Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1359/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 ที่ 2 เป็นหัวหน้าคนงานได้บอกให้คนงานเก็บเครื่องมือและหยุดงานประท้วงจำเลยเพราะไม่พอใจที่จำเลยไล่ลูกจ้างบางคนออกจากงาน เมื่อการนัดหยุดงานดังกล่าวยังไม่มีการแจ้งข้อเรียกร้องต่อจำเลยจึงเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 การกระทำของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 จึงเป็นการจงใจทำให้นายจ้าง ได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 47(2) จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 เมื่อเลิกจ้างจำเลยอ้างว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเพราะโจทก์ ลักเอาใบลาและบัตรลงเวลาของโจทก์ไป แต่เมื่อปรากฏว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ในภายหลังหาใช่เกิดขึ้นเนื่องจากโจทก์เอาใบลาและบัตรลงเวลาคืนไป จึงถือไม่ได้ว่าการกระทำของโจทก์เป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสี่เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2524 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ โดยโจทก์ทั้งสี่มิได้กระทำผิดและจำเลยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าทั้งไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างกรณีเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า 4,560 บาท ค่าชดเชย43,200 บาท แก่โจทก์ที่ 1 จ่ายสินจ้างกรณีเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า2,498.50 บาท ค่าชดเชย 23,670 บาทแก่โจทก์ที่ 2 จ่ายสินจ้างกรณีเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า 1,092.50 บาท ค่าชดเชย 10,350 บาท แก่โจทก์ที่ 3และจ่ายสินจ้างกรณีเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า 1,092.50 บาท ค่าชดเชย10,350 บาทแก่โจทก์ที่ 4

จำเลยให้การว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2524 เวลา 9.00 นาฬิกา โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานของบริษัทจำเลยได้ยุยงข่มขู่คนงานของจำเลยจำนวน 54 คนให้ร่วมกันหยุดงาน โดยไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 13, 34 ซึ่งห้ามมิให้ลูกจ้างนัดหยุดงานโดยมิได้แจ้งข้อเรียกร้องเป็นหนังสือให้นายจ้างทราบ การกระทำของโจทก์ที่ 1ที่ 2 เป็นการบีบบังคับให้บริษัทจำเลยยกเลิกคำสั่งเลิกจ้างนายประเสริฐ ชูรัตน์และนายวิชาญ บัวขาว ซึ่งจำเลยเลิกจ้างเนื่องจากบุคคลทั้งสองลักหัวแก็สสำหรับตัดเหล็กของจำเลย ส่วนโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ได้กระทำผิดอาญาโดยลักเอาเอกสารใบลาออกและบัตรลงเวลาทำงานของคนงานซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยจำนวน 38 ฉบับ

ไปจากความครอบครองของจำเลย การกระทำของโจทก์ที่ 1 กับพวกเป็นจงใจทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างเกิดความเสียหายและพร้อมกันนั้นโจทก์ที่ 1 กับพวกให้ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันควร ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2524 เวลา 9.00 นาฬิกา จนวันที่ 16 พฤษภาคม2524 จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ที่ 1 กับพวก เนื่องจากโจทก์ที่ 1 กับพวกกระทำผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯข้อ 47(1)(2)(3)(4) ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 บอกให้คนงานเก็บเครื่องมือและหยุดงานประท้วงมิให่เป็นการจงใจกระทำให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย โจทก์ทั้งสี่หยุดงานประท้วงอันเป็นการละทิ้งหน้าที่เพียงวันเดียวและโจทก์ที่ 3 ที่ 4 มิได้ลักใบลาและบัตร 1 ปึก

เพียงแต่เอาใบลาและบัตรของโจทก์ที่ 3ที่ 4 เองไปไม่มีเจตนาลักทรัพย์ จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ การละทิ้งหน้าที่ 1 วันจำเลยเลิกจ้าง โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าได้แต่ไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ที่ 1 43,200 บาท โจทก์ที่ 223,670 บาท โจทก์ที่ 3 10,350 บาท โจทก์ที่ 4 10,350 บาทจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 บอกให้คนงานเก็บเครื่องมือและหยุดงานประท้วงก็เพื่อให้จำเลยได้รับความเสียหายจากการนัดหยุดงานของคนงานจนต้องยอมตามความประสงค์ของคนงาน เมื่อการนัดหยุดงานดังกล่าวยังไม่มีการแจ้งข้อเรียกร้องต่อจำเลย จึงเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ. 2518 การกระทำของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 จึงเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน วันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 47(2)จำเลยเลิกจ้างโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ในกรณีนี้จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยจำเลยอุทธรณ์ว่า การที่โจทก์ที่ 3 ที่ 4 เอาใบลาออกและบัตรลงเวลาของตนไปก็โดยประสงค์จะให้หลักฐานแห่งการลาออกของโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ไม่อยู่ที่จำเลย เป็นการทำลายหลักฐานซึ่งโจทก์ที่ 3 ที่ 4 จะไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย ถือได้ว่าการเอาใบลาและบัตรลงเวลาไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นการเอาไปโดยเจตนาทุจริตและเป็นความผิดฐานลักทรัพย์เห็นว่าสิทธิของโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่จะได้รับค่าชดเชยเกิดจากถูกจำเลยเลิกจ้างในภายหลังหาใช่เกิดขึ้นเนื่องจากโจทก์ที่ 3 ที่ 4 เอาใบลาออกคืนไปไม่

การที่โจทก์ที่ 3 ที่ 4 เอาใบลาออกและบัตรลงเวลาไปเสียจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายดังจำเลยอ้างพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 ที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้