Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 135/2502

พ.ศ. 2502 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อคดีได้ความว่าหนี้จำนองรายนี้เป็นเรื่องที่จำเลยรับเงินจากโจทก์ไปใช้ ในลักษณะยืมเงินแล้วทำสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันการชำระหนี้ ดังนั้น การที่จะนำสืบถึงการชำระหนี้จะต้องนำ ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรค 2 มาใช้บังคับ จำเลยคงมีแต่พยานบุคคลมาสืบว่าได้ชำระหนี้แล้ว ข้อนำสืบของจำเลยดังกล่าวจึงรับฟังไม่ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาจำนองที่ดินยังไม่มีโฉนด ตำบลสามซุก จังหวัดสุพรรณบุรีไว้ต่อโจทก์ยอมคิดดอกเบี้ยให้โจทก์ร้อยละ ๑๕ต่อปี ต่อมาจำเลยที่ ๑ ลอบนำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดออกโฉนดที่ดินแปลงที่จำนองไว้กับโจทก์ลงชื่อจำเลยที่ ๑-๒-๓ ถือกรรมสิทธิตามโฉนดที่ ๔๙๓๕ โดยโจทก์ไม่รู้ แล้วจำเลยที่ ๑-๒ นำโฉนดที่ ๔๘๓๕ ไปจำนองไว้กับจำเลยที่ ๔ ทั้งนี้ โดยจำเลยที่ ๑-๒ และ ๔ สมยอมกันโดยไม่สุจริต เพื่อฉ้อกลโกงโจทก์ คงเหลือที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของจำเลยที่ ๓ อีกส่วนหนึ่ง ที่ดินเฉพาะส่วนนี้เดิมเป็นที่ดินของจำเลยที่ ๑ จำนองไว้กับโจทก์การจำนองรายนี้ยังมิได้ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย จึงฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินโฉนดที่ ๔๙๓๕ ระหว่างจำเลยที่ ๑ - ๒ กับจำเลยที่ ๔ และถอนชื่อจำเลยที่ ๓ ออกจากโฉนดที่ ๔๘๓๕ บังคับจำนองในที่ดินส่วนนี้ โดยให้จำเลยร่วมกันชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน ๑๗,๕๐๐ บาท

ฯลฯ จำเลยที่ ๑ รับว่า ได้จำนองที่ดินตามสัญญาท้ายฟ้องจริง แต่โจทก์แนะให้จำเลยรังวัดออกโฉนดใหม่เพื่อนำไปจำนองให้แก่จำเลยที่ ๔ นำเงินมาชำระโจทก์ จำเลยที่ ๑ จึงจัดการตามโจทก์แนะ และได้นำเงินมาชำระหนี้จำนองแก่โจทก์แล้ว แต่ที่ไม่ได้ไปไถ่ถอนการจำนองจากโจทก์ ก็เนื่องจากโจทก์บอกว่าเมื่อที่ดินมีโฉนดแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปทำการไถ่ถอนให้เสียเวลา โฉนดไม่มีรายการจำนองกับโจทก์เป็นการหมดการจำนองไปเลย ฯลฯ จำเลยที่ ๔ ต่อสู้ว่า รับจำนองไว้โดยสุจริต ฯลฯ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังพยานบุคคลของจำเลยในข้อที่ว่าได้ชำระหนี้จำนองแต่เห็นว่าพยานจำเลยไม่มีเหตุผล ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว และจำเลยที่ ๔ รับจำนองไว้โดยรู้ว่าที่ดินแปลงนี้จำนองอยู่แก่โจทก์อยู่ก่อนแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนชื่อจำเลยที่ ๓ ออกจากโฉนดที่ ๔๙๓๕ และเพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดิน เฉพาะส่วนหลุดเป็นสิทธิตามโฉนดฉบับนี้ ระหว่างจำเลยทั้ง ๑ - ๒ กับจำเลย ที่ ๔ เสียให้จำเลยชำระหนี้จำนองและดอกเบี้ย ฯลฯ จำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียวฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อนำสืบของจำเลยที่ ๑ ที่ว่าชำระหนี้จำนองแก่โจทก์นั้น ขัดต่อเหตุผลแก่อย่างไรก็ตาม หนี้จำนองรายนี้เป็นเรื่องที่จำเลยรับเงินจากโจทก์ไปใช้ในลักษณะยืมเงินแล้วทำสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันการชำระหนี้ การที่จะนำสืบถึงการชำระหนี้จะต้องนำ ป.พ.พ. มาตรา ๖๕๓ วรรค ๒ มาใช้บังคับ จำเลยคงมีแต่พยานบุคคลมาสืบว่าชำระหนี้แล้ว ข้อนำสืบของจำเลยจังรับฟังไม่ได้ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๒/๒๔๘๐ ระหว่างนางมี แก้วดี โจทก์ นายม่วง (นางคุ้มภรรยาผู้รับมรดกความ)เลย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิติธรรมประกรณ์ · พิบูลย์ไอศวรรย์ · วุฒิศักดิ์เนตินาท
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี นายสมชัย
ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ นายเย็นมีเมศกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2568

เนื้อหาที่โจทก์และจำเลยสนทนากันทางแอปพลิเคชันไลน์นั้นไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงิน 100,000 บาท เป็นการให้กู้ยืมเงิน แม้การสนทนากันดังกล่าวเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2162/2567

แม้จำเลยให้การรับว่าได้รับเงินโอนจากโจทก์แล้วทั้งยี่สิบครั้งและพิมพ์คำว่า "ตกลง" ในโปรแกรมไลน์ (LINE) ตามที่โจทก์ให้พิมพ์ แต่การรับของจำเลยเป็นการรับตามที่ปรากฏในฟ้องเท่านั้น จำเลยยังมีข้อต่อสู้ว่าการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2567

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้จำนวน 200,000 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เงิน จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์เพียง 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน หักดอกเบี้ยล่วงหน้า ได้รับเงินกู้เพียง 45,…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้