Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2504

พ.ศ. 2504 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การโอนทรัพย์สินที่มีคนเช่าไปยังบุคคลอื่นนั้น ไม่ใช่เป็นการโอนหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 หากเป็นกรณีที่ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 ซึ่งผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ ผู้รับโอนจึงไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบการโอนเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 306 (นัยฎีกา 516 ถึง 520/2498) หากข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นวินิจฉัยนั้นผิดพลาด เป็นเหตุให้ฟังข้อเท็จจริงผิด ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แทนข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีไปตามนั้นได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าเรือนนางดำซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสงขลา นางดำขายเรือนนี้ให้โจทก์ จำเลยก็เช่าเรือนนี้กับโจทก์ต่อมาแต่ไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์ เป็นการผิดสัญญา ขอให้ขับไล่

จำเลยให้การว่า จำเลยเช่าเรือนพิพาทจากนางดำตลอดมา โจทก์จะได้รับโอนกรรมสิทธิ์มาอย่างไร โจทก์ไม่เคยแจ้งให้จำเลยทราบจำเลยชำระค่าเช่าให้นางดำ เรื่อยมาจนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๐๐ แล้วนางดำก็ไม่ยอมรับค่าเช่าอีก จำเลยเข้าใจว่านางดำหาทางฟ้องขับไล่จำเลยๆ จึงนำค่าเช่าไปวางต่อกรมการอำเภอทุกๆ เดือน จำเลยจึงไม่ผิดสัญญาเช่า ศาลจังหวัดสงขลาเห็นว่า นางดำโอนเรือนให้โจทก์ๆ ก็เป็นผู้รับโอนสิทธิการเช่ามาด้วย แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๐๖ บังคับให้โจทก์บอกกล่าวเป็นหนังสือให้จำเลยทราบการโอน เมื่อโจทก์ไม่มีหลักฐานว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว ก็ต้องถือว่าจำเลยยังไม่ทราบการโอนรายนี้ จำเลยจึงยังไม่อยู่ในฐานะที่จะต้องชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์ จะถือว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าแก่โจทก์ไม่ได้ ให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อเท็จจริง คงรับอุทธรณ์ข้อกฏหมายเฉพาะข้อที่ว่ากรณีนี้เป็นเรื่องของการเช่า ไม่ใช่เป็นเรื่องโอนหนี้สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๐๖ แต่เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ ไม่ต้องแจ้งการโอน ศาลอุทธรณ์ปรึกษาว่า ข้อกฎหมายฟังได้ว่านางดำโอนที่ดินและบ้านพิพาทให้โจทก์ฯ ย่อมรับโอนมาทั้งสิทธิและหน้าที่ โจทก์ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้จำเลยทราบเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๐๖ นัยฎีการที่ ๕๑๖ ถึง ๕๒๐/๒๔๙๘ ก็ฟ้องจำเลยได้ และศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดไปจากท้องสำนวน จึงฟังข้อเท็จจริงใหม่ว่าจำเลยเช่าบ้านพิพาทจากโจทก์และจำเลยทราบแล้วว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ และฟังว่าจำเลยไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์เกือบ ๑ ปี ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน เพราะผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าเกินกว่า ๒ ครั้งติดกัน จึงพิพากษาฟ้องกลับ ให้ขับไล่จำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาเห็นว่าการโอนทรัพย์สินที่มีคนเช่าอยู่ไปยังบุคคลอื่นนั้น ไม่เป็นการโอนหนี้ตามมาตรา ๓๐๖ หากเป็นภรณีที่ต้องบังคับตามมาตรา ๕๖๙ ซึ่งรับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ คำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์ตามนัยฎีกาที่ ๕๑๖-๕๒๐/๒๔๙๘ ชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นชี้ข้อเท็จจริงไว้แล้วว่าจำเลยเช่าจากนางดำและจำเลยไม่ผิดนัด ซึ่งเมื่อโจทก์อุทธรณ์ ศาลก็สั่งรับอุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์ จึงไม่มีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้นั้นเห็นว่า เรื่องนี้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงดังว่าเป็นเช่นนั้นก็เนื่องมาจากข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าการโอนทรัพย์สินที่เช่าเป็นการโอนหนี้ซึ่งจะต้องบอกกล่าวผู้เช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตร ๓๐๖ อันข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นยกขึ้นวินิจฉัยเพื่อฟังข้อเท็จจริงนี้เป็นการผิดต่อกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๓ ข้อ ๓ (ก) ให้อำนาจศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงใหม่แทนข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมา แล้วพิพากษาชี้ขาดไปตามนั้นได้ และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทราบถึงการที่โจทก์รับโอนบ้านพิพาทจากนางดำแล้วไม่ชำระค่าเช่า ก็เป็นการผิดนัดแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · โพยม เลขยานนท์ · อรรถไพศาลศรุดี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสงขลา - นายสวัสดิ์ สิกเสน
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสิริศาสตร์ประสิทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9524/2544

ใบมอบอำนาจที่ทำในเมืองต่างประเทศไม่อยู่ในบังคับให้ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร หนังสือมอบอำนาจที่ทำในเมืองต่างประเทศมีเจ้าพนักงานโนตารีปับลิกลงชื่อเป็นพยานและมีใบสำคัญของรัฐบาลต่างประเทศที่เกี่ยว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2537

ฟ้องและฟ้องแย้งจะต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงหรือไม่ต้องพิจารณาแยกเป็นประเด็นในแต่ละคดีไป โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าออกจากตึกแถวพิพาทอันมีค่าเช่าเดือนละ 150 บาท และเรียกค่าเสียหายเดือนละ 2,500 บาท ค่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2498 (เลขอ้างอิง 46280)

ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งมีผู้อื่นเช่าอยู่ย่อมรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งเป็นผู้ให้เช่า การโอนเช่นนี้ไม่เป็นกรณีที่ต้องด้วย มาตรา 306

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2498 (เลขอ้างอิง 77345)

ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งมีผู้อื่นเช่าอยู่ ย่อมรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งเป็นผู้ให้เช่า การโอนเช่นนี้ไม่เป็นกรณีต้องด้วย ม.306

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6631/2568

เดิมจำเลยกู้ยืมเงินจาก พ. ต่อมามีการนำเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมกันเป็นเงินต้นและทำสัญญาใหม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จาก พ. เป็นโจทก์ โดยมีการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินที่จำเลยจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้