Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 136/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่ดินจากจำเลยในฐานะเจ้าของร่วมแต่ได้ความว่าในที่พิพาทมีเรือนของโจทก์ปลูกไว้โดยสุจริตหนึ่งหลัง ดังนี้ เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่พิพาทให้โจทก์การที่สั่งไว้ในคำพิพากษาด้วยว่าถ้าตกลงแบ่งกันไม่ได้ ให้ประมูลราคากันระหว่างคู่ความ มิฉะนั้นก็ให้ขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกัน และการประมูลราคากันหรือขายทอดตลาดนี้ให้รวมทั้งเรือนนั้นด้วย เงินที่ได้ให้จัดสรรชำระค่าเรือนแก่โจทก์ก่อนนำไปแบ่งกัน นั้น ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็น เพราะที่ดินตามฟ้องย่อมหมายถึงส่วนควบด้วย และการที่โจทก์ได้ปลูกเรือนนี้ในที่พิพาท ก็เป็นการใช้ทรัพย์สินในฐานะเจ้าของรวมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1360 วรรคแรก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นพี่น้องกัน และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกันตามโฉนดที่ 11918, 11919, 11922 รวมราคา 304,800 บาท จำเลยเข้าจัดการรวมทั้งเก็บผลประโยชน์จากทรัพย์สินนั้นไว้แต่ผู้เดียว โจทก์ไม่สมัครใจที่จะถือกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินต่อไป จำเลยไม่ยอมแบ่งให้ ขอให้บังคับให้จำเลยแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง ถ้าตกลงกันไม่ได้ขอให้ประมูลราคาหรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันจำเลยให้การว่า ที่ดินทั้ง 3 แปลงนั้น โจทก์กับจำเลยถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันคนละครึ่งจริง เฉพาะที่ดินโฉนดที่ 11918, 11919 นั้น โจทก์ยกส่วนของโจทก์แลกเปลี่ยนกับส่วนของจำเลยในที่ดินโฉนดที่ 11922 กับ 336 แล้วจำเลยได้ครอบครองที่ดินโฉนดที่ 11918, และ 11919 แต่ผู้เดียว โดยสงบ

เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกิน 10 ปี จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์แล้ว หากจำเลยแพ้คดี บรรดาสิ่งก่อสร้างที่จำเลยกระทำไว้ ก็ชอบที่จะชดใช้ให้จำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้โจทก์กึ่งหนึ่งจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ส่วนของคู่ความในที่ดินพิพาทมีอยู่ตามเดิม และฟังว่าทั้งสองฝ่ายต่างได้สร้างสิ่งปลูกสร้างลงในที่พิพาทโดยสุจริต โดยโจทก์ปลูกบ้านหลังเล็กลงในที่ดินโฉนดที่ 11918 เป็นเงิน 13,000 บาทจำเลยทำประตูและรั้วเป็นเงิน 10,000 บาท ทำถนน 10,000 บาท กับสร้างบ้าน 3 หลัง ราคาหลังละ 70,000 บาท รวมเงินที่จำเลยออกค่าปลูกสร้างไป 230,000 บาท สิ่งปลูกสร้างของคู่ความทำให้ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น คิดหักค่าเสื่อมราคาของโจทก์ออกเสีย ร้อยละ 10 คงเหลือ 11,700 บาท หักค่าเสื่อมราคาของจำเลยออกเสียร้อยละ 5 คงเหลือ 218,500 บาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า การประมูลระหว่างคู่ความหรือการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดที่ 11918, 11919 นั้นให้รวมทั้งสิ่งก่อสร้างด้วย ให้จัดสรรชำระเงินค่าก่อสร้างที่ต่างได้ออกไป โดยหักค่าเสื่อมราคาดังกล่าว เงินเหลือสุทธิให้แบ่งแก่คู่ความฝ่ายละกึ่ง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องขอแบ่งเฉพาะที่ดินเท่านั้นมิได้เรียกร้องสิ่งปลูกสร้างเข้ามาด้วยการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้หักค่าสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ คือ เรือนหลังเล็กออก โดยหักค่าเสื่อมราคาออกแล้ว เป็นเงินที่โจทก์มีสิทธิได้ 11,700 บาท เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นนั้นเห็นว่า ที่ดินตามฟ้องย่อมหมายถึงส่วนควบด้วย และการที่โจทก์ได้ปลูกเรือนนี้ในที่พิพาทก็เป็นการใช้ทรัพย์สินในฐานะเจ้าของรวม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1360 วรรคแรก จึงชอบที่จะหักค่าเรือนของโจทก์ชำระคืนแก่โจทก์เสียก่อนพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธี โรจนธรรม · เฉลิม กรพุกกะณะ · สนับ คัมภีรยส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้