Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1350/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยขุดหลุมส้วมห่างเขตที่ดินโจทก์ 15 เซนติเมตร ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1342 ไม่ว่าจะใช้ความระวังอย่างใด โจทก์ก็ขอให้กลบได้ไม่เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยต่อท่อระบายอากาศของส้วมให้สูงกว่าระดับหลังคาบ้านโจทก์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยรื้อถอนหลุมส้วมให้พ้นแนวเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร และกลบหลุมเดิม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาโดยคู่ความมิได้โต้เถียงกันว่า ส้วมหมายเลข 1 และหมายเลข 2 จำเลยสร้างในที่ดินจำเลย ห่างจากริมกำแพงแนวเขตที่ดินโจทก์ 5 เซนติเมตร และ 15 เซนติเมตร ตามลำดับ หลุมส้วมทั้งสองลึกลงไปในดินประมาณ 140เซนติเมตร ส้วมหมายเลข 1 จำเลยกับครอบครัวเป็นผู้ใช้ หมายเลข 2 ผู้เช่าบ้านของจำเลยเป็นผู้ใช้ หลุมส้วมทั้งสองใช้เป็นที่เก็บอุจจาระมีสภาพและลักษณะเช่นเดียวกับหลุมรับน้ำโสโครก ปลายท่อระบายอากาศของส้วมหมายเลข 1 ห่างขอบหน้าต่างโจทก์ช่องที่ 2 เพียง 78 เซ็นติเมตร กลิ่นเหม็นเข้าไปในบ้านโจทก์พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาว่า

โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยกลบหลุมส้วมพิพาททั้งสองหลุมหรือไม่ เห็นว่า หลุมส้วมแต่ละหลุม จำเลยขุดห่างจากแนวเขตที่ดินโจทก์ 5 เซนติเมตร และ 15 เซนติเมตรตามลำดับ เมื่อทั้งสองหลุมมีลักษณะเช่นเดียวกับหลุมรับน้ำโสโครก จึงเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1342 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่าบ่อ สระ หลุมรับน้ำโสโครก ฯลฯ ท่านว่าจะขุดในระยะสองเมตรจากแนวเขตที่ดินไม่ได้

ที่จำเลยฎีกาว่า หลุมส้วมดังกล่าวจำเลยใช้ท่อถังซีเมนต์ป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่ที่ดินโจทก์ เป็นการใช้ความระมัดระวังตามควร เพื่อป้องกันมิให้ดินหรือทรายพังลง หรือมิให้น้ำหรือสิ่งโสโครกซึมเข้าไป ตามความในวรรคสาม ของมาตรา 1342 จำเลยมีสิทธิขุดได้นั้นฟังไม่ขึ้น เพราะบทบัญญัติในวรรคสาม ดังกล่าวนี้มิใช่ข้อยกเว้นของวรรคหนึ่ง ที่บัญญัติห้ามไว้นั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิขุดหลุมส้วมพิพาทในระยะสองเมตรจากแนวเขตที่ดินโจทก์ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยกลบและปรับปรุงที่ดินให้เป็นไปตามสภาพเดิมได้ ดังนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1046/2505 ระหว่างนางประเสริฐ สรรพกิจ (สะเอื้อน วงศ์แก้ว) โจทก์ นางกิมยี่ หรือสุนันท์ พันธ์ประสิทธิ์

จำเลย และไม่จำต้องวินิจฉัยว่าโจทก์และคนในครอบครัวได้รับความเสียหายเดือดร้อนจากส้วมของจำเลยหรือไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยฎีกาต่อไปว่า โจทก์นำคดีมาฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยกลบหลุมส้วมพิพาท เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า ตามคำให้การจำเลย คงยกเป็นประเด็นข้อต่อสู้ดังกล่าวเฉพาะหลุมส้วมพิพาทหมายเลข 1 ว่า จำเลยสร้างมาเป็นเวลาช้านานแล้ว โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวให้รื้อถอนหรือถม โจทก์นำคดีมาฟ้องเพราะไม่พอใจจำเลยเป็นส่วนตัวนั้น แต่ข้อเท็จจริงยุติดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาว่า ตามแผนที่กลางปลายท่อระบายอากาศของส้วมหมายเลข 1 ห่างขอบหน้าต่างโจทก์ช่องที่ 2 เพียง 78 เซนติเมตร กลิ่นเหม็นจากส้วมหมายเลข 1 เข้าไปในบ้านโจทก์ดังฟ้อง ดังนี้ ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏการที่โจทก์นำคดีมาฟ้อง จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์มีอำนาจฟ้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · วิถี ปานะบุตร · ไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้