Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 136/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานกรมศุลกากรเรียกให้โจทก์เสียภาษีอากรเพิ่มซึ่งมีทั้งอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล ถือได้ว่ามีการประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลตามประมวลรัษฎากรแล้วหากโจทก์เห็นว่าการประเมินไม่ถูกต้องก็ชอบที่จะอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30แม้การเรียกเก็บภาษีการค้ากับภาษีบำรุงเทศบาลจะเกี่ยวเนื่องกับการเรียกเก็บภาษีอากรขาเข้า ก็ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจอุทธรณ์การประเมินต่อกรมศุลกากรแทนได้ การที่โจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อกรมศุลกากรจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลตามประมวลรัษฎากร โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง การที่พนักงานของจำเลยสั่งให้โจทก์เสียภาษีอากรขาเข้าเพิ่มเติม หากโจทก์เห็นว่าไม่ควรเสียก็ต้องร้องขอคืนเงินอากรที่เสียเพิ่มภายใน 2 ปี นับแต่นำสินค้าเข้า ตาม พ.ร.บ. ศุลกากรฯพ.ศ. 2469 มาตรา 10 วรรคห้า ปรากฏว่าเจ้าพนักงานของจำเลยสั่งให้โจทก์เสียอากรเพิ่มตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้ารวม5 ใบ ซึ่งโจทก์นำสินค้าเข้าครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 30 กันยายน2529 แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2531 เกินกว่า 2 ปี คดีจึงขาดอายุความ และเมื่อมีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะแล้วจะนำอายุความ 10 ปี ตามมาตรา 164 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับหาได้ไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 10 ป.รัษฎากร มาตรา 30 ป.พ.พ. มาตรา 164 ป.วิ.พ. มาตรา 55

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำสินค้าเข้าจากต่างประเทศตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้ารวม 17 ฉบับ ซึ่งโจทก์แสดงราคาสินค้าที่ซื้อมาจริงตามบัญชีราคาสินค้าที่ซื้อขายและชำระเงินส่งมอบสินค้าตามหลักฐานความเป็นจริง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ของำจเลยประเมินราคาสินค้าสูงกว่าที่โจทก์ซื้อเข้ามาและคำนวณให้โจทก์ชำระอากรขาเข้าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลตามราคาที่ประเมินเพิ่ม รวมเป็นเงิน 3,603,893.57 บาท ค่าภาษีอากรตามราคาที่โจทก์ซื้อมารวม 2,520,548.52 บาท จำนวนเงินที่จำเลยประเมินให้โจทก์ชำระไม่ถูกต้องรวม 1,083,345.05 บาท เป็นส่วนที่โจทก์ฟ้องเรียกคืนจากจำเลย ราคาสินค้าที่โจทก์แสดงเพื่อเสียภาษีอากรโจทก์ใช้ราคาที่ซื้อขายโดยถูกต้อง

การที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยประเมินให้โจทก์เพิ่มราคาและเสียภาษีอากรเพิ่มนั้นเป็นการไม่ชอบ เพราะจำเลยมิได้ใช้ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเป็นเกณฑ์ประเมินเรียกเก็บค่าภาษีอากร โจทก์มิได้ยอมให้เจ้าหน้าที่ของจำเลยเพิ่มราคาชำระค่าภาษีอากรโดยสมัครใจ โจทก์ได้เสนอคำโต้แย้งต่อเจ้าหน้าที่ไว้ที่ด้านหลังใบขนสินค้าขาเข้าทุกฉบับ โจทก์ได้ยื่นหนังสืออุทธรณ์ต่อจำเลย ต่อมาจำเลยได้แจ้งผลอุทธรณ์ว่าราคาสินค้าที่เจ้าหน้าที่ประเมินชอบแล้ว แต่สำหรับสินค้าตามใบขนสินค้าเลขที่ 099-41641,129-40325,049-42020,049-42104 และ 099-42514ให้ยืนราคาตามที่ประเมินไว้เดิมและมีการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินใหม่ซึ่งมีผลให้คืนเงินแก่โจทก์เพียง 37 กว่าบาทเท่านั้น

โจทก์ไม่เห็นพ้องด้วย ขอให้ศาลพิพากษาว่าการประเมินราคาสินค้าของโจทก์ไม่ชอบและให้จำเลยคืนเงินที่จำเลยเรียกเก็บมิชอบแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จจำเลยให้การว่า การประเมินราคาสินค้าของโจทก์ตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้า รวม 17 ฉบับ ซึ่งโจทก์ยินยอมเพิ่มราคาสินค้าการชำระค่าภาษีอากรชอบด้วยเหตุผลข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยที่โจทก์ได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าโดยสำแดงรายละเอียดของสินค้า ประเทศกำเนิดสินค้า ราคาของประเภทพิกัดต่ำกว่าราคาประเมินอันเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดโจทก์จึงเพิ่มราคาสินค้าตามราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเป็นเกณฑ์ในการประเมินโดยใจสมัครของโจทก์เองทั้งสิ้น

นอกจากนี้ใบขนสินค้าฯเลขที่ 049-420000020, 049-442104, 069-41440, 099-41641 และ099-42541 โจทก์นำเข้านับถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่า 2 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ส่วนใบขนสินค้าเลขที่ 069-41440, 099-41641,099-42541, 129-40325 โจทก์ได้รับแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์โดยชอบ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2531 และ 2 กันยายน 2531โจทก์ไม่นำคดีมาฟ้องต่อสาลภาษีอากรกลางภายใน 30 วัน ประเด็นเกี่ยวกับภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามมาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับใบขนสินค้าฯ เลขที่049-42020, 049-42104, 030-41178, 030-42118, 040-42382,050-41887, 060-41477, 070-40234, 100-43156, 110--43134,021-41696, 021-41695 และ 021-43482 โจทก์ยื่นอุทรณ์ต่อคณะกรรมการการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยไว้แล้วยังอยู่ระหว่างพิจารณาโจทก์นำมาฟ้องจึงเป็นการข้ามขั้นตอน

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องในประเด็นเกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล สินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าเลขที่ 049--42020, 049-42104, 069-41440,099-41641 และ 099-42541 ขาดอายุความ ส่วนในขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้า 12 ใบขน จำเลยเรียกเก็บอากรเกิน ให้จำเลยคืนเงินเฉพาะอากรขาเข้าที่เกิน พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ้ดครึ่งต่อไป นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำะรแก่โจทก์เสร็จ คำขออื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเมื่อระหว่างวันที่ 21 เมษายน 2529 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2531โจทก์ได้สั้งซื้อกระสุนปืนชนิดและประเภทขนาดต่าง

ๆ จากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรรวม 17 เที่ยวด้วยกัน ตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้า เลขที่ 049-42020,049-42104, 069-41440,099-41641, 099-42541, 099-42541, 129-40325,030-41178, 030-42118, 040-42382, 050-41887, 060-41477,070-40234, 100-43156, 110-43134, 021-416969, 021-41695และ 021-43482 โดยเฉพาะใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้า เลขที่ 049-42020, 049-42104 นำเข้าในวันที่ 21 เมษายน 2529เลขที่ 069-41440 นำเข้าในวันที่ 13 มิถุนายน 2529 เลขที่099-41641 นำเข้าในวันที่ 16 กันยายน 2529 และ 099-42541 นำเข้าในวันที่ 30 กันยายน 2529 เมื่อโจทก์ยื่นเอกสารพร้อมกับใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยเพื่อปฏิบัติพิธีการทางศุลกากร

ปรากฏว่าสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข่าและแบบแสดงรายการการค้า พักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยไม่พอใจราคา จึงสั่งให้โจทก์เพิ่มราคาสินค้าทุกใบขนเมื่อเพิ่มราคาแล้วพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยจึงได้ประเมินราคาให้โจทก์เสียภาษีอากรเพิ่มขึ้น โจทก์ได้ยอมเสียภาษีอากรเพิ่มขึ้น และได้ขอสงวนสิทธิโต้แย้งราคาไว้ในด้านหลังใบขนต่อมาโจทก์ได้อุทธรณ์การประเมินต่อกองวิเคราะห์ราคาของจำเลยทั้งอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล โดยมิได้อุทธรณ์การประเมินภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากรข้อต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์โจทก์ประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกคืนภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลหรือไม่

เห็นว่าเมื่อโจทก์สำแดงราคาสินค้าเพื่อเสียภาษีอากร พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยเห็นว่าไม่ถูกต้องจึงให้โจทก์เสียภาษีอากรเพิ่ม ซึ่งมีทั้งอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลแยกกันอยู่ชัดเจนกรณีเช่นนี้ถือได้ว่ามีการประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลตามประมวลรัษฎากรแล้ว หากโจทก์เห็นว่าการประเมินไม่ถูกต้องอย่างไรชอบที่จะอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากรมาตรา 30เสียก่อน เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน30 วันา ่แม้การเรียกเก็บภาษีการค้ากับภาษีบำรุงเทศบาลซึ่งต่อเนื่องเชื่อมโยงกับการเียกเก็บภาษีอากรขาเข้า ก็ไม่มีกฎหมายใดสนับสนุนให้อุทธรณ์การประเมินต่อกรมศุลกากรแทนได้ ทั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็ได้เป็นหน่วยงานที่ประมวลรัษฎากรกำหนดไว้ต่างหาก

การที่โจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อกองวิเคราะห์ราคาของจำเลย ถือไม่ได้ว่าเป็นการอุทธรณ์ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลตามประมวลรัษฎากร โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง"อุทธรณ์ข้อต่อไปเกี่ยวกับอายุความ "ตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้า เลขที่ 049-42020, 049-42104, 069-41440,099-41641 และ 099-42541 ทั้ง 5 ใบขนนี้โจทก์ได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2529

โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2531 นับเป็นเวลาเกิน 2 ปี การที่นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยมีอำนาจตรวจสอบภาษี ถ้าเห็นว่าไม่ถูกต้องก็อาจสั่งให้โจทก์เสียภาษีอากรเพิ่มเติม เมื่อโจทก์เสียภาษีอากรเพิ่มเติมโดยมีข้อคัดค้านก็ตามถ้าเห็นว่าไม่ควรจะเสียภาษีอากรเพิ่มเติมก็ต้องร้องขอคืนเงินอากรที่เสียเพิ่มเติมตามมาตรา 10 วรรคห้า ่แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช 2469 ซึ่งกำหนดให้สิทธิในการเรียกร้องขอคืนอากรเพราะเหตุที่เสียไว้เกินจำนวนที่พึงต้องเสียจริง เป็นอันสิ้นไปเมื่อครบกำหนดสองปี นับแต่วันที่นำของเข้ามาในราชอาณาจักร สินค้าโจทก์ทั้ง 5 ใบขน นำเข้ามาเกิน 2 ปี จึงขาดอายุความ ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะแล้ว มิใช่มีอายุความ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามอุทธรณ์โจทก์ ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · ตัน เวทไว · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2537

ราคาของที่นำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีอากรนั้นต้องคิดจากราคาสินค้ารวมกับค่าประกันภัยและค่าระวาง เรียกว่า ราคาซี.ไอ.เอฟ. ที่โจทก์อ้างว่าโต้แย้งเฉพาะค่าขนส่งก็ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับราคาของ เมื่อโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5201/2537

จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินในส่วนของภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลพร้อมเงินเพิ่มต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร มาตรา 30 ภาษีส่วนนี้จึงยุติตามที่ได้ประเมินจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2864/2536

กรมการศุลกากรจำเลยได้รับมอบหมายจากกรมสรรพากรให้เรียกเก็บภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล การที่จำเลยเรียกเก็บเกินจากโจทก์โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกส่วนที่เกินคืนได้โดยไม่ต้องฟ้องกรมสรรพากรด้วย และไม่ใช่เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3714/2534

จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินสำหรับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย ถือว่าการประเมินสำหรับภาษีดังกล่าวยุติแล้ว จำเลยจึงหมดสิทธิที่จะรื้อฟื้นการประเมินขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4794/2533

พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 112 ทวิวรรคสามเป็นเพียงข้อกำหนดว่าอาจอุทธรณ์ได้ ถ้ามิได้อุทธรณ์ก็มิได้ตัดสิทธิในการฟ้องคดี เมื่อมีการอุทธรณ์แล้วแม้จะมิได้พิจารณาอุทธรณ์หรือพิจารณาไม่เสร็จก็มิได้ห้ามมิใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้