Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1357/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านผู้ร้อง และขอให้ศาลตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก โดยกล่าวอ้างว่าตนไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสียซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคท้ายนั้น ในการตั้งผู้จัดการมรดกให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดก ดังนั้น ผู้คัดค้านที่ 1 จึงต้องมีหน้าที่แสดงให้ศาลเห็นว่าตนมีความประพฤติดี เหมาะสมเป็นผู้จัดการมรดก แม้จะไม่มีการคัดค้านในข้อนี้เป็นการเฉพาะเจาะจง การที่ทายาทโดยธรรมเบิกความในคดีที่ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกว่า เจ้ามรดกมีทรัพย์มรดกเพียงเท่าที่เบิกความถึงแต่ความจริงเจ้ามรดกมีทรัพย์มรดกมากกว่านั้น ยังไม่พอฟังว่าเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก.

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องคัดค้าน และขอให้ศาลตั้งตนแต่ผู้เดียวเป็นผู้จัดการมรดกผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องคัดค้านว่าผู้ร้องปกปิดทายาทที่แท้จริง ผู้คัดค้านที่ 1 มิใช่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายและเป็นคนต่างด้าว ขอให้ศาลตั้งผู้คัดค้านที่ 2 แต่ผู้เดียวเป็นผู้จัดการมรดกก่อนไต่สวน

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกผู้คัดค้านที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่าในระหว่างผู้คัดค้านที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ผู้ใดสมควรที่จะเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ผู้คัดค้านที่ 2 มีพยานคือนางเล้ก เสตะจันทร์ กับนางธาริณี ฉัตรมณี ซึ่งต่างเป็นบุตรเจ้ามรดกเบิกความทำนองเดียวกันว่าคัดค้านที่ 1 ดื่มสุราเมาแล้วไร้สติ เคยจะใช้มีดแทงเจ้ามรดก จึงถูกไล่ออกจากบ้าน และผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้เข้ากับพี่น้อยคนอื่น ๆ ไม่ได้นอกจากนี้ผู้คัดค้านที่ 1 เองเบิกความตอบทนายผู้คัดค้านที่ 2 ว่า ปัจจุบันผู้คัดค้านที่ 1 ไม่ได้ทำงานอะไร ส่วนผู้คัดค้านที่ 2 ปรากฏว่าเป็นนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอกจบการศึกษาจากประเทศฟิลิปปินส์ และมีหนังสือเอกสารหมาย ร.ค. 12 ข้อความว่าพี่น้องคนอื่นยินยอมให้ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว เอกสารฉบับดังกล่าวนี้มีบุตรของเจ้ามรดก 4 คนลงชื่อไว้

จากพยานหลักฐานดังกล่าวจึงเห็นได้ว่าผู้คัดค้านที่ 2 สมควรเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ยิ่งกว่า ศาลฎีกาเห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และที่ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกาว่าเหตุการณ์เรื่องดื่มสุราเมาไร้สติเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่มีอายุยังน้อย หลังจากแต่งงานแล้ว ผู้คัดค้านที่ 1ได้ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน เลิกดื่มสุรา มีฐานะการเงินมั่นคงแต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้คัดค้านมิได้นำพยานหลักฐานใดมาสนับสนุนยืนยันให้เป็นเป็นความจริงตามที่กล่าวงอ้าง ผู้คัดค้านที่ 1 จึงได้ฎีกาโต้แย้งว่าผู้คัดค้านที่ 2 ได้ยื่นคำคัดค้านเพียงว่าผู้คัดค้านที่ 1 ไม่ใช่ทายาทของเจ้ามรดกเท่านั้น มิได้คัดค้านเกี่ยวกับความประพฤติของผู้คัดค้านที่ 1 ว่าเป็นดังกล่าวนั้น

ผู้คัดค้านที่ 1 จึงไม่ต้องนำสืบในข้อนี้ และศาลก็จะนำข้อนี้มาวินิจฉัยไม่ได้ เห็นว่าเมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านผู้ร้องและขอให้ศาลตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านที่ 1 ได้กล่าวอ้างว่าตนไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสีย และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1713 วรรคท้าย ในการตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์และโดยคำนึงเจตนาของเจ้ามรดกแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร ทั้งผู้คัดค้านที่ 2 ก็ได้คัดค้านแล้วว่าหากศาลอนุญาตให้ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกทายาททุกคนจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ได้รับความเสียหายและเป็นไปด้วยความไม่เรียบร้อย ฉะนั้นผู้คัดค้านที่ 1 จึงต้องมีหน้าที่แสดงให้ศาลเห็นว่าตนมีความประพฤติดี

เหมาะสมเป็นผู้จัดการมรดกอยู่แล้วหาจำต้องมีการคัดค้านในข้อนี้เป็นการเฉพาะเจาะจงไม่ ส่วนที่ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความประพฤติในขณะที่มีอายุน้อยปัจจุบันได้เลิกแล้วไม่ชอบที่จะนำมาพิจารณาวินิจฉัยนั้น เห็นว่า ในการใช้ดุลพินิจศาลย่อมนำเหตุการณ์มาประกอบได้เสมอ ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดมาแล้วนานเพียงใดส่วนที่ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกาว่า ไม่สมควรตั้งผู้คัดค้านที่ 2เป็นผู้จัดการมรดกเพราะผู้คัดค้านที่ 2 สมคบกับนางเล็กผู้ร้องเพื่อจะให้ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกรายนี้นั้น เห็นว่าหาได้ปรากฏข้อเท็จจริงในสำนวนว่าเป็นดังกล่าวแต่อย่างไรไม่และที่อ้างว่าผู้คัดค้านที่ 2 มีความประพฤติไม่ดีเห็นได้จากคำคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 ที่กล่าวว่าผู้คัดค้านที่ 1 มิใช่ทายาทของมรดก

ทำหรือใช้เอกสารปลอม ข่อมขู่ว่าผู้คัดค้านที่ 1 เป็นคนต่างด้าว ก็ไม่เป็นเหตุผลพอเพียงที่จะไม่สมควรเป็นผู้จัดการมรดกส่วนที่อ้างว่าผู้คัดค้านที่ 2 ปิดบังทรัพย์มรดกที่เบิกความว่าที่ดินทรัพย์มรดกมีเพียง 15 ไร่ และไม่ได้เบิกความถึงเงินค่าเช่าอีกนั้น เห็นว่ายังไม่พอฟังว่าเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิเวศน์ คำผอง · ยงยุทธ ธารีสาร · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้