Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1355/2479

พ.ศ. 2479 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีเกี่ยวกับมฤดกของคนถือสาสนาอิสลาม ต้องใช้กฎหมายอิสลามบังคับ พะยาน หน้าที่นำสืบ ข้อความที่ศาลรู้เอง คดีที่ต้องใช้กฎหมายอิสลามบังคับนั้น เป็นหน้าที่ของศาลเป็นผู้ใช้กฎหมายบังคับแก่คู่ความ หาใช่เป็นหน้าที่ของคู่ความจะต้องนำสืบไม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าพระยาภูมินาถภักดีซึ่งเป็นผู้ถือสาสนาอิสลามได้ทำพินัยกรรม์ยกทรัยพ์ให้ภริยาและบุตร์หลาน โจทก์มีสิทธิ์ได้รับตามพินัยกรรม์ จึงฟ้องเรียกทรัพย์จากจำเลย ชั้นพิจารณาโจทก์จะขอนำพะยานมาสืบ ๓ ข้อ คือ ๑. สืบลัทธิประเพณีสาสนาอิสลามเพราะโจทก์ถือว่าลัทธิประเพณีสาสนาอิสลามไม่ใช่กฎหมายของประเทศสยาม ๒. สืบพิธีการให้ทรัพย์มฤดกซึ่งโจทก์ยังไม่ทราบว่าพระยาภูมินาถได้กระทำหรือไม่และ ๓ ฯลฯ ศาลจังหวัดสตูลเห็นว่าไม่ควรสืบพะยานโจทก์ทั้ง ๓ ข้อจึงสั่งให้งดเสีย แล้วยกบทกฎหมายอิสลามขึ้นวินิจฉัยรวมความว่าพินัยกรรม์ที่โจทก์อ้างขัดต่อกฎหมายอิสลามเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับทรัพย์ตามพินัยกรรม์ พิพากษาให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ปัญหาข้อแรกมีว่ากฎหมายจารีตแห่งประเพณีอิสลามนั้นเป็นหน้าที่ของศาลจะต้องรู้เองหรือว่าจะต้องให้คู่ความนำสืบ เห็นว่าตามตราสารกระทรวงยุตติธรรมที่ ๓๐/๔๓๕๓ ลงวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๐ ประกอบด้วยกฎข้อบังคับปกครองบริเวณเจ็ดหัวเมือง ร.ศ.๑๒๐ ข้อ ๓๒ บังคับให้ใช้กฎหมายอิสลามและให้โต๊ะกาลีเป็นผู้พิพากษา คดีเรื่องนี้ก็มี+โต๊ะยุตติธรรม(โต๊ะกาลี) เป็นผู้พิพากษาพิจารณาคดีอยู่แล้วซึ่งเป็นหน้าที่ต้องนำบทกฎหมายอิสลามมาบังคับคดี หาใช่หน้าที่ของคู่ความจะต้องนำสืบไม่ ทั้งมิได้มีกฎหมายบังคับให้คู่ความต้องนำสืบในเรื่องเช่นนี้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · มนธา · พลางกูร
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - +จำรูญ+
ศาลอุทธรณ์ - พระยาวิ+
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้