือเงินมาวางตามมาตรานี้ไม่ได้ และจะขอให้จำเลยหาประกันหรือหลักประกันมาวางศาลก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะไม่มีกฎหมายใดบัญญัติให้ทำเช่นนั้นได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 1 ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ให้ส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ทั้งสองในสภาพเรียบร้อย ห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินโจทก์ทั้งสองอีกต่อไป กับให้จำเลยชดใช้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้ที่ดินแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 17,391,500 บาท และค่าขาดประโยชน์วันละ 3,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกไปพร้อมทั้งขนย้ายบริวารและทรัพย์สินออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสองและส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ทั้งสองในสภาพเรียบร้อย

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ทั้งสองถือสิทธิครอบครองในที่ดินแทนจำเลย จำเลยประกอบกิจการสถานพักตากอากาศโดยใช้ชื่อว่า แพนแซนด์ รีสอร์ท โจทก์ทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยและเคยได้รับเงินปันผลจากการประกอบกิจการของจำเลยด้วยโดยมิได้โต้แย้งหรือคัดค้านโจทก์ทั้งสองจึงไม่ได้รับความเสียหาย ไม่อาจเรียกค่าเสียหายหรือค่าขาดประโยชน์จากจำเลยได้ ขอให้ยกฟ้องและเพิกถอนชื่อโจทก์ทั้งสองออกจากสารบัญจดทะเบียนในหนังสือรับรองการทำประโยชน์และให้โอนสิทธิครอบครองคืนให้แก่จำเลยหากโจทก์ทั้งสองไม่จดทะเบียนโอนให้ ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา หากไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ให้โจทก์ทั้งสองใช้ราคาที่ดินแก่จำเลย และห้ามโจทก์ทั้งสองกับบริวารเข้าเกี่ยวข้องหรือรบกวนการครอบครองในที่ดินพิพาทของจำเลยต่อไป

ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น

จำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกนายเลอศักดิ์ พันธุ์พัฒนาศิลป์ และนายสิน พันธุ์พัฒนาศิลป์ เข้าเป็นจำเลยร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ส่วนโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องว่า จำเลยมีรายได้จากการประกอบกิจการแต่เพียงอย่างเดียว ไม่มีรายได้ทางอื่นอีก จำเลยทำบัญชีไม่ถูกต้องทำให้รายได้ของจำเลยขาดหายไป จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นที่โจทก์ทั้งสองจะบังคับชำระหนี้ได้ แม้โจทก์ทั้งสองจะเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยด้วย แต่ก็เป็นเพียงในนามเท่านั้น โจทก์ทั้งสองไม่ทราบกิจการและรายได้ของจำเลยจึงขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดเงินของจำเลยที่มีอยู่และที่จะได้รับจากการประกอบกิจการ โดยให้จำเลยส่งเงินทั้งหมดดังกล่าวมาเก็บรักษาไว้ที่ศาลจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด จำเลยยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยไม่เคยนำทรัพย์สินหลบซ่อน ปิดบังยักย้ายถ่ายเท หรือทำบัญชีไม่ถูกต้อง การที่จำเลยต้องนำเงินที่มีอยู่มาวางศาลเท่ากับจำเลยต้องหยุดกิจการไปโดยปริยายเพราะเงินที่มีอยู่ต้องใช้จ่ายเป็นค่าสินค้า ค่าแรงงาน ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการประกอบกิจการ ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินหรือหลักประกันอื่นมาวางศาลในอัตราเดือนละ 15,000 บาท โดยให้เริ่มวางเงินในวันที่ 1 มีนาคม 2548 และต่อไปทุกเดือนจนกว่าคดีถึงที่สุดหรือมีคำสั่งศาลเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของโจทก์ทั้งสอง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า การที่โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดเงินของจำเลยที่มีอยู่และที่จะได้รับจากการประกอบกิจการ โดยให้จำเลยส่งเงินทั้งหมดดังกล่าวมาเก็บรักษาไว้ที่ศาลจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดนั้น มีผลเท่ากับบังคับให้จำเลยนำเงินมาวางศาลเพื่อเอาชำระหนี้ให้โจทก์เป็นการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ทั้งสองในระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 แต่การร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาตามมาตราดังกล่าวจะต้องเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องขอ เพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิ หรือประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งที่พิพาทกันในคดีได้รับการคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษา

กรณีที่โจทก์ทั้งสองฟ้องให้จำเลยชำระเงินซึ่งเป็นค่าขาดประโยชน์มาด้วยเช่นในคดีนี้ มิใช่พิพาทกันด้วยทรัพย์สินหรือสิทธิหรือประโยชน์ที่จะร้องขอเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว โจทก์ทั้งสองจะขอให้จำเลยนำทรัพย์สินหรือเงินมาวางตามมาตรานี้ไม่ได้ และจะขอให้จำเลยหาประกันหรือหลักประกันมาวางศาลก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะไม่มีกฎหมายใดบัญญัติให้ทำเช่นนั้นได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เรวัตร อิศราภรณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล · วีระชาติ เอี่ยมประไพ
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้