Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทำใบขอรับเงินจำนวนหนึ่งจากจำเลยโดยมีข้อความว่า ไม่ติดใจที่จะเรียกร้องเงิน สิทธิหรือประโยชน์อื่นใดจากจำเลยอีกเมื่อการทำใบขอรับเงินดังกล่าวได้กระทำหลังจากที่โจทก์พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของจำเลยไปแล้ว โจทก์ย่อมมีอิสระแก่ตน พ้นพันธกรณีและอำนาจบังคับบัญชาจากจำเลยโดยสิ้นเชิงการทำเอกสารสละสิทธิตามที่กล่าวข้างต้นจึงเป็นไปตามความสมัครใจโดยแท้จริงการสละสิทธิดังกล่าวมีผลใช้บังคับได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นพนักงานขับรถประจำตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลย จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ทำงานเกินเวลาทำงานปกติวันละ 3 ชั่วโมงต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์แต่มิได้จ่ายค่าล่วงเวลาให้ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาและเงินอื่นให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การต่อสู้หลายประการและตัดฟ้องว่าเมื่อโจทก์ออกจากงานโจทก์ได้ขอรับเงินตามสิทธิและตามกฎหมายจากจำเลย คือสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าล่วงเวลาโดยโจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องเงินสิทธิและประโยชน์อื่นใดจากจำเลยอีกโจทก์ได้รับเงินไปจากจำเลยครบถ้วนแล้ว จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินจากจำเลยอีก ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าใบขอรับเงินเมื่อออกจากงานมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์มีสิทธิฟ้องและเรียกร้องค่าล่วงเวลาจากจำเลยได้ พิพากษาให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลา 30,327.34 บาทพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า 'ค่าล่วงเวลาเกินเวลาทำงานปกตินั้นเป็นเงินที่นายจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 34 แม้ไม่ใช่เป็น 'ค่าจ้าง' ตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 2 แต่ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องเงินประเภทนี้ได้เมื่อถึงกำหนดวันจ่ายตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ถ้านายจ้างและลูกจ้างตกลงกันก่อนเข้าทำงานหรือตกลงกันในขณะทำงานซึ่งสภาพการเป็นนายจ้างลูกจ้างยังคงอยู่ ข้อตกลงเช่นว่านั้นย่อมขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 34 หามีผลใช้บังคับไม่ แต่กรณีนี้หาเป็นเช่นนั้นไม่

โจทก์ทำใบขอรับเงินตามเอกสารหมายเลข 2 ท้ายคำให้การหลังจากที่โจทก์พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของจำเลยไปแล้ว โจทก์ย่อมมีอิสระแก่ตน พ้นพันธกรณีและอำนาจบังคับบัญชาจากจำเลยโดยสิ้นเชิง การทำเอกสารสละสิทธิตามที่กล่าวข้างต้นจึงเป็นไปตามใจสมัครโดยแท้จริง ปราศจากเหตุอันควรวิตกว่าโจทก์กระทำโดยจำเลยข่มให้ทำโดยอำนาจ เหตุนี้ศาลฎีกาเห็นว่าการสละสิทธิเรียกร้องค่าล่วงเวลาเกินเวลาทำงานปกติตามเอกสารหมายเลข 2 ท้ายคำให้การมีผลใช้บังคับโจทก์หามีสิทธิเรียกร้องเงินดังกล่าวไม่ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลาเกินเวลาทำงานปกติอันเป็นเงินจำนวนที่ 1 ตามคำฟ้องศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์จำเลยฟังขึ้น'

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยไม่ต้องชำระค่าล่วงเวลา 30,327.34 บาทแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2240/2568

ป.พ.พ. มาตรา 340 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ถ้าเจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้ ท่านว่าหนี้นั้นก็เป็นอันระงับสิ้นไป ข้อเท็จจริงคดีนี้ไม่ปรากฏว่า โจทก์ได้แสดงเจตนาต่อจำเลยที่ 4 ว่าโจทก์จะปลดหนี้ให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2085/2566

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 340 โจทก์ส่งข้อความถึงจำเลยผ่านทางแอปพลิเคชันวีแชต ซึ่งข้อความที่โจทก์ส่งถึงจำเลยมีเนื้อความว่า "ตัวเองไม่ต้องคืนเงินพี่แล้วนะ แล้วพี่ก็จะไม่ทวงไม่ทำให้ตัวเองลำบากใจอีก พี่ขอโทษกับเรื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6757/2560

จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ 595,500 บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน จำเลยได้รับเงินที่กู้ยืมครบถ้วนแล้ว หลังจากทำสัญญาจำเลยไม่ชำระต้นเงิน คงชำระดอกเบี้ย 4 ครั้ง รวมเป็นเงิน 6,550 บาท การท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14144/2553

จำเลยที่ 4 และที่ 5 ต่างทำสัญญาค้ำประกันหนี้กู้ยืมเงินและหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจำนวนเดียวกันไว้ต่อโจทก์ โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม พร้อมกับจดทะเบียนจำนองที่ดินของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ไว้เป็นปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2111/2551

เจ้าหนี้ ลูกหนี้ที่ 2 ส. และ ว. ได้ร่วมกันทำสัญญาค้ำประกันหนี้ของลูกหนี้ที่ 1 กับโจทก์ จึงต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตาม ป.พ.พ. มาตรา 291 และมาตรา 682 วรรคสอง ถ้าเจ้าหนี้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ เจ้าหนี้ย่อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้