Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่พิพาทเป็นที่ดินที่ได้มาจากการเวนคืนตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ พ.ศ.2485 และเป็นที่ดินที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ในการกำจัดขยะมูลฝอย จึงมีลักษณะสำคัญครบถ้วนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1304 (1) แล้ว ย่อมเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยจะยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับแผ่นดินมิได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1306 จำเลยให้การว่า จำเลยกับบุคคลอื่นใช้ทางพิพาทเข้าออกมานานจึงตกเป็นทางภารจำยอม ไม่ได้ต่อสู้ว่าเป็นทางจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 ฎีกาของจำเลยที่ว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นนั้น จึงเป็นเรื่องนอกประเด็นข้อต่อสู้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ที่ ๑ ได้มาโดยพระราชบัญญัติเวนคืนฯ พ.ศ.๒๔๘๕ โจทก์ที่ ๑ ได้มอบให้กรมประชาสงเคราะห์เป็นผู้ครอบครองดูแลรักษา ต่อมากรมประชาสงเคราะห์ได้มอบให้โจทก์ที่ ๒ เป็นผู้ครอบครองดูแล โจทก์มีนโยบายที่จะสร้างแฟลตให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเช่าอยู่อาศัยบนที่ดินพิพาท ต่อมาเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๑๗ จำเลยทั้งสี่ได้บุกรุกเข้าไปครอบครองสร้างถนนลงในที่พิพาทบางส่วน เป็นเหตุให้โจทก์ที่ ๒ สร้างแฟลตไม่ได้ ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสี่รื้อถอนถนนดังกล่าวออกไป จำเลยที่ ๑ ให้การว่าที่พิพาทไม่ใช่ที่ดินของโจทก์ แต่เป็นที่ดินของเอกชน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๑ ไม่ได้บุกรุก

ถนนคอนกรีตสร้างขึ้นเพื่อความสะดวกในการผ่านเข้าออกถนนใหญ่ ซึ่งแต่เดิมเป็นทางจำเป็นของเจ้าของที่ดินด้านใน กรมประชาสงเคราะห์เคยสร้างห้องแถวให้ประชาชนเช่า และได้เปิดทางผ่านเข้าออกกว้างประมาณ ๕ เมตร ให้แก่จำเลยทั้งสี่ด้วย ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๑๕ เทศบาลนครกรุงเทพได้ปรับปรุงสร้างถนนขึ้น โดยเว้นทางเข้าออกไว้อย่างเดิมอีก แต่ได้ทำทางเท้าริมถนนใหม่ ทำให้ทางชำรุด จำเลยจึงสร้างเป็นถนนคอนกรีต ประชาชนใช้ถนนนี้เป็นทางเข้าออกเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว ทางพิพาทจึงตกอยู่ในภารจำยอม ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ขาดนัดยื่นคำให้การ และต่อมายอมให้โจทก์รื้อถนนตามฟ้องได้โดยโจทก์ออกค่าใช้จ่ายเอง โจทก์จึงถอนฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ คงดำเนินคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ ต่อไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ รื้อถนนพิพาทออกไป ถ้าไม่รื้อให้โจทก์เป็นผู้รื้อเองโดยให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกคำขอที่ให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนที่พิพาทให้โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๔๕๙ เป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงมหาดไทยโจทก์ที่ ๑ ได้มาตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลถนนพญาไท และตำบลสามเสนใน อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๕ เพื่อใช้ในการสาธารณประโยชน์ ต่อมาที่ดินนี้บางส่วนบริเวณที่พิพาทคดีนี้ตกมาอยู่ในความครอบครองของการเคหะแห่งชาติโจทก์ที่ ๒ โจทก์ที่ ๒ จะสร้างแฟลตให้ประชาชนเช่าอยู่อาศัย แต่จำเลยที่ ๑ กับพวกได้ร่วมกันเทคอนกรีตเป็นถนนบนช่องทางที่เคยเข้าออกอยู่ก่อน และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่าที่พิพาทไม่เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ ได้บัญญัติลักษณะสำคัญของทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไว้ว่า

รวมทรัพย์สินทุกชนิดของแผ่นดิน ซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน และได้ระบุตัวอย่างประเภททรัพย์สินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไว้ ๓ อนุมาตราอีกด้วย โดยเฉพาะอนุมาตรา (๑) ระบุไว้ว่า ที่ดินรกร้างว่างเปล่าและที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้ง หรือกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยประการอื่นตามกฎหมายที่ดิน ซึ่งเห็นว่าที่ดินซึ่งกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยประการอื่นนั้น ย่อมหมายถึงที่ดินที่ได้มาโดยการเวนคืนตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ด้วย ที่พิพาทเป็นที่ดินที่ได้มาโดยการเวนคืนตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ พ.ศ.๒๔๘๕ และเป็นที่ดินที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ในการกำจัดขยะมูลฝอย จึงมีลักษณะสำคัญครบถ้วนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๐๔ อนุมาตรา (๑) แล้วจึงฟังได้ว่า ที่ดินรายนี้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ดังนั้น จำเลยจะยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับแผ่นดินมิได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๖

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นข้อนี้ชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาอีกว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นนั้น เห็นว่า ตามคำให้การของจำเลยที่ ๑ ต่อสู้เป็นประเด็นไว้เพียงว่า ทางพิพาทจำเลยกับบุคคลอื่นใช้เป็นทางเข้าออกมานาน จึงตกเป็นทางภารจำยอมเท่านั้น ไม่ได้ต่อสู้ว่าเป็นทางจำเป็น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๔๙ ฎีกาจำเลยที่ ๑ ข้อนี้จึงเป็นเรื่องนอกประเด็นข้อต่อสู้ และไม่มีข้อเท็จจริงได้ความพอที่จะวินิจฉัยให้ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พัลลภ เสถียรธรรมกิจ · ชลอ จามรมาน · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสำเนา ดิษยบุตร
ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้